สัญญาที่เป็นโมฆะ คืออะไร? ฟ้องให้สัญญาไม่มีผลได้ไหม โทร 083-884-3287

สัญญาที่เป็นโมฆะ คืออะไร? กรณีใดสัญญาไม่มีผลตามกฎหมาย

หากคุณทำสัญญาไปแล้วและภายหลังพบว่า สัญญาอาจขัดต่อกฎหมาย ทำไม่ถูกต้องตามแบบ มีวัตถุประสงค์ต้องห้าม หรืออีกฝ่ายอ้างว่าสัญญาไม่มีผล ควรตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงให้ชัดก่อนดำเนินคดี

เพราะคำว่า “สัญญาเป็นโมฆะ” หมายถึงนิติกรรมหรือสัญญาที่ไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายตั้งแต่ต้น ซึ่งแตกต่างจาก “โมฆียะ” ที่ยังมีผลอยู่จนกว่าจะถูกบอกล้าง

หากไม่แน่ใจว่าสัญญาที่ทำไว้มีผลหรือไม่ ควรให้ทนายตรวจทั้งตัวสัญญา วัตถุประสงค์ วิธีการทำสัญญา และพฤติการณ์ของคู่สัญญา

ปรึกษาทนายคดีสัญญา โทร 083-884-3287

สัญญาที่เป็นโมฆะ คืออะไร?

สัญญาที่เป็นโมฆะ คือ สัญญาหรือนิติกรรมที่กฎหมายถือว่าไม่มีผลผูกพันตั้งแต่เริ่มต้น

ตัวอย่างกรณีที่อาจมีปัญหาเรื่องโมฆะ เช่น

  • วัตถุประสงค์ของสัญญาขัดต่อกฎหมาย

  • วัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี

  • สัญญามีวัตถุประสงค์ที่เป็นไปไม่ได้

  • กฎหมายกำหนดแบบไว้ แต่คู่สัญญาไม่ทำตามแบบ

  • เป็นนิติกรรมอำพราง

  • เป็นสัญญาที่ทำขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี เพราะไม่ใช่ทุกข้อผิดพลาดในสัญญาจะทำให้สัญญาเป็นโมฆะ

สัญญาขัดต่อกฎหมาย เป็นโมฆะหรือไม่?

โดยหลัก หากวัตถุประสงค์ของนิติกรรมเป็นสิ่งที่กฎหมายห้ามโดยชัดแจ้ง หรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี อาจมีผลเป็นโมฆะ

ประเด็นสำคัญคือ ต้องดูว่า “สิ่งที่คู่สัญญาตกลงกัน” ขัดต่อกฎหมายจริงหรือไม่ ไม่ใช่ดูเพียงว่ามีข้อกำหนดบางข้อที่ไม่เหมาะสม

บางกรณีอาจเป็นโมฆะเฉพาะบางส่วน ขณะที่ส่วนอื่นของสัญญายังมีผลได้ ต้องพิจารณาโครงสร้างของสัญญาและเจตนาของคู่สัญญาประกอบ

สัญญาไม่ทำตามแบบ เป็นโมฆะไหม?

บางสัญญากฎหมายกำหนด “แบบ” ไว้เป็นพิเศษ เช่น ต้องทำเป็นหนังสือ ต้องมีลายมือชื่อ หรืออาจต้องจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่

หากกฎหมายกำหนดไว้ชัดว่า ถ้าไม่ทำตามแบบแล้วเป็นโมฆะ สัญญานั้นอาจไม่มีผลตามกฎหมาย

ตัวอย่างที่มักต้องตรวจ ได้แก่

  • การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

  • การจำนอง

  • การให้ทรัพย์บางประเภท

  • สัญญาที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียน

ดังนั้น หากคู่สัญญาเพียงตกลงกันปากเปล่า หรือมีเอกสารแต่ทำไม่ครบตามแบบ อาจต้องตรวจว่ากฎหมายกำหนดผลไว้อย่างไร

โมฆะกับโมฆียะ ต่างกันอย่างไร?

เรื่องนี้เป็นจุดที่คนมักสับสน

โมฆะ
คือ ไม่มีผลตามกฎหมายตั้งแต่ต้น

โมฆียะ
คือ ยังมีผลอยู่ แต่บุคคลที่กฎหมายคุ้มครองอาจบอกล้างได้

ตัวอย่างของโมฆียะอาจเกี่ยวข้องกับเรื่องความสามารถ การสำคัญผิด กลฉ้อฉล หรือการข่มขู่ในบางกรณี

ดังนั้นก่อนฟ้องคดี ต้องแยกให้ถูกก่อนว่าเป็น “โมฆะ” หรือ “โมฆียะ” เพราะผลทางกฎหมายและวิธีใช้สิทธิแตกต่างกัน

สัญญาอำพราง เป็นโมฆะหรือไม่?

นิติกรรมอำพราง คือ กรณีที่คู่กรณีแสดงเจตนาทำนิติกรรมหนึ่งไว้ภายนอก แต่ความจริงมีเจตนาอีกอย่างหนึ่ง

ตัวอย่างเช่น ทำสัญญาซื้อขายที่ดินไว้ แต่แท้จริงไม่ได้ซื้อขายจริง หรือใช้สัญญาหนึ่งเพื่อปิดบังนิติกรรมอีกประเภทหนึ่ง

ในกรณีนี้ ต้องตรวจทั้งเอกสาร การชำระเงินจริง การครอบครองทรัพย์ และพฤติการณ์ของคู่สัญญา

บางคดีมีความซับซ้อน เพราะต้องแยกว่านิติกรรมที่แสดงออกเป็นโมฆะหรือไม่ และนิติกรรมที่ซ่อนอยู่มีผลตามกฎหมายหรือไม่

จ่ายเงินตามสัญญาโมฆะไปแล้ว เรียกคืนได้ไหม?

หากสัญญาเป็นโมฆะจริง อาจมีประเด็นเรื่องการคืนทรัพย์หรือคืนเงินที่คู่สัญญาได้รับไป

อย่างไรก็ตาม การเรียกคืนต้องดูฐานกฎหมายและข้อเท็จจริง เช่น

  • ใครเป็นผู้ชำระเงิน

  • ชำระด้วยเหตุอะไร

  • อีกฝ่ายได้รับประโยชน์อะไร

  • มีการส่งมอบทรัพย์หรือไม่

  • มีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่

บางกรณีอาจต้องฟ้องเรียกเงินคืนหรือขอให้ศาลวินิจฉัยผลของนิติกรรมประกอบกัน

หากจ่ายเงินตามสัญญาไปแล้วและมีปัญหา โทร 083-884-3287

ต้องฟ้องศาลให้สัญญาเป็นโมฆะหรือไม่?

ในทางกฎหมาย นิติกรรมที่เป็นโมฆะไม่มีผลตั้งแต่ต้น แต่ในทางปฏิบัติ หากคู่สัญญายังโต้แย้งสิทธิ หรือมีการจดทะเบียนทรัพย์ไปแล้ว อาจจำเป็นต้องใช้กระบวนการศาลเพื่อให้มีคำพิพากษารับรองสิทธิหรือเพิกถอนรายการที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเช่น

  • มีการโอนที่ดินตามสัญญาที่มีปัญหา

  • อีกฝ่ายปฏิเสธคืนเงิน

  • มีการนำสัญญาไปอ้างบังคับ

  • มีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์

  • มีบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้อง

จึงควรตรวจว่าคดีต้องการเพียง “ปฏิเสธผลของสัญญา” หรือจำเป็นต้อง “ฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษา” ด้วย

ตัวอย่างสัญญาที่ควรตรวจว่าเป็นโมฆะหรือไม่

กรณีที่พบบ่อย เช่น

  • สัญญาซื้อขายที่ดินที่ทำไม่ถูกต้อง

  • สัญญากู้ที่มีเงื่อนไขผิดกฎหมาย

  • สัญญาโอนทรัพย์เพื่อหลีกเลี่ยงเจ้าหนี้

  • สัญญาที่คู่กรณีไม่ได้ตั้งใจทำจริง

  • สัญญาที่ทำเพื่ออำพรางธุรกรรมอื่น

  • สัญญาที่มีวัตถุประสงค์ขัดต่อกฎหมาย

  • สัญญาที่ไม่ทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด

แต่ละประเภทใช้หลักกฎหมายต่างกัน จึงควรตรวจเอกสารจริงก่อนสรุป

หลักฐานที่ควรเตรียม

หากต้องการตรวจว่าสัญญาเป็นโมฆะหรือไม่ ควรเตรียม

  • ตัวสัญญา

  • เอกสารแนบท้าย

  • หลักฐานการโอนเงิน

  • ข้อความสนทนา

  • อีเมล

  • ใบเสร็จ

  • เอกสารการจดทะเบียน

  • หลักฐานการส่งมอบทรัพย์

  • เอกสารอื่นที่แสดงเจตนาของคู่สัญญา

นอกจากตัวสัญญาแล้ว พฤติการณ์ก่อนและหลังทำสัญญาก็มีความสำคัญ

ถูกฟ้องโดยอ้างสัญญาที่อาจเป็นโมฆะ ต้องทำอย่างไร?

หากถูกฟ้องเรียกเงิน เรียกทรัพย์ หรือบังคับตามสัญญา และเห็นว่าสัญญาอาจไม่มีผลตามกฎหมาย ควรตรวจคำฟ้องและเอกสารทันที

ประเด็นต่อสู้อาจเกี่ยวกับ

  • สัญญาเป็นโมฆะหรือไม่

  • คู่สัญญาทำตามแบบกฎหมายหรือไม่

  • วัตถุประสงค์ของสัญญาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

  • มีการอำพรางนิติกรรมหรือไม่

  • โจทก์มีสิทธิเรียกร้องจริงหรือไม่

  • คดีขาดอายุความหรือไม่

หากได้รับหมายศาลแล้ว ไม่ควรรอจนใกล้ครบกำหนดยื่นคำให้การ

ถูกฟ้องคดีสัญญา โทร 083-884-3287

ทนายคดีสัญญาช่วยอะไรได้บ้าง?

ทนายสามารถช่วยตรวจและดำเนินการ เช่น

  • ตรวจความสมบูรณ์ของสัญญา

  • วิเคราะห์ว่าสัญญาเป็นโมฆะหรือโมฆียะ

  • ตรวจเงื่อนไขที่ขัดต่อกฎหมาย

  • ตรวจเรื่องแบบของนิติกรรม

  • วิเคราะห์นิติกรรมอำพราง

  • ร่างหนังสือบอกกล่าว

  • ร่างคำฟ้องหรือคำให้การ

  • ดำเนินคดีในศาล

  • เรียกคืนเงินหรือทรัพย์ตามสิทธิ

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาเป็นโมฆะตั้งแต่เมื่อใด?

หากเป็นโมฆะจริง โดยหลักถือว่าไม่มีผลตามกฎหมายตั้งแต่ต้น

สัญญาโมฆะต้องบอกล้างหรือไม่?

ต่างจากโมฆียะ เพราะโมฆะไม่มีผลตั้งแต่ต้น ส่วนโมฆียะต้องมีการบอกล้างตามหลักกฎหมาย

สัญญาไม่ติดอากรแสตมป์ เป็นโมฆะไหม?

ไม่ควรสรุปว่าเป็นโมฆะทันที เพราะเรื่องอากรแสตมป์และความสมบูรณ์ของสัญญาเป็นคนละประเด็น ต้องตรวจว่ากฎหมายกำหนดผลไว้อย่างไร

สัญญาปากเปล่าเป็นโมฆะทุกกรณีหรือไม่?

ไม่ใช่ สัญญาหลายประเภททำด้วยวาจาได้ แต่บางประเภทกฎหมายกำหนดให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือทำตามแบบเฉพาะ

ถ้าอีกฝ่ายหลอกให้เซ็น สัญญาเป็นโมฆะไหม?

อาจเป็นประเด็นเรื่องกลฉ้อฉลหรือโมฆียะมากกว่าโมฆะ ต้องตรวจข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

ถ้าสัญญาเป็นโมฆะ ยังเรียกเงินคืนได้ไหม?

อาจมีสิทธิเรียกคืนได้ แต่ต้องดูฐานกฎหมายและข้อเท็จจริงของการรับเงินหรือทรัพย์นั้น

ปรึกษาทนายเรื่องสัญญาที่เป็นโมฆะ

หากคุณกำลังมีปัญหา เช่น

สงสัยว่าสัญญาเป็นโมฆะ
อีกฝ่ายอ้างว่าสัญญาไม่มีผล
สัญญาทำไม่ถูกต้องตามแบบ
ถูกหลอกให้ทำสัญญา
สัญญาอาจเป็นนิติกรรมอำพราง
ต้องการฟ้องขอคืนเงินหรือทรัพย์

ควรนำสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องมาให้ตรวจ เพื่อประเมินว่าเป็นกรณีโมฆะ โมฆียะ หรือข้อพิพาทสัญญาประเภทอื่น

ปรึกษาทนายคดีสัญญา โทร 083-884-3287

ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป การวิเคราะห์ว่าสัญญาเป็นโมฆะหรือไม่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริง ตัวสัญญา และกฎหมายที่ใช้กับแต่ละกรณี

Visitors: 258,194