Incoterm และการชำระเงิน คืออะไร? เข้าใจให้ถูกก่อนทำสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศ
การค้าระหว่างประเทศไม่ได้มีเพียงการตกลงราคาสินค้า แต่ต้องกำหนดเงื่อนไขสำคัญ 2 เรื่องให้ชัดเจน ได้แก่
-
Incoterm (เงื่อนไขการส่งมอบสินค้า)
-
Payment Term (เงื่อนไขการชำระเงิน)
หากกำหนดไม่ชัด อาจเกิดข้อพิพาท เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม หรือเสี่ยงไม่ได้รับเงิน
บทความนี้จะอธิบายแบบครบถ้วน พร้อมแนวทางจัดทำเอกสารให้ถูกต้องก่อนนำไปใช้ต่างประเทศ
Incoterm คืออะไร?
Incoterm (International Commercial Terms) คือข้อกำหนดมาตรฐานสากลที่จัดทำโดย
International Chamber of Commerce
ใช้กำหนดหน้าที่ของผู้ซื้อและผู้ขายในการส่งมอบสินค้า โดยระบุว่า
-
ใครจ่ายค่าขนส่ง
-
ใครทำประกันภัย
-
ใครผ่านพิธีการศุลกากร
-
ความเสี่ยงโอนเมื่อใด
ปัจจุบันใช้ Incoterms® 2020
Incoterm ที่ใช้บ่อยในธุรกิจไทย
1. FOB (Free On Board)
ผู้ขายรับผิดชอบจนสินค้าขึ้นเรือ ณ ท่าเรือต้นทาง
หลังจากนั้นความเสี่ยงตกเป็นของผู้ซื้อ
เหมาะกับการส่งออกทางเรือ เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง
2. CIF (Cost, Insurance and Freight)
ผู้ขายต้องจ่าย:
-
ค่าระวางเรือ
-
ค่าประกันภัย
แต่ความเสี่ยงโอนตั้งแต่สินค้าขึ้นเรือ
หลายบริษัทเข้าใจผิดว่า CIF ปลอดภัยกว่า FOB ทั้งหมด ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะความเสี่ยงโอนเร็วเหมือนกัน
3. DDP (Delivered Duty Paid)
ผู้ขายรับผิดชอบ:
-
ค่าขนส่งทั้งหมด
-
ภาษีนำเข้า
-
ส่งถึงปลายทาง
เป็นเงื่อนไขที่ผู้ซื้อสบายที่สุด แต่ผู้ขายรับความเสี่ยงสูง
การชำระเงิน (Payment Terms) คืออะไร?
เป็นข้อตกลงทางการเงิน เช่น
-
โอนเงินล่วงหน้า (Advance Payment)
-
T/T 30% ก่อน 70% หลังเอกสาร
-
L/C (Letter of Credit)
-
D/P
-
เครดิต 30–60 วัน
-
Open Account
สำคัญ: Incoterm ไม่ได้กำหนดวิธีชำระเงิน
ความสัมพันธ์ระหว่าง Incoterm กับการชำระเงิน
แม้เป็นคนละส่วน แต่ต้องออกแบบให้สอดคล้องกัน
กรณีปลอดภัยสำหรับผู้ขาย
FOB + L/C
ผู้ขายส่งของและยื่นเอกสารให้ธนาคาร
ธนาคารจ่ายเงินเมื่อเอกสารถูกต้อง
ความเสี่ยงต่ำ
กรณีเสี่ยงสูง
DDP + เครดิต 60 วัน
ผู้ขายต้อง:
-
จ่ายค่าขนส่ง
-
จ่ายภาษีนำเข้า
-
รอรับเงินภายหลัง
หากผู้ซื้อผิดนัด อาจขาดทุนจำนวนมาก
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
บริษัทไทยส่งเครื่องจักรไปยุโรป
เงื่อนไข:
-
CIF Hamburg
-
ชำระแบบ L/C at sight
ผลคือ:
-
ผู้ขายจ่ายค่าขนส่งและประกัน
-
ความเสี่ยงโอนเมื่อขึ้นเรือ
-
ธนาคารจ่ายเงินทันทีเมื่อเอกสารถูกต้อง
ถ้าเปลี่ยนเป็น DDP + Open Account
ผู้ขายจะเสี่ยงมากกว่าเดิมหลายเท่า
เอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ธุรกรรมลักษณะนี้มักต้องใช้เอกสาร เช่น
-
สัญญาซื้อขายระหว่างประเทศ
-
Commercial Invoice
-
Bill of Lading
-
หนังสือมอบอำนาจ
-
เอกสารบริษัท
-
หนังสือรับรองบริษัท
-
เอกสารเปิด L/C
เอกสารเหล่านี้หลายกรณีต้องรับรองลายมือชื่อโดย Notary Public ก่อนนำไปใช้ต่างประเทศ
ขั้นตอนเมื่อเอกสารต้องใช้ในต่างประเทศ
-
จัดทำสัญญาให้ระบุ Incoterm ชัดเจน เช่น
“FOB Laem Chabang Port – Incoterms® 2020” -
ระบุ Payment Term แยกเป็นข้อเฉพาะ
-
รับรองลายมือชื่อโดยทนายความ (Notary)
-
นำไปกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
-
รับรองสถานทูตประเทศปลายทาง (ถ้าจำเป็น)
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
❌ เขียนแค่ “FOB Bangkok” ไม่ระบุ Incoterms® 2020
❌ ไม่แยก clause การชำระเงิน
❌ ใช้ DDP โดยไม่เข้าใจกฎหมายภาษีประเทศปลายทาง
❌ ไม่รับรองเอกสารก่อนใช้ต่างประเทศ
แนวทางเลือกเงื่อนไขให้ปลอดภัย
หากคู่ค้าใหม่ → ใช้ L/C
หากต้องการลดความเสี่ยง → แบ่งชำระเป็นงวด
หากไม่ชำนาญภาษีต่างประเทศ → หลีกเลี่ยง DDP
สรุป
Incoterm คือเงื่อนไขการส่งมอบและการแบ่งความเสี่ยง
Payment Term คือเงื่อนไขการจ่ายเงิน
ทั้งสองเรื่องต้องออกแบบร่วมกันในสัญญา เพื่อป้องกันความเสียหายทางธุรกิจ
การจัดทำเอกสารให้ถูกต้อง และรับรองลายมือชื่อก่อนนำไปใช้ต่างประเทศ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดปัญหาภายหลัง
หากต้องการให้ผมเพิ่ม:
-
✅ ส่วน FAQ Schema (SEO ดันอันดับ)
-
✅ Internal Link เชื่อมไปหน้า “รับรองลายมือชื่อ”
-
✅ ปรับเป็นเวอร์ชันอังกฤษ (Authority International Trade)
-
✅ ใส่ CTA โทร 083-884-3287 แบบ Conversion สูง
บอกผมได้เลยครับ ผมจะจัดโครงสร้างให้พร้อมลงเว็บทันที








