ถูกฟ้องคดีปลอมเอกสาร ต้องทำอย่างไร
ถูกฟ้องคดีปลอมเอกสาร ต้องทำอย่างไร | สิทธิของจำเลย ความผิด โทษ และแนวทางรับมือ
ถูกฟ้องคดีปลอมเอกสาร อย่าเพิ่งตกใจ
การได้รับหมายเรียกจากศาล หรือทราบว่าตนเองถูกฟ้องในข้อหา ปลอมเอกสาร หรือ ใช้เอกสารปลอม เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความกังวลให้กับหลายคน เพราะเป็นคดีอาญาที่อาจมีโทษทั้งจำคุกและปรับ รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง การทำงาน และธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การถูกฟ้องไม่ได้หมายความว่ามีความผิด ในคดีอาญา โจทก์ยังมีหน้าที่นำสืบให้ศาลเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยอันสมควรว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดจริง หากพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ ศาลอาจพิพากษายกฟ้องได้
ดังนั้น เมื่อได้รับหมายเรียกหรือสำเนาคำฟ้อง สิ่งที่ไม่ควรทำคือการเพิกเฉย หลบหนี หรือทำลายพยานหลักฐาน เพราะอาจทำให้เสียเปรียบในการดำเนินคดี ควรรวบรวมข้อเท็จจริงและปรึกษาทนายความโดยเร็ว เพื่อประเมินแนวทางต่อสู้คดีอย่างเหมาะสม
ต้องการปรึกษาทนายคดีปลอมเอกสาร
โทร 083-884-3287
LINE : @nsnotary
คดีปลอมเอกสารคืออะไร
ความผิดเกี่ยวกับเอกสารเป็นความผิดที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายอาญา หมวด 8 ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ครอบคลุมตั้งแต่การปลอมเอกสาร การปลอมเอกสารราชการ การใช้เอกสารปลอม ไปจนถึงการรับรองข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารบางประเภท
โดยทั่วไป "การปลอมเอกสาร" หมายถึง การจัดทำ แก้ไข หรือดัดแปลงเอกสารให้มีข้อความหรือรายละเอียดอันเป็นเท็จ เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง และอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือประชาชน
ตัวอย่างที่พบได้บ่อย ได้แก่
-
ปลอมลายมือชื่อในสัญญา
-
ปลอมหนังสือมอบอำนาจ
-
ปลอมเอกสารบริษัท
-
ปลอมหนังสือรับรองการทำงาน
-
ปลอมใบเสร็จรับเงิน
-
ปลอมหนังสือรับรองการศึกษา
-
ปลอมเอกสารราชการ
-
แก้ไขข้อความในเอกสารโดยไม่ได้รับอนุญาต
-
นำเอกสารปลอมไปใช้กับธนาคาร ศาล หรือหน่วยงานราชการ
หลายคดีไม่ได้เกิดจากการปลอมเอกสารด้วยตนเอง แต่เกิดจากการนำเอกสารที่ผู้อื่นปลอมขึ้นไปใช้ ซึ่งกฎหมายก็อาจกำหนดความรับผิดไว้เช่นกัน หากพิสูจน์ได้ว่าผู้ใช้รู้อยู่แล้วว่าเอกสารนั้นเป็นของปลอม
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
คดีปลอมเอกสารมักเกี่ยวข้องกับบทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 ถึงมาตรา 268 ซึ่งเป็นบทบัญญัติหลักเกี่ยวกับความผิดฐานปลอมเอกสาร
โดยสรุปสาระสำคัญ ได้แก่
-
การปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
-
การปลอมเอกสารราชการ
-
การปลอมเอกสารรับรองของเจ้าพนักงาน
-
การใช้เอกสารปลอมโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเอกสารปลอม
ทั้งนี้ การดำเนินคดีจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ไม่ใช่เพียงชื่อข้อหาเท่านั้น
องค์ประกอบความผิดที่โจทก์ต้องพิสูจน์
ในคดีอาญา ภาระการพิสูจน์ตกอยู่กับโจทก์ ซึ่งต้องนำพยานหลักฐานมาพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าจำเลยได้กระทำความผิดครบองค์ประกอบตามกฎหมาย
ประเด็นที่ศาลมักพิจารณา ได้แก่
1. เอกสารเป็นเอกสารปลอมหรือไม่
ศาลจะพิจารณาว่าเอกสารดังกล่าวมีการปลอมแปลงจริงหรือไม่ เช่น มีการปลอมลายมือชื่อ แก้ไขข้อความ เพิ่มข้อความ หรือสร้างเอกสารขึ้นใหม่โดยมิชอบ
หลายคดีมีการนำผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อ หรือพยานทางนิติวิทยาศาสตร์มาเบิกความประกอบ
2. จำเลยเป็นผู้ปลอมหรือมีส่วนร่วมในการปลอมหรือไม่
แม้เอกสารจะเป็นของปลอม แต่หากโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจำเลยเป็นผู้ปลอม หรือร่วมกระทำความผิด ก็อาจยังไม่เพียงพอให้ลงโทษจำเลย
3. มีเจตนาหรือไม่
ความผิดฐานปลอมเอกสารโดยทั่วไปเป็นความผิดที่ต้องอาศัย "เจตนา"
ศาลจะพิจารณาจากพฤติการณ์แวดล้อม เช่น
-
ใครเป็นผู้จัดทำเอกสาร
-
เอกสารถูกนำไปใช้เพื่ออะไร
-
จำเลยได้รับประโยชน์หรือไม่
-
มีการวางแผนหรือปกปิดการกระทำหรือไม่
หากข้อเท็จจริงแสดงให้เห็นว่าเป็นความเข้าใจผิด ความประมาท หรือไม่มีเจตนาทุจริต อาจเป็นประเด็นสำคัญในการต่อสู้คดี
4. มีความเสียหายหรืออาจเกิดความเสียหายหรือไม่
ศาลจะพิจารณาว่าเอกสารปลอมดังกล่าวก่อให้เกิดหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น หน่วยงาน หรือประชาชนหรือไม่
โทษของคดีปลอมเอกสาร
โทษของความผิดเกี่ยวกับเอกสารแตกต่างกันไปตามลักษณะของเอกสารและข้อหาที่พนักงานอัยการฟ้อง
ตัวอย่างเช่น
-
ปลอมเอกสารเอกชน
-
ปลอมเอกสารราชการ
-
ปลอมเอกสารสิทธิ
-
ใช้เอกสารปลอม
-
ปลอมเอกสารรับรองของเจ้าพนักงาน
แต่ละฐานความผิดมีอัตราโทษแตกต่างกัน และบางกรณีอาจถูกกล่าวหาหลายข้อหาในคดีเดียว หากการกระทำเข้าลักษณะหลายฐานความผิด
ด้วยเหตุนี้ การวิเคราะห์คำฟ้องอย่างละเอียดจึงมีความสำคัญ เพราะแนวทางต่อสู้คดีของแต่ละข้อหาอาจแตกต่างกัน
การถูกฟ้องไม่ได้แปลว่าต้องถูกลงโทษ
หลายคนเข้าใจผิดว่า เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องแล้ว ศาลจะต้องพิพากษาว่ามีความผิดเสมอ ซึ่งไม่ถูกต้อง
ในคดีอาญา ศาลจะพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมดของทั้งสองฝ่าย หากยังมีข้อสงสัยอันสมควรเกี่ยวกับการกระทำของจำเลย ศาลย่อมต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามหลักกฎหมาย
ดังนั้น การเตรียมพยานหลักฐาน การวิเคราะห์ข้อเท็จจริง และการวางแนวทางต่อสู้คดีตั้งแต่ระยะแรก จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลของคดี
ได้รับหมายเรียกหรือถูกฟ้องคดีปลอมเอกสาร?
ควรรีบปรึกษาทนายความเพื่อประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางต่อสู้คดีก่อนถึงวันนัดศาล
โทร 083-884-3287
ถูกฟ้องคดีปลอมเอกสาร ต้องทำอย่างไร (ตอนที่ 2)
เมื่อได้รับหมายเรียกจากศาล ต้องทำอย่างไร
เมื่อได้รับหมายเรียกหรือสำเนาคำฟ้องในคดีปลอมเอกสาร หลายคนมักรู้สึกตกใจและไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าเพิกเฉยต่อหมายเรียกของศาล เพราะหากไม่ไปตามวันนัดโดยไม่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจออกหมายจับได้ในบางกรณี
สิ่งที่ควรดำเนินการทันที ได้แก่
อ่านหมายเรียกและคำฟ้องอย่างละเอียด
ตรวจสอบวัน เวลา และสถานที่นัด
ตรวจสอบว่าถูกกล่าวหาฐานความผิดใด
รวบรวมเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
จดลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน
ปรึกษาทนายความก่อนยื่นคำให้การ
การเตรียมตัวตั้งแต่ได้รับหมายเรียก จะช่วยลดความผิดพลาดและทำให้สามารถวางแนวทางต่อสู้คดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่ารีบยอมรับข้อเท็จจริงโดยไม่ปรึกษาทนาย
ผู้ถูกฟ้องหลายรายเข้าใจผิดว่า หากไม่ได้เป็นผู้ปลอมเอกสารโดยตรง ก็ไม่จำเป็นต้องเตรียมการใด ๆ หรือบางคนรีบยอมรับข้อกล่าวหาเพื่อหวังให้คดีจบเร็ว
ในความเป็นจริง คดีปลอมเอกสารมีรายละเอียดทางกฎหมายหลายประเด็น เช่น
เป็นการปลอมเอกสารหรือไม่
เป็นเอกสารประเภทใด
ใครเป็นผู้จัดทำ
จำเลยมีส่วนเกี่ยวข้องเพียงใด
มีเจตนาหรือไม่
รู้หรือไม่ว่าเอกสารเป็นของปลอม
คำตอบของแต่ละประเด็นอาจส่งผลต่อแนวทางต่อสู้คดีอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นก่อนให้การหรือดำเนินการใด ๆ ควรได้รับคำแนะนำจากทนายความ
ได้รับหมายเรียกคดีปลอมเอกสาร?
โทร 083-884-3287
LINE : @nsnotary
การเตรียมเอกสารสำหรับต่อสู้คดี
ยิ่งเตรียมหลักฐานได้เร็วเท่าใด ก็ยิ่งมีโอกาสวิเคราะห์คดีได้รอบด้านมากขึ้น
หลักฐานที่ควรเตรียม เช่น
เอกสารต้นฉบับ
หากยังมีเอกสารต้นฉบับ ควรเก็บรักษาไว้ในสภาพเดิม เพราะอาจใช้เปรียบเทียบกับเอกสารที่ถูกกล่าวหาว่าปลอม
หนังสือหรือสัญญาที่เกี่ยวข้อง
เช่น
สัญญาซื้อขาย
หนังสือมอบอำนาจ
หนังสือรับรองบริษัท
หนังสือยินยอม
เอกสารราชการ
หลักฐานการติดต่อ
ได้แก่
LINE
Facebook Messenger
SMS
หนังสือโต้ตอบ
ข้อความเหล่านี้อาจแสดงถึงที่มาของเอกสาร หรือเจตนาของคู่กรณี
หลักฐานการชำระเงิน
เช่น
สลิปโอนเงิน
รายการเดินบัญชี
ใบเสร็จรับเงิน
ในหลายคดี หลักฐานทางการเงินสามารถเชื่อมโยงข้อเท็จจริงได้อย่างมีน้ำหนัก
พยานบุคคล
หากมีผู้เห็นเหตุการณ์ หรือทราบข้อเท็จจริง ควรจดรายชื่อพร้อมข้อมูลติดต่อไว้ตั้งแต่ต้น เพราะเมื่อเวลาผ่านไป พยานอาจจำรายละเอียดไม่ได้
การตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อ
ในคดีปลอมเอกสารจำนวนมาก ประเด็นสำคัญคือ "ลายมือชื่อ"
หากคู่กรณีอ้างว่าจำเลยเป็นผู้ปลอมลายมือชื่อ ศาลอาจรับฟัง
ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อ
รายงานการตรวจพิสูจน์
เอกสารตัวอย่างลายมือชื่อ
พยานบุคคลที่เห็นการลงนาม
ดังนั้น หากมีเอกสารที่แสดงลายมือชื่อจริงของตนในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ควรเก็บรวบรวมไว้เพื่อใช้ประกอบการต่อสู้คดี
การยื่นคำให้การ
เมื่อศาลกำหนดวันยื่นคำให้การ จำเลยมีสิทธิยื่นคำให้การเป็นหนังสือ โดยระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ใช้ต่อสู้คดี
คำให้การที่ดีควร
ตรงกับข้อเท็จจริง
สอดคล้องกับพยานหลักฐาน
ไม่ขัดแย้งกันเอง
ระบุประเด็นที่โต้แย้งคำฟ้องอย่างชัดเจน
การยื่นคำให้การโดยไม่วิเคราะห์คำฟ้องอย่างละเอียด อาจทำให้เสียประโยชน์ในการดำเนินคดี
วันนัดตรวจพยานหลักฐาน
หลังจากยื่นคำให้การ ศาลมักกำหนดวันนัดตรวจพยานหลักฐาน
ในวันดังกล่าว ศาลจะสอบถามคู่ความเกี่ยวกับ
พยานเอกสาร
พยานบุคคล
พยานผู้เชี่ยวชาญ
ประเด็นข้อพิพาท
ระยะเวลาสืบพยาน
การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างราบรื่น
การประกันตัวในคดีปลอมเอกสาร
หากจำเลยถูกควบคุมตัว หรือศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับการปล่อยชั่วคราว สามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวได้ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย
ศาลจะพิจารณาปัจจัยหลายประการ เช่น
ความร้ายแรงของข้อหา
พฤติการณ์แห่งคดี
ความเสี่ยงในการหลบหนี
ความเสี่ยงในการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
หลักประกันที่นำมายื่น
การได้รับการปล่อยชั่วคราวไม่ได้หมายความว่าคดีสิ้นสุด แต่เป็นการเปิดโอกาสให้จำเลยต่อสู้คดีโดยไม่ถูกควบคุมตัวระหว่างพิจารณา
แนวทางต่อสู้คดีที่พบได้บ่อย
แนวทางต่อสู้คดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละคดี เช่น
ไม่ได้เป็นผู้ปลอมเอกสาร
หากพิสูจน์ได้ว่าจำเลยไม่ได้จัดทำหรือแก้ไขเอกสาร อาจเป็นประเด็นสำคัญในการต่อสู้คดี
ไม่มีเจตนาทุจริต
บางกรณี จำเลยอาจเชื่อโดยสุจริตว่าเอกสารถูกต้อง หรือได้รับเอกสารจากบุคคลอื่นโดยไม่ทราบว่าเป็นของปลอม
โจทก์ยังพิสูจน์ไม่ได้
หากพยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่เพียงพอ ศาลอาจยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
พยานโจทก์มีข้อพิรุธ
การซักค้านพยานอาจทำให้เห็นความไม่สอดคล้องของข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นประเด็นที่ศาลนำไปพิจารณาได้
อย่าทำลายพยานหลักฐาน
หลังถูกฟ้อง ไม่ควร
แก้ไขเอกสาร
ทำลายเอกสาร
ลบข้อความแชต
ติดต่อพยานเพื่อให้เปลี่ยนคำให้การ
สร้างหลักฐานเท็จ
การกระทำดังกล่าวอาจส่งผลเสียต่อรูปคดี และอาจก่อให้เกิดความรับผิดเพิ่มเติมได้
ติดต่อทนายตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
การวางแผนต่อสู้คดีตั้งแต่ได้รับหมายเรียก ช่วยให้มีเวลารวบรวมพยานหลักฐาน วิเคราะห์คำฟ้อง และเตรียมคำให้การได้อย่างเหมาะสม
โทร 083-884-3287
LINE : @nsnotary
ถูกฟ้องคดีปลอมเอกสาร ต้องทำอย่างไร (ตอนที่ 4)
Checklist เมื่อถูกฟ้องคดีปลอมเอกสาร
หากคุณเพิ่งได้รับหมายเรียกจากตำรวจ พนักงานอัยการ หรือศาล ลองตรวจสอบว่าคุณได้ดำเนินการตามรายการต่อไปนี้หรือไม่
☐ อ่านหมายเรียกและคำฟ้องให้ครบถ้วน
☐ จดวัน เวลา และสถานที่นัดของศาล
☐ รวบรวมเอกสารต้นฉบับทั้งหมด
☐ เก็บข้อความแชต อีเมล และหลักฐานการติดต่อ
☐ จัดเตรียมรายชื่อพยานบุคคล
☐ ตรวจสอบว่ามีเอกสารใดที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นของปลอมหรือถูกแก้ไข
☐ หลีกเลี่ยงการแก้ไขหรือทำลายเอกสาร
☐ ปรึกษาทนายความก่อนยื่นคำให้การหรือให้การในประเด็นสำคัญ
การเตรียมตัวที่ดีตั้งแต่เริ่มต้นช่วยลดความเสี่ยงในการเสียสิทธิระหว่างการดำเนินคดี
ข้อผิดพลาดที่ผู้ถูกฟ้องมักทำ
ผู้ถูกฟ้องจำนวนไม่น้อยเสียเปรียบในคดีเพราะกระทำสิ่งต่อไปนี้
1. ไม่ไปศาลตามกำหนด
การไม่ไปศาลโดยไม่มีเหตุอันสมควรอาจส่งผลต่อกระบวนพิจารณา และในบางกรณีศาลอาจดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้จำเลยมาศาล
2. รีบยอมรับข้อกล่าวหา
บางคนยอมรับเพราะคิดว่าจะทำให้คดีจบเร็ว แต่การตัดสินใจเช่นนี้อาจกระทบต่อสิทธิในการต่อสู้คดี ควรทำความเข้าใจข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายก่อน
3. ทำลายหลักฐาน
การทำลาย แก้ไข หรือลบเอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ อาจทำให้รูปคดีเสียหาย และในบางกรณีอาจก่อให้เกิดประเด็นทางกฎหมายเพิ่มเติม
4. ติดต่อพยานในลักษณะไม่เหมาะสม
การพยายามกดดัน ชักจูง หรือเปลี่ยนแปลงคำให้การของพยาน อาจส่งผลเสียต่อคดีได้
5. โพสต์รายละเอียดคดีลงสื่อสังคมออนไลน์
การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคดีอาจถูกนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานได้ และอาจส่งผลต่อการดำเนินคดีในภายหลัง
หากไม่ได้เป็นผู้ปลอมเอกสาร ควรทำอย่างไร
ในหลายคดี จำเลยยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ปลอมเอกสาร แต่ชื่อของตนกลับเกี่ยวข้องกับเอกสารดังกล่าว
กรณีเช่นนี้ ควรรีบรวบรวมพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า
ไม่ได้เป็นผู้จัดทำเอกสาร
ไม่ได้ลงลายมือชื่อ
ไม่ได้สั่งการให้ผู้อื่นปลอมเอกสาร
ไม่มีส่วนได้รับประโยชน์จากเอกสารนั้น
ไม่ทราบว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม (หากถูกกล่าวหาฐานใช้เอกสารปลอม)
ทั้งนี้ แนวทางต่อสู้คดีจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละกรณีเป็นสำคัญ
คำถามที่พบบ่อย
ถูกฟ้องคดีปลอมเอกสาร ต้องไปศาลทุกนัดหรือไม่
ควรไปศาลตามวันนัดทุกครั้ง เว้นแต่ศาลมีคำสั่งหรือมีกฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น
ถูกฟ้องแล้วถือว่ามีความผิดหรือไม่
ไม่ การถูกฟ้องเป็นเพียงการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี ศาลจะวินิจฉัยจากพยานหลักฐานของทุกฝ่ายก่อนมีคำพิพากษา
หากไม่ได้ปลอมเอง แต่ใช้เอกสาร จะผิดหรือไม่
ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและองค์ประกอบของความผิด โดยเฉพาะประเด็นว่าทราบหรือไม่ว่าเอกสารเป็นของปลอม และพฤติการณ์ในคดีนั้น ๆ
การปลอมลายมือชื่อถือเป็นปลอมเอกสารหรือไม่
หากการลงลายมือชื่อปลอมเป็นไปเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเอกสารเป็นของแท้ และเข้าลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด อาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการปลอมเอกสารได้
คดีปลอมเอกสารยอมความได้หรือไม่
ขึ้นอยู่กับฐานความผิดและลักษณะของคดี ไม่สามารถสรุปได้ว่าคดีทุกประเภทจะยอมความได้หรือไม่ได้ จำเป็นต้องพิจารณาข้อหาและข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
ต้องมีทนายความหรือไม่
กฎหมายไม่ได้บังคับให้จำเลยทุกคนต้องมีทนายความ แต่การมีทนายตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยในการวิเคราะห์คำฟ้อง รวบรวมพยานหลักฐาน และวางแนวทางต่อสู้คดีได้อย่างเป็นระบบ
หากเซ็นชื่อแทนโดยได้รับอนุญาต จะผิดหรือไม่
ขึ้นอยู่กับลักษณะการมอบอำนาจ ขอบเขตของการอนุญาต และข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี ไม่อาจสรุปได้ว่าเป็นความผิดเสมอไป
สรุป
คดีปลอมเอกสารเป็นคดีอาญาที่ต้องพิจารณาทั้งข้อเท็จจริงและองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย ความแตกต่างเพียงเล็กน้อยของข้อเท็จจริง เช่น ผู้ใดเป็นผู้จัดทำเอกสาร มีเจตนาหรือไม่ หรือทราบว่าเอกสารเป็นของปลอมหรือไม่ อาจส่งผลต่อแนวทางต่อสู้คดีและผลของคดีได้
หากได้รับหมายเรียก ถูกแจ้งข้อกล่าวหา หรือถูกฟ้องในคดีปลอมเอกสาร ไม่ควรเพิกเฉยต่อกระบวนการยุติธรรม ควรเก็บรักษาพยานหลักฐาน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และขอคำปรึกษาจากทนายความเพื่อวางแนวทางดำเนินคดีอย่างเหมาะสม
ปรึกษาทนายคดีปลอมเอกสาร
หากคุณหรือคนในครอบครัวได้รับหมายเรียก ถูกแจ้งข้อกล่าวหา หรือถูกฟ้องคดีปลอมเอกสาร สามารถปรึกษาทนายความเพื่อประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางดำเนินคดีได้
โทรศัพท์ : 083-884-3287
LINE : @nsnotary
ให้คำปรึกษาคดีอาญา วางแนวทางต่อสู้คดี และเตรียมการก่อนขึ้นศาล









