ถูกฟ้องคดีแพ่ง | ได้รับหมายศาลต้องทำอย่างไร

ถูกฟ้องคดีแพ่ง ได้รับหมายศาลต้องทำอย่างไร? เตรียมคำให้การและสู้คดีอย่างไร

หากคุณ ถูกฟ้องคดีแพ่ง และได้รับ หมายศาลคดีแพ่ง ไม่ควรปล่อยเอกสารไว้โดยไม่ดำเนินการ เพราะหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องมีวันนัดและขั้นตอนทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม

สิ่งแรกที่ควรทำคืออ่านหมายศาลและสำเนาคำฟ้องให้ครบ ตรวจว่าถูกฟ้องเรื่องอะไร โจทก์เรียกร้องเงินหรือทรัพย์สินจำนวนเท่าใด ศาลใดเป็นผู้พิจารณาคดี และกำหนดให้ดำเนินการหรือไปศาลเมื่อใด

ได้รับหมายศาลคดีแพ่งและต้องการตรวจคำฟ้อง โทรปรึกษาทนาย 083-884-3287

ได้รับหมายศาลคดีแพ่ง หมายความว่าอย่างไร

เมื่อศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณา ศาลอาจออกหมายเรียกและส่งสำเนาคำฟ้องมายังจำเลย เพื่อแจ้งว่ามีบุคคลหรือบริษัทฟ้องร้องต่อศาล

การได้รับหมายศาลไม่ได้หมายความว่าจำเลยแพ้คดีแล้ว

จำเลยยังมีสิทธิ

  • ตรวจสอบข้อกล่าวหาในคำฟ้อง

  • ยื่นคำให้การต่อสู้คดี

  • ยกข้อต่อสู้ทางข้อเท็จจริง

  • ยกข้อต่อสู้ทางกฎหมาย

  • นำพยานบุคคลและพยานเอกสารเข้าสืบ

  • คัดค้านจำนวนเงินหรือค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้อง

  • เจรจาหรือไกล่เกลี่ยคดี

  • ใช้สิทธิตามกระบวนพิจารณาที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้น สิ่งสำคัญคืออย่าเพิ่งตกใจและอย่าเพิกเฉยต่อหมายศาล

ถูกฟ้องคดีแพ่ง ควรทำอะไรเป็นอันดับแรก

เมื่อได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ควรดำเนินการดังนี้

1. ตรวจชื่อจำเลย

ตรวจว่า

  • ชื่อและนามสกุลถูกต้องหรือไม่

  • บริษัทหรือบุคคลใดเป็นจำเลย

  • คุณถูกฟ้องในฐานะใด

  • มีจำเลยคนอื่นร่วมด้วยหรือไม่

บางคดีอาจฟ้องทั้งบริษัท กรรมการ ผู้ค้ำประกัน หรือคู่สัญญาหลายคนพร้อมกัน

2. ดูว่าถูกฟ้องเรื่องอะไร

คดีแพ่งมีได้หลายประเภท เช่น

  • ผิดสัญญา

  • กู้ยืมเงิน

  • ค้ำประกัน

  • เช่าซื้อ

  • ซื้อขาย

  • จ้างทำของ

  • เรียกค่าเสียหาย

  • ละเมิด

  • ขับไล่

  • เรียกค่าเช่า

  • บังคับจำนอง

  • เพิกถอนนิติกรรม

  • แบ่งทรัพย์สิน

  • ข้อพิพาททางธุรกิจ

ข้อต่อสู้จะแตกต่างกันตามประเภทของคดี

3. ตรวจยอดเงินที่โจทก์เรียกร้อง

อย่าดูเพียงยอดรวมท้ายคำฟ้อง

ควรแยกตรวจว่าโจทก์เรียก

  • เงินต้นเท่าใด

  • ดอกเบี้ยเท่าใด

  • ค่าเสียหายเท่าใด

  • ดอกเบี้ยเริ่มนับจากวันใด

  • มีค่าปรับหรือเบี้ยปรับหรือไม่

  • มีการชำระเงินบางส่วนไปแล้วหรือไม่

บางครั้งจำเลยอาจไม่ได้ปฏิเสธหนี้ทั้งหมด แต่สามารถต่อสู้เรื่องจำนวนเงิน ดอกเบี้ย หรือค่าเสียหายได้

หมายศาลต้องดูอะไรบ้าง

เมื่อได้รับเอกสารจากศาล ควรถ่ายภาพหรือสำเนาเก็บไว้ทั้งหมด และตรวจอย่างน้อย

  1. ชื่อศาล

  2. เลขคดีดำ

  3. ชื่อโจทก์

  4. ชื่อจำเลย

  5. ประเภทคดี

  6. วันนัด

  7. วันที่ได้รับหมาย

  8. วิธีที่ได้รับหมาย

  9. สำเนาคำฟ้อง

  10. เอกสารท้ายคำฟ้อง

กำหนดเวลาและวิธีดำเนินคดีอาจแตกต่างกันตามประเภทคดี เช่น คดีแพ่งสามัญ คดีผู้บริโภค หรือคดีที่มีกฎหมายวิธีพิจารณาเฉพาะ จึงไม่ควรใช้ตัวเลขระยะเวลาจากคดีของบุคคลอื่นมาเทียบกับคดีของตนโดยอัตโนมัติ

ตัวอย่างเช่น ในคดีผู้บริโภค กฎหมายกำหนดให้ศาลออกหมายเรียกจำเลยมาศาลตามวันนัดเพื่อไกล่เกลี่ย ให้การ และสืบพยาน และจำเลยสามารถยื่นคำให้การเป็นหนังสือก่อนวันนัดได้

อย่าปล่อยหมายศาลไว้จนใกล้วันนัด

ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือได้รับหมายแล้วคิดว่า

“ยังเหลือเวลาอีกหลายวัน ค่อยจัดการ”

แต่การทำคำให้การที่ดีอาจต้องตรวจ

  • สัญญา

  • ใบเสร็จ

  • Statement

  • ข้อความแชต

  • Email

  • หนังสือทวงถาม

  • หนังสือบอกเลิกสัญญา

  • เอกสารการโอนเงิน

  • พยานบุคคล

  • อายุความ

  • เงื่อนไขในสัญญา

หากรอจนใกล้กำหนด อาจมีเวลาไม่พอในการรวบรวมหลักฐานและวางแนวทางต่อสู้คดี

คำให้การคดีแพ่งสำคัญอย่างไร

คำให้การคือเอกสารสำคัญที่จำเลยใช้ตอบข้อกล่าวหาของโจทก์และกำหนดแนวทางการต่อสู้คดี

ไม่ควรเขียนเพียงว่า

“คำฟ้องของโจทก์ไม่เป็นความจริง ขอให้ยกฟ้อง”

โดยไม่อธิบายข้อเท็จจริงหรือข้อต่อสู้ที่สำคัญ

คำให้การอาจต้องพิจารณาประเด็น เช่น

  • จำเลยไม่ได้เป็นหนี้

  • ชำระหนี้แล้ว

  • จำนวนหนี้ไม่ถูกต้อง

  • สัญญาไม่มีผลผูกพัน

  • โจทก์ผิดสัญญาก่อน

  • โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

  • คดีขาดอายุความ

  • ค่าเสียหายสูงเกินจริง

  • ดอกเบี้ยไม่ถูกต้อง

  • เอกสารของโจทก์ไม่ถูกต้อง

  • จำเลยไม่ได้กระทำละเมิด

  • มีการหักกลบลบหนี้

  • มีข้อตกลงใหม่ภายหลัง

ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน จึงควรอ่านคำฟ้องทั้งหมดก่อนเลือกแนวทางต่อสู้

ถูกฟ้องเรียกเงิน ต้องยอมจ่ายตามฟ้องทั้งหมดหรือไม่

ไม่จำเป็น

การที่โจทก์ระบุจำนวนเงินในคำฟ้องเป็นข้อเรียกร้องของโจทก์ ยังไม่ได้หมายความว่าศาลจะพิพากษาให้ครบตามจำนวนดังกล่าวเสมอ

จำเลยสามารถตรวจสอบได้ว่า

  • เงินต้นถูกต้องหรือไม่

  • มีการชำระไปบางส่วนหรือไม่

  • ดอกเบี้ยคิดถูกต้องหรือไม่

  • ค่าเสียหายเกิดขึ้นจริงหรือไม่

  • ค่าเสียหายสูงเกินสมควรหรือไม่

  • มีพยานหลักฐานรองรับหรือไม่

บางคดีประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “เป็นหนี้หรือไม่” แต่เป็น “เป็นหนี้เท่าใด”

คดีขาดอายุความหรือไม่

อายุความเป็นประเด็นสำคัญในคดีแพ่งหลายประเภท

แต่ระยะเวลาอายุความไม่ได้เท่ากันทุกคดี

ต้องพิจารณาว่า

  • สิทธิเรียกร้องเกิดจากอะไร

  • เริ่มนับอายุความเมื่อใด

  • มีการรับสภาพหนี้หรือไม่

  • มีเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงหรือไม่

  • มีการฟ้องภายในกำหนดหรือไม่

หากสงสัยว่าคดีอาจขาดอายุความ ควรให้ทนายตรวจเอกสารและวันที่ที่เกี่ยวข้องโดยละเอียด

ได้รับหมายโดยการปิดหมาย ทำอย่างไร

บางกรณีเจ้าหน้าที่อาจไม่ได้ส่งเอกสารให้จำเลยด้วยมือตนเอง แต่มีการส่งหรือปิดหมายตามวิธีที่กฎหมายกำหนด

ไม่ควรคิดว่า

“ไม่ได้เซ็นรับเองจึงไม่ถือว่าได้รับหมาย”

เพราะผลทางกฎหมายของการส่งหมายขึ้นอยู่กับวิธีส่งและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

เมื่อพบหมายศาลติดอยู่ที่บ้านหรือสถานที่ของตน ควรนำเอกสารทั้งหมดมาตรวจทันที

ถ้าไม่ไปศาลจะเกิดอะไรขึ้น

การไม่ไปศาลหรือไม่ดำเนินการตามกระบวนพิจารณาอาจทำให้จำเลยเสียโอกาสในการต่อสู้คดี และศาลอาจดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปตามกฎหมาย

ดังนั้นไม่ควรเพิกเฉยเพียงเพราะคิดว่า

  • ไม่มีเงินจ่าย

  • ไม่รู้จักโจทก์

  • ไม่เห็นด้วยกับคำฟ้อง

  • เคยเจรจากับโจทก์แล้ว

  • อีกฝ่ายบอกว่าจะถอนฟ้อง

  • คิดว่าหนี้ขาดอายุความ

จนกว่าจะมีการดำเนินการในสำนวนคดีอย่างถูกต้อง ควรถือว่าคดียังต้องจัดการตามหมายศาล

สามารถไกล่เกลี่ยคดีได้หรือไม่

คดีแพ่งจำนวนมากสามารถเจรจาหรือไกล่เกลี่ยได้

หากมีหนี้จริงแต่ไม่สามารถชำระทั้งหมดในครั้งเดียว อาจพิจารณาเจรจา เช่น

  • ลดยอดหนี้

  • ลดดอกเบี้ย

  • ลดค่าปรับ

  • ผ่อนชำระ

  • กำหนดระยะเวลาชำระใหม่

  • ทำสัญญาประนีประนอม

  • ถอนฟ้องภายใต้เงื่อนไขที่ตกลงกัน

ในคดีผู้บริโภค กฎหมายวางกระบวนการให้มีการไกล่เกลี่ยในวันนัดพิจารณาด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนเซ็นสัญญาประนีประนอมควรอ่านเงื่อนไขให้ครบ เพราะเมื่อมีคำพิพากษาตามยอมแล้ว ผลทางกฎหมายอาจแตกต่างจากการตกลงกันนอกศาล

เอกสารที่ควรเตรียมเมื่อถูกฟ้องคดีแพ่ง

ควรนำเอกสารต่อไปนี้มาให้ทนายตรวจ

  • หมายเรียก

  • สำเนาคำฟ้องทุกหน้า

  • เอกสารท้ายคำฟ้อง

  • สัญญา

  • ใบเสร็จหรือหลักฐานชำระเงิน

  • Bank Statement

  • Slip การโอน

  • LINE หรือข้อความสนทนา

  • Email

  • หนังสือทวงถาม

  • หนังสือบอกเลิกสัญญา

  • เอกสารบริษัท

  • เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง

หากเอกสารอยู่ในโทรศัพท์ ควรเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ ไม่ควรลบแชตหรือแก้ไขข้อมูล

ควรให้ทนายดูหมายศาลเมื่อใด

ควรให้ตรวจตั้งแต่ได้รับหมาย ไม่ควรรอจนถึงวันก่อนนัด

ทนายสามารถช่วยตรวจได้ว่า

  • โจทก์ฟ้องประเด็นอะไร

  • มีข้อต่อสู้อะไร

  • ต้องยื่นคำให้การหรือเอกสารใด

  • คดีอยู่ศาลใด

  • วันนัดมีวัตถุประสงค์อะไร

  • ต้องเตรียมพยานอะไร

  • ควรเจรจาหรือต่อสู้คดี

  • มีประเด็นอายุความหรือไม่

  • จำนวนเงินตามฟ้องถูกต้องหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

ได้รับหมายศาลคดีแพ่งแล้วต้องไปศาลไหม

ควรตรวจข้อความในหมายและวันนัดโดยละเอียด เพราะขั้นตอนแตกต่างกันตามประเภทคดีและคำสั่งของศาล

ถูกฟ้องแล้วแปลว่าแพ้คดีหรือไม่

ไม่ใช่ การรับฟ้องหมายถึงคดีเข้าสู่กระบวนพิจารณา จำเลยยังสามารถให้การและนำพยานหลักฐานต่อสู้ได้

ไม่มีเงินจ่ายหนี้ ต้องไปศาลไหม

ควรดำเนินการตามหมายศาล การไม่มีเงินไม่ได้ทำให้คดีสิ้นสุดโดยอัตโนมัติ และอาจยังมีทางเจรจาหรือข้อกฎหมายที่ต้องตรวจสอบ

สามารถโทรหาโจทก์เพื่อขอผ่อนได้ไหม

สามารถเจรจาได้ แต่ควรระวังข้อความหรือเอกสารที่อาจมีผลต่อรูปคดี และหากตกลงกันได้ควรทำให้ชัดเจนว่าคดีในศาลจะดำเนินการอย่างไรต่อ

หมายศาลถูกปิดไว้หน้าบ้าน ไม่ได้เซ็นรับ ต้องสนใจหรือไม่

ควรตรวจทันที เพราะการส่งหมายบางวิธีอาจมีผลตามกฎหมายแม้ไม่ได้ลงลายมือชื่อรับด้วยตนเอง

จำเลยเขียนคำให้การเองได้ไหม

ในทางกฎหมายต้องดูประเภทคดีและขั้นตอนที่ใช้บังคับ แต่หากคดีมีทุนทรัพย์สูง มีสัญญาซับซ้อน หรือมีประเด็นอายุความและข้อกฎหมาย ควรพิจารณาให้ทนายตรวจคำฟ้องก่อน

ถูกฟ้องคดีแพ่ง ปรึกษาทนายก่อนเสียสิทธิต่อสู้คดี

หากได้รับ หมายศาลคดีแพ่ง สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าปล่อยหมายไว้โดยไม่ตรวจสอบ

ให้ดูทันทีว่า

ถูกฟ้องเรื่องอะไร – เรียกเงินเท่าไร – ศาลไหน – นัดวันไหน – มีหลักฐานอะไร – จะต่อสู้ประเด็นใด

หากคุณถูกฟ้องเรื่องผิดสัญญา กู้ยืม ค้ำประกัน ซื้อขาย เช่า ขับไล่ เรียกค่าเสียหาย บังคับจำนอง หรือคดีแพ่งประเภทอื่น สามารถนำหมายเรียก สำเนาคำฟ้อง และเอกสารที่เกี่ยวข้องมาปรึกษาเพื่อวิเคราะห์แนวทางก่อนดำเนินคดี

ปรึกษาทนายคดีแพ่ง โทร 083-884-3287

Visitors: 258,767