ปรึกษาทนายคดีบุกรุก โทร 0838843287
คดีบุกรุก
ถูกแจ้งความหรือได้รับหมายเรียกคดีบุกรุก?
คดีบุกรุกต้องตรวจทั้งสิทธิในที่ดินหรือสถานที่ พฤติการณ์การเข้าไป เจตนา และข้อเท็จจริงว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองมีสิทธิห้ามเข้าหรือไม่ หากได้รับหมายเรียกจากตำรวจ ถูกฟ้องศาล หรือมีข้อพิพาทเรื่องบ้านและที่ดิน ควรนำเอกสารและหลักฐานให้ทนายตรวจโดยเร็ว
ปรึกษาทนายคดีบุกรุก โทร 083-884-3287
ได้รับหมายเรียกคดีบุกรุก ต้องทำอย่างไร?
หากได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนในคดีบุกรุก ไม่ควรเพิกเฉย และไม่ควรรีบให้การโดยยังไม่ได้ตรวจข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
คดีบุกรุกมักมีรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับ
-
สิทธิในที่ดินหรือสถานที่
-
ผู้มีสิทธิครอบครอง
-
การอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่
-
การบอกเลิกสิทธิหรือการเพิกถอนการอนุญาต
-
พฤติการณ์ขณะเข้าไปในสถานที่
-
เจตนาของผู้ถูกกล่าวหา
-
เอกสารสิทธิ สัญญาเช่า หรือข้อตกลงระหว่างคู่กรณี
ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน ควรเตรียมหมายเรียก เอกสารสิทธิ สัญญา ภาพถ่าย ข้อความสนทนา และหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทนายตรวจว่าแนวทางให้การควรเป็นอย่างไร
ได้รับหมายเรียกคดีบุกรุก ปรึกษาทนาย โทร 083-884-3287
ถูกแจ้งความคดีบุกรุก มีทางต่อสู้อย่างไร?
การถูกแจ้งความไม่ได้หมายความว่าจะมีความผิดโดยอัตโนมัติ
การต่อสู้คดีต้องพิจารณาว่า การเข้าไปในสถานที่นั้นเข้าองค์ประกอบความผิดฐานบุกรุกจริงหรือไม่ เช่น
-
ผู้กล่าวหามีสิทธิครอบครองสถานที่จริงหรือไม่
-
ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิในทรัพย์หรือสถานที่นั้นหรือไม่
-
เคยได้รับอนุญาตให้เข้าไปหรือไม่
-
มีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองอยู่ก่อนหรือไม่
-
การเข้าไปมีเจตนารบกวนการครอบครองหรือไม่
-
ข้อเท็จจริงเป็นเพียงข้อพิพาททางแพ่งหรือไม่
บางคดีจึงต้องตรวจทั้ง กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่ง เอกสารสิทธิ และข้อเท็จจริงเรื่องการครอบครอง ประกอบกัน
ถูกฟ้องคดีบุกรุก ควรทำอย่างไร?
หากได้รับหมายศาลหรือสำเนาคำฟ้องคดีบุกรุก ควรนำเอกสารให้ทนายตรวจโดยเร็ว
ประเด็นที่ควรตรวจ ได้แก่
-
โจทก์กล่าวหาว่าบุกรุกวันและเวลาใด
-
สถานที่เกิดเหตุเป็นของใคร
-
ใครเป็นผู้ครอบครองในขณะเกิดเหตุ
-
ผู้ถูกฟ้องเข้าไปในสถานที่ด้วยเหตุใด
-
มีการอนุญาตหรือมีสิทธิเข้าไปหรือไม่
-
มีพยานบุคคลหรือกล้องวงจรปิดหรือไม่
-
มีเอกสารสิทธิ สัญญาเช่า หรือข้อตกลงที่เกี่ยวข้องหรือไม่
-
คดีมีข้อพิพาททางแพ่งเกี่ยวเนื่องกันหรือไม่
การวางแนวต่อสู้ควรทำตั้งแต่ก่อนวันนัดศาล ไม่ควรรอจนถึงวันพิจารณาแล้วจึงเริ่มตรวจคดี
ถูกฟ้องคดีบุกรุก โทร 083-884-3287
เข้าไปในที่ดินของตนเอง เป็นคดีบุกรุกได้หรือไม่?
ประเด็นนี้ต้องระมัดระวัง เพราะความผิดฐานบุกรุกไม่ได้ดูเฉพาะว่าใครมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาเรื่อง การครอบครองในขณะเกิดเหตุ ด้วย
ตัวอย่างเช่น
-
เจ้าของที่ดินให้ผู้อื่นเช่าอยู่
-
มีผู้ครอบครองสถานที่โดยมีสิทธิตามสัญญา
-
มีข้อพิพาทระหว่างเจ้าของกับผู้เช่า
-
มีคำพิพากษาหรือกระบวนการขับไล่อยู่
-
ผู้ครอบครองยังไม่ได้ส่งมอบสถานที่คืน
ดังนั้น การคิดว่า “เป็นที่ดินของฉัน ฉันเข้าไปได้เสมอ” อาจไม่ถูกต้องในทุกกรณี
ก่อนเข้าไปในสถานที่ที่ยังมีผู้ครอบครองอยู่ ควรตรวจสิทธิและขั้นตอนทางกฎหมายก่อน
ผู้เช่าไม่ยอมออก เจ้าของเข้าไปเปลี่ยนกุญแจได้หรือไม่?
กรณีผู้เช่าหรือผู้ครอบครองไม่ยอมออกจากบ้าน อาคาร หรือห้องเช่า เจ้าของไม่ควรใช้วิธีเข้าไปเปลี่ยนกุญแจ ขนของ หรือเข้าครอบครองเองโดยไม่ตรวจสถานะทางกฎหมายก่อน
เพราะอาจเกิดข้อโต้แย้งทั้งเรื่อง
-
บุกรุก
-
ทำให้เสียทรัพย์
-
ทรัพย์สินของผู้เช่าสูญหาย
-
การรบกวนสิทธิครอบครอง
-
ความรับผิดทางแพ่ง
หากมีคำพิพากษาให้ขับไล่แล้ว ก็ยังควรตรวจว่าคดีถึงขั้นตอนไหน และควรดำเนินการผ่านกระบวนการบังคับคดีหรือวิธีใดที่ปลอดภัยที่สุด
คดีบุกรุกเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา?
ข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดิน บ้าน อาคาร หรือการครอบครอง อาจมีทั้งส่วนที่เป็นคดีแพ่งและคดีอาญา
ตัวอย่างเช่น คู่กรณีอาจมีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในทางแพ่ง แต่ในเวลาเดียวกันมีการแจ้งความว่ามีการบุกรุกในทางอาญา
ดังนั้นไม่ควรดูเฉพาะว่ามีโฉนดอยู่ในชื่อใคร แต่ต้องตรวจ
กรรมสิทธิ์ + สิทธิครอบครอง + สัญญา + พฤติการณ์การเข้าไป + เจตนา
ประกอบกันทั้งหมด
คดีบุกรุกยอมความได้หรือไม่?
ความสามารถในการยอมความขึ้นอยู่กับฐานความผิดที่ถูกกล่าวหาและข้อเท็จจริงของคดี
คดีบุกรุกบางลักษณะอาจเป็นความผิดอันยอมความได้ แต่หากมีพฤติการณ์เข้าข่ายบทที่มีโทษหนักขึ้นหรือมีความผิดอื่นร่วมด้วย ผลทางกฎหมายอาจแตกต่างกัน
หากคู่กรณีต้องการเจรจา ควรให้ทนายตรวจข้อหาและเอกสารก่อนว่าการถอนคำร้องทุกข์หรือการยอมความจะมีผลต่อคดีเพียงใด
มีโฉนดอยู่ในชื่อเรา ยังถูกกล่าวหาว่าบุกรุกได้หรือไม่?
มีโฉนดเป็นหลักฐานสำคัญเรื่องกรรมสิทธิ์ แต่ไม่ได้ตอบทุกประเด็นของคดีบุกรุกโดยอัตโนมัติ
ยังต้องดูว่าขณะเกิดเหตุ
-
ใครเป็นผู้ครอบครองจริง
-
ผู้ครอบครองมีสิทธิตามสัญญาหรือไม่
-
มีการส่งมอบทรัพย์คืนแล้วหรือยัง
-
มีคำสั่งศาลหรือคำพิพากษาเกี่ยวข้องหรือไม่
-
การเข้าไปมีลักษณะอย่างไร
จึงควรนำทั้งโฉนด สัญญา และหลักฐานการครอบครองมาให้ทนายตรวจพร้อมกัน
ตำรวจเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา ต้องมีทนายไปด้วยไหม?
ผู้ถูกกล่าวหาควรเข้าใจข้อกล่าวหาและข้อเท็จจริงของคดีก่อนให้การ
โดยเฉพาะคดีบุกรุกที่เกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดินหรือสิทธิครอบครอง การให้ข้อมูลโดยไม่ตรวจเอกสารก่อน อาจทำให้คำให้การบางส่วนขัดกับแนวทางต่อสู้ในภายหลัง
หากคดีมีเอกสารจำนวนมาก มีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ หรือมีคู่กรณีฟ้องคดีแพ่งอยู่ด้วย ควรให้ทนายตรวจเรื่องก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน
หลักฐานสำคัญในคดีบุกรุกมีอะไรบ้าง?
หลักฐานที่ควรรวบรวม เช่น
-
โฉนดหรือเอกสารสิทธิ
-
สัญญาเช่า
-
หนังสือบอกเลิกสัญญา
-
หนังสือทวงถามหรือหนังสือแจ้งให้ออกจากสถานที่
-
คำพิพากษาหรือคำสั่งศาล
-
ภาพถ่ายสถานที่
-
กล้องวงจรปิด
-
ข้อความ LINE หรือแชต
-
บันทึกการสนทนา
-
พยานบุคคล
-
หลักฐานการส่งมอบกุญแจ
-
หลักฐานการชำระค่าเช่า
-
รายงานประจำวันหรือเอกสารจากตำรวจ
หลักฐานที่ดีควรแสดงให้เห็นทั้ง สิทธิของแต่ละฝ่ายและพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
ประมวลกฎหมายอาญา ที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 362 ผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 363 ผู้ใดเพื่อถือเอาอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเป็นของตนหรือของบุคคลที่สาม ยักย้ายหรือทำลายเครื่องหมายเขตแห่งอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 364 ผู้ใดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เข้าไปหรือซ่อนตัวอยู่ในเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย์หรือสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น หรือไม่ยอมออกไปจากสถานที่เช่นว่านั้นเมื่อผู้มีสิทธิที่จะห้ามมิให้เข้าไปได้ไล่ให้ออก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 365 ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 362 มาตรา 363 หรือมาตรา 364 ได้กระทำ
(1) โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย
(2) โดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรือ
(3) ในเวลากลางคืน
ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 366 ความผิดในหมวดนี้ นอกจากความผิดตามมาตรา 365 เป็นความผิดอันยอมความได้
การบุกรุก มาตรา 362
1 เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือครอง
2 เข้าไปรบกวนการครอบครอง
- ยักย้ายหรือทำลายเครื่องหมายเขตแห่งอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน มาตรา 363
มาตรา 364
1 ไม่มีเหตุอันสมควร
2.1 เข้าไปหรือซ่อนตัวอยู่ในเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย์หรือ
2.2 สำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น หรือไม่ยอมออกไปจากสถานที่เช่นว่านั้นเมื่อผู้มีสิทธิที่จะห้ามมิให้เข้าไปได้ไล่ให้ออก
3 เจตนา
การได้รับโทษหนักขึ้น มาตรา 365
(1) โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย
(2) โดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรือ
(3) ในเวลากลางคืน
ถูกแจ้งความ ได้รับหมายเรียก หรือถูกฟ้องคดีบุกรุก
ปรึกษาทนายคดีบุกรุก โทร 083-884-3287








