ถูกฟ้องหย่า ต้องทำอย่างไร? ปรึกษาทนายต่อสู้คดีหย่า
ถูกฟ้องหย่า ต้องทำอย่างไร? ปรึกษาทนายต่อสู้คดีหย่าและแบ่งสินสมรส
ได้รับหมายศาลฟ้องหย่า ไม่ยินยอมหย่า หรือถูกเรียกร้องแบ่งสินสมรส ควรปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ
การถูกคู่สมรสฟ้องหย่าไม่ได้หมายความว่าศาลจะต้องพิพากษาให้หย่าตามคำฟ้องเสมอไป ผู้ถูกฟ้องมีสิทธิต่อสู้คดี โต้แย้งข้อกล่าวหา นำพยานหลักฐานเข้าสืบ และคัดค้านคำขอเกี่ยวกับทรัพย์สิน บุตร หรือค่าทดแทนตามกฎหมาย
สำนักงานทนายความให้บริการปรึกษาและดำเนินคดีครอบครัว ทั้งการตรวจสอบคำฟ้อง จัดทำคำให้การ ต่อสู้คดีหย่า เจรจาประนีประนอม และดำเนินกระบวนพิจารณาในศาล
โทรปรึกษาทนายความ: 083-884-3287
โทรสำนักงาน: 02-416-4163
LINE: narongsaklaw30
ถูกฟ้องหย่า ต้องทำอย่างไรเป็นอันดับแรก?
เมื่อได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องจากศาล ควรดำเนินการดังนี้
-
ตรวจสอบชื่อศาล หมายเลขคดี และวันนัดพิจารณา
-
อ่านคำฟ้องว่าคู่สมรสอ้างเหตุหย่าตามกฎหมายข้อใด
-
ตรวจสอบว่ามีคำขอแบ่งสินสมรส เรียกค่าทดแทน หรือขออำนาจปกครองบุตรหรือไม่
-
รวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
-
ปรึกษาทนายความเพื่อเตรียมคำให้การภายในกำหนด
-
เข้าร่วมกระบวนการศาลตามหมายเรียกและคำสั่งศาล
ข้อควรระวัง: การเพิกเฉยต่อหมายศาลหรือไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนดอาจกระทบสิทธิในการต่อสู้คดี จึงควรตรวจสอบกำหนดเวลาในหมายและกระบวนพิจารณาที่ใช้กับคดีนั้นโดยเฉพาะ
ถูกฟ้องหย่า แต่ไม่ยินยอมหย่า สามารถต่อสู้คดีได้หรือไม่?
สามารถต่อสู้คดีได้ หากมีข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายสนับสนุน
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 การฟ้องหย่าต้องอาศัยเหตุที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่เพียงคู่สมรสฝ่ายหนึ่งต้องการหย่าแล้วศาลจะพิพากษาให้หย่าทุกกรณี
ตัวอย่างประเด็นต่อสู้คดี ได้แก่
-
โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยมีชู้ แต่ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ
-
กล่าวหาว่าทอดทิ้งร้าง ทั้งที่ไม่ได้จงใจละทิ้ง
-
กล่าวหาว่าไม่อุปการะเลี้ยงดู แต่มีหลักฐานการส่งเงินเลี้ยงดู
-
กล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ แต่ข้อเท็จจริงไม่เข้าองค์ประกอบเหตุหย่า
-
ผู้ฟ้องเคยให้อภัยต่อเหตุที่นำมาอ้างฟ้องหย่า
-
ผู้ฟ้องอ้างเหตุที่สิทธิฟ้องอาจระงับไปแล้วตามกฎหมาย
การต่อสู้คดีต้องพิจารณาทั้งคำฟ้อง พยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี
ถูกฟ้องหย่าเพราะมีชู้ ต่อสู้คดีอย่างไร?
การฟ้องหย่าโดยอ้างว่าคู่สมรสมีชู้เป็นเหตุฟ้องหย่าตามมาตรา 1516 (1)
ผู้ถูกฟ้องสามารถตรวจสอบและโต้แย้งพยานหลักฐาน เช่น ข้อความสนทนา ภาพถ่าย ข้อมูลการเดินทาง หรือพฤติการณ์ความสัมพันธ์ที่โจทก์นำมากล่าวอ้าง
อย่างไรก็ตาม การต่อสู้คดีต้องไม่พิจารณาเฉพาะว่ามีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นหรือไม่ แต่ต้องตรวจสอบว่าพฤติการณ์นั้นเข้าเหตุหย่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ รวมทั้งมีข้อจำกัดสิทธิฟ้องหรือข้อต่อสู้ตามมาตรา 1517–1519 และ 1529 หรือไม่
ถูกฟ้องหย่าและเรียกร้องแบ่งสินสมรส
คดีฟ้องหย่าบางคดีไม่ได้มีข้อพิพาทเพียงสถานะสมรส แต่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินมูลค่าสูง เช่น
-
บ้านและที่ดิน
-
คอนโดมิเนียม
-
รถยนต์
-
เงินฝากธนาคาร
-
หุ้นและทรัพย์สินทางธุรกิจ
-
ทรัพย์สินที่ซื้อระหว่างสมรส
-
หนี้สินที่เกิดขึ้นระหว่างสมรส
ตามมาตรา 1533 เมื่อหย่ากัน โดยหลักสินสมรสต้องแบ่งให้คู่สมรสแต่ละฝ่ายได้ส่วนเท่ากัน แต่ต้องตรวจสอบก่อนว่าทรัพย์สินแต่ละรายการเป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส รวมถึงหนี้สินที่เกี่ยวข้องและข้อเท็จจริงการได้มาของทรัพย์สิน
การมีชื่อบุคคลใดในเอกสารกรรมสิทธิ์ไม่ได้เป็นคำตอบเด็ดขาดว่าทรัพย์สินนั้นเป็นสินส่วนตัวเสมอไป
ถูกฟ้องหย่าและถูกขออำนาจปกครองบุตร
หากมีบุตรผู้เยาว์ ศาลต้องพิจารณาประเด็นอำนาจปกครองบุตรตามกฎหมายและประโยชน์ของเด็ก
ผู้ถูกฟ้องอาจเสนอพยานหลักฐานเกี่ยวกับการดูแลบุตร เช่น
-
ผู้ที่ดูแลบุตรเป็นประจำ
-
สถานที่พักอาศัยและสภาพแวดล้อม
-
การศึกษาและสุขภาพของบุตร
-
ความสามารถในการอุปการะเลี้ยงดู
-
พฤติการณ์ของคู่สมรสที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพบุตร
การเป็นบิดาหรือมารดาไม่ได้ทำให้ฝ่ายใดได้อำนาจปกครองบุตรโดยอัตโนมัติทุกกรณี
ถูกฟ้องหย่า สามารถฟ้องแย้งได้หรือไม่?
บางกรณีผู้ถูกฟ้องอาจมีสิทธิยื่นฟ้องแย้งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคำฟ้องเดิม เช่น ขอหย่าด้วยเหตุของตนเอง หรือขอให้ศาลพิจารณาสิทธิที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบว่าคำฟ้องแย้งนั้นเกี่ยวข้องกับคำฟ้องเดิมและอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ทางวิธีพิจารณาหรือไม่
จึงควรให้ทนายความพิจารณาคำฟ้องเดิมและประเด็นฟ้องแย้งก่อนยื่นต่อศาล
บริการทนายความสำหรับผู้ถูกฟ้องหย่า
สำนักงานทนายความให้บริการด้านคดีครอบครัว ได้แก่
-
ตรวจสอบหมายศาลและคำฟ้องหย่า
-
ให้คำปรึกษาแนวทางต่อสู้คดี
-
จัดทำคำให้การจำเลย
-
พิจารณาการยื่นฟ้องแย้ง
-
ต่อสู้ข้อกล่าวหาเรื่องมีชู้หรือทอดทิ้งร้าง
-
ดำเนินคดีเกี่ยวกับการแบ่งสินสมรส
-
ดำเนินคดีอำนาจปกครองบุตรและค่าอุปการะเลี้ยงดู
-
เจรจาข้อตกลงและประนีประนอมยอมความ
-
ว่าความในศาลเยาวชนและครอบครัว
คำถามที่พบบ่อย
Q: ถูกฟ้องหย่า ไม่ไปศาลได้หรือไม่?
A: ไม่ควรเพิกเฉยต่อหมายศาล เพราะอาจเสียสิทธิทางคดี ควรตรวจสอบว่าศาลกำหนดให้ต้องดำเนินการใดและเข้าร่วมตามที่ศาลกำหนด
Q: ถูกฟ้องหย่า แต่ไม่ยอมหย่า ศาลจะบังคับให้หย่าหรือไม่?
A: หากพิสูจน์เหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายได้ ศาลอาจพิพากษาให้หย่าแม้อีกฝ่ายไม่ยินยอม แต่ถ้าเหตุฟ้องหย่าไม่成立หรือมีข้อต่อสู้ตามกฎหมาย ศาลอาจยกฟ้องได้
Q: ถูกฟ้องหย่า บ้านที่มีชื่อฝ่ายเดียวต้องแบ่งหรือไม่?
A: ต้องพิจารณาว่าบ้านเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว โดยตรวจสอบช่วงเวลาและที่มาของการได้ทรัพย์สิน
Q: ถูกฟ้องหย่า สามารถเจรจาก่อนวันสืบพยานได้หรือไม่?
A: สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยได้ตามความเหมาะสมของคดี แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขเกี่ยวกับทรัพย์สิน บุตร หนี้สิน และสิทธิอื่นให้ครบถ้วนก่อนตกลง
Q: ถูกฟ้องหย่า ควรจ้างทนายเมื่อใด?
A: ควรปรึกษาทนายความทันทีที่ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง เพื่อให้มีเวลาเตรียมคำให้การและพยานหลักฐาน
ปรึกษาทนายเมื่อถูกฟ้องหย่า
หากท่านได้รับหมายศาลคดีฟ้องหย่า ถูกเรียกร้องแบ่งสินสมรส หรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเลี้ยงดูบุตร สามารถติดต่อสำนักงานทนายความเพื่อประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางดำเนินคดี
ค่าปรึกษาเบื้องต้นทางโทรศัพท์ 500–1,000 บาท
ค่าปรึกษาโดยนัดหมายที่สำนักงานหรือนอกสถานที่ 3,000–5,000 บาท
ค่าปรึกษาแยกจากค่าดำเนินคดีและว่าความ
โทรมือถือ: 083-884-3287
โทรสำนักงาน: 02-416-4163
LINE: narongsaklaw30
ควรเตรียมสำเนาคำฟ้อง หมายศาล และเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนเข้าปรึกษา








