ฟ้องหย่า

                                                  การฟ้องหย่า

                                         ตามกฎหมายแล้วมีการหย่า  มี 2ประเภท 

                  1 การหย่าโดยสมัครใจยินยอมไปหย่าทั้ง 2 ฝ่าย ที่อำเภอ แล้วให้นายทะเบียนจดหย่าให้  ทั้งนี้อาจมีข้อตกลงบันทึกท้ายทะเบียนหย่า  อาจตกลงเกี่ยวกับบุตร  หรือ ทรัพย์สิน

                  2  การฟ้องหย่า

    เหตุแห่งหารฟ้องหย่าเป็นไปตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

           1  กรณีที่ทำสัญญาหย่าโดยยินยอมทั้ง 2 ฝ่าย  แล้วอีกฝ่ายไม่ยอมไปจดทะเบียนหย่าตามข้อตกลง  กรณีนี้ฟ้องหย่าได้

                2  เหตุฟ้องหย่าตามกฎหมาย

                2.1 ฟ้องหย่ากรณีอีกฝ่ายมีชู้  หรือยกย่องหญิงเช่นเดียวกับภริยา

                2.2 ฟ้องหย่าจากเหตุที่อีกฝ่ายประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

                2.3 ฟ้องหย่าจาก กรณีสมัตรใจแยกกันอยู่เกินกว่า 3 ปี

                2.4  ฟ้องหย่าจากที่อีกฝ่ายทิ้งร้าง

                2.5 ฟ้องหย่าเนื่องจากอีกฝ่ายต้องโทษตามคำพิพพากษา ให้ลงโทษจำคุกเกิน 1 ปี

                2.6 ฟ้องหย่าจากการทำร้ายร่างกาย ทรมานร่างกายหรือจิตใจของอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นการร้ายแรง

                2.7 ฟ้องหย่าจากการที่อีกฝ่ายดูหมิ่น เหยียดหยาม บุพการี อย่างร้ายแรง

                2.8  กรณีที่อีกฝ่ายถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ  อีกฝ่ายฟ้องหย่าได้

                2.9  ฟ้องหย่าเนื่องจากมีการกระทำการอันเป็นปฎิปักษ์ ต่อการเป็นสามี ภริยา อย่างร้าแรง

                2.10 กรณีที่ อีกฝ่ายวิกลจริต เกินกว่า 3 ปีฟ้องหย่าได้  โดยการวิกลจริตนั้นต้องยากที่จะหาย

                2.11 ฟ้องหย่าจากการอีกฝ่ายเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรง  อาจเป็นภัยกับอีกฝ่ายหนึ่ง  และยากต่อการรักษาหายได้ 

                2.12 ฟ้องหย่าฟ้องหย่ากรณีที่สามี ภริยา ไม่ให้ความช่วยเหลือ เลี้ยงดู

                2.13  ฟ้องหย่าจากสภาพแห่งกายไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล

               การเตรียมเอกสารฟ้องหย่า

               1  ทะเบียนสมรส

               2  บัตรประชาชน

               3   กรณีมีบุตร  ใช้ ใบเกิด

               4   หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเหตุฟ้องหย่ากรณีนั้น  เช่น  ภาพถ่ายบาดแผลการทำร้าย  ภาพการมีชู้  หลักฐานการแยกกันอยู่

 

ฟ้องหย่า ต้องทำอย่างไร? เหตุฟ้องหย่า ขั้นตอน หลักฐาน และปรึกษาทนาย

การ ฟ้องหย่า เป็นวิธีการยุติการสมรสในกรณีที่คู่สมรสไม่สามารถตกลงหย่ากันได้โดยสมัครใจ หรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับเหตุหย่า บุตร ค่าเลี้ยงดู สินสมรส หรือสิทธิหน้าที่ระหว่างสามีภริยา

ผู้ที่กำลังพิจารณาฟ้องหย่าควรตรวจสอบก่อนว่า กรณีของตนมี เหตุฟ้องหย่าตามกฎหมาย หรือไม่ มีหลักฐานเพียงพอหรือไม่ และควรฟ้องขออะไรเพิ่มเติมพร้อมกับคดีหย่า เช่น ขออำนาจปกครองบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดู หรือแบ่งสินสมรส

หากไม่แน่ใจว่าข้อเท็จจริงเข้าหลักเกณฑ์ฟ้องหย่าหรือไม่ สามารถนำรายละเอียดและหลักฐานมาปรึกษาทนายก่อนดำเนินคดี

ปรึกษาคดีฟ้องหย่า โทร 083-884-3287

ฟ้องหย่าคืออะไร

การหย่ามีได้ทั้งกรณีที่คู่สมรสตกลงหย่ากันโดยสมัครใจ และกรณีที่ฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอมหย่า

หากคู่สมรสตกลงหย่ากันได้ โดยทั่วไปสามารถดำเนินการจดทะเบียนหย่าตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด แต่หากอีกฝ่ายไม่ยินยอม หรือมีปัญหาเรื่องบุตร ทรัพย์สิน ค่าเลี้ยงดู หรือมีเหตุอื่นที่ทำให้ไม่สามารถหย่ากันโดยสมัครใจได้ ฝ่ายที่ต้องการหย่าอาจต้องยื่น ฟ้องหย่าต่อศาล

การฟ้องหย่าจึงไม่ใช่เพียงการขอให้ศาลยุติสถานะสมรส แต่ในหลายคดียังเกี่ยวข้องกับสิทธิอื่น เช่น

  • อำนาจปกครองบุตร

  • ค่าอุปการะเลี้ยงดู

  • ค่าเลี้ยงชีพ

  • การแบ่งสินสมรส

  • ค่าทดแทนจากการกระทำของคู่สมรส

  • สิทธิในทรัพย์สินหรือหนี้สินระหว่างสมรส

ฟ้องหย่าได้เมื่อใด

การที่สามีภริยาไม่ต้องการอยู่ร่วมกันต่อ ไม่ได้หมายความว่าจะฟ้องหย่าได้ทุกกรณี

การฟ้องหย่าต้องมีข้อเท็จจริงที่เข้า เหตุฟ้องหย่าตามกฎหมาย และผู้ฟ้องควรมีหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหานั้น

ตัวอย่างข้อพิพาทที่พบบ่อย เช่น

  • สามีหรือภริยามีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น

  • ทอดทิ้งกันเป็นเวลานาน

  • แยกกันอยู่และไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตคู่ได้

  • ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ

  • ประพฤติร้ายแรงจนไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้

  • ไม่ให้ความช่วยเหลือหรืออุปการะเลี้ยงดูตามสมควร

  • มีพฤติการณ์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้เป็นเหตุหย่า

ก่อนยื่นฟ้องควรตรวจข้อเท็จจริงและหลักฐานให้ละเอียด เพราะศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงของแต่ละคดี ไม่ใช่จากความรู้สึกว่าชีวิตสมรสไม่ราบรื่นเพียงอย่างเดียว

สามีหรือภริยามีชู้ ฟ้องหย่าได้หรือไม่

กรณีคู่สมรสมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นเป็นหนึ่งในปัญหาที่พบมากในคดีครอบครัว

แต่การฟ้องหย่าควรพิจารณาว่า ข้อเท็จจริงมีลักษณะอย่างไร และมีหลักฐานเชื่อมโยงเพียงพอหรือไม่

หลักฐานอาจประกอบด้วย เช่น

  • ข้อความแชต

  • รูปภาพหรือวิดีโอ

  • การเดินทางหรือพักอาศัยร่วมกัน

  • พยานบุคคล

  • หลักฐานทางการเงิน

  • ข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์

  • พฤติการณ์ที่แสดงความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หลักฐานทุกชนิดควรได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย และควรระวังการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลหรือการกระทำที่อาจก่อให้เกิดข้อพิพาททางกฎหมายเพิ่มเติม

ในบางกรณี ผู้เสียหายอาจมีสิทธิเรียกร้องค่าทดแทนเพิ่มเติม แต่ต้องวิเคราะห์จากข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

แยกกันอยู่ ฟ้องหย่าได้หรือไม่

การแยกกันอยู่เป็นอีกกรณีที่มีผู้สอบถามจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เพียงแยกบ้านกันอยู่แล้วจะสามารถฟ้องหย่าได้ทันทีทุกกรณี

ควรพิจารณาว่า

  • แยกกันอยู่มานานเท่าใด

  • สาเหตุที่แยกกันอยู่เกิดจากฝ่ายใด

  • มีเจตนาทอดทิ้งหรือไม่

  • ยังมีการติดต่อและช่วยเหลือกันหรือไม่

  • มีการพยายามกลับมาอยู่ร่วมกันหรือไม่

  • มีพฤติการณ์อื่นประกอบหรือไม่

หากต้องการใช้เหตุแยกกันอยู่หรือทอดทิ้งเป็นเหตุฟ้อง ควรจัดเตรียมหลักฐานเกี่ยวกับระยะเวลาและพฤติการณ์ให้ชัดเจน

ถูกทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ ฟ้องหย่าได้หรือไม่

หากคู่สมรสมีพฤติการณ์ทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ คุกคาม หรือกระทำรุนแรงอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องหย่าได้

หลักฐานที่ควรเก็บ เช่น

  • ใบรับรองแพทย์

  • รูปบาดแผล

  • บันทึกประจำวัน

  • ข้อความข่มขู่

  • คลิปเสียงหรือวิดีโอที่ได้มาโดยชอบ

  • พยานบุคคล

  • เอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หากมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ควรให้ความสำคัญกับการคุ้มครองตนเองและบุตรก่อน และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับมาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสม

เอกสารที่ใช้ในการฟ้องหย่า

เอกสารที่ต้องใช้จะแตกต่างกันตามข้อเท็จจริงของแต่ละคดี แต่โดยทั่วไปอาจต้องเตรียม

  • บัตรประชาชน

  • ทะเบียนบ้าน

  • ใบสำคัญการสมรส

  • สูติบัตรบุตร

  • หลักฐานทรัพย์สิน

  • หลักฐานรายได้

  • เอกสารเกี่ยวกับหนี้สิน

  • หลักฐานเหตุฟ้องหย่า

  • ที่อยู่ของคู่สมรส

  • เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง

หากคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ อาจต้องใช้เอกสารเพิ่มเติม เช่น Passport ทะเบียนสมรสจากต่างประเทศ หรือคำแปลเอกสาร

หลักฐานสำคัญในการฟ้องหย่า

คดีหย่าเป็นคดีที่ข้อเท็จจริงมีความสำคัญมาก

ผู้ฟ้องจึงควรรวบรวมหลักฐานตั้งแต่ก่อนยื่นคดี โดยเฉพาะหลักฐานที่อาจสูญหายหรือถูกลบได้ง่าย เช่น ข้อความแชต รูปภาพ หรือข้อมูลออนไลน์

ควรจัดลำดับหลักฐานให้ตอบคำถามสำคัญว่า

  1. เกิดเหตุอะไรขึ้น

  2. เกิดขึ้นเมื่อใด

  3. เกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่

  4. มีใครรับรู้เหตุการณ์บ้าง

  5. หลักฐานแต่ละชิ้นพิสูจน์ประเด็นใด

  6. มีความเกี่ยวข้องกับเหตุฟ้องหย่าอย่างไร

หลักฐานที่ดีไม่จำเป็นต้องมีจำนวนมาก แต่ควรมีความสัมพันธ์กับประเด็นที่จะพิสูจน์

ฟ้องหย่าที่ศาลไหน

การเลือกศาลที่จะยื่นฟ้องต้องพิจารณาจากกฎหมายว่าด้วยเขตอำนาจศาลและข้อเท็จจริงของคู่ความ

ไม่ควรเลือกศาลจากความสะดวกเพียงอย่างเดียว เพราะหากยื่นผิดศาลอาจทำให้กระบวนการล่าช้า

กรณีที่คู่สมรสอยู่คนละจังหวัด หรือคู่สมรสฝ่ายหนึ่งอยู่ต่างประเทศ ควรตรวจเรื่องเขตอำนาจศาลและวิธีส่งหมายก่อนยื่นคดี

ขั้นตอนการฟ้องหย่า

ขั้นตอนโดยทั่วไปอาจมีดังนี้

1. ปรึกษาและตรวจข้อเท็จจริง

ทนายจะพิจารณาเหตุฟ้อง หลักฐาน และข้อเรียกร้องอื่นที่ควรยื่นพร้อมคดี

2. เตรียมคำฟ้อง

คำฟ้องควรระบุข้อเท็จจริง เหตุหย่า และคำขอท้ายฟ้องให้ครบถ้วน

3. ยื่นฟ้องต่อศาล

เมื่อยื่นคดีแล้ว ศาลจะดำเนินการตามขั้นตอนและส่งหมายให้อีกฝ่าย

4. การไกล่เกลี่ย

คดีครอบครัวจำนวนมากอาจมีการไกล่เกลี่ยเพื่อให้คู่ความตกลงกันในประเด็นต่าง ๆ

หากตกลงได้ อาจลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี

5. สืบพยาน

หากตกลงกันไม่ได้ ศาลจะพิจารณาพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่าย

6. ศาลมีคำพิพากษา

เมื่อศาลวินิจฉัยแล้ว จึงดำเนินการตามคำพิพากษาและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ฟ้องหย่าและแบ่งสินสมรส

การหย่าอาจมีประเด็นสำคัญเรื่องทรัพย์สิน

ควรแยกให้ชัดว่า ทรัพย์ใดเป็นสินส่วนตัว และทรัพย์ใดเป็นสินสมรส เพราะหลักการแบ่งทรัพย์สินจะแตกต่างกัน

ตัวอย่างทรัพย์ที่มักเป็นข้อพิพาท เช่น

  • บ้าน

  • ที่ดิน

  • คอนโด

  • รถยนต์

  • เงินฝาก

  • หุ้น

  • ธุรกิจ

  • ทรัพย์สินที่ซื้อระหว่างสมรส

  • หนี้จากการทำธุรกิจหรือสินเชื่อ

หากมีทรัพย์สินจำนวนมาก ควรรวบรวมเอกสารตั้งแต่ก่อนยื่นฟ้อง เช่น โฉนด สัญญาซื้อขาย Statement หรือเอกสารบริษัท

ฟ้องหย่าและสิทธิในบุตร

หากคู่สมรสมีบุตร คดีหย่ามักมีประเด็นเพิ่มเติม ได้แก่

  • ใครมีอำนาจปกครองบุตร

  • บุตรจะพักอาศัยกับฝ่ายใด

  • อีกฝ่ายจะพบหรือเยี่ยมบุตรอย่างไร

  • ใครรับผิดชอบค่าเลี้ยงดู

  • ค่าเรียนและค่ารักษาพยาบาล

  • ค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น

ศาลจะพิจารณาผลประโยชน์และความเหมาะสมต่อบุตรเป็นสำคัญ

ดังนั้นไม่ควรใช้เรื่องบุตรเป็นเครื่องมือต่อรองทางอารมณ์ระหว่างคู่สมรส

ค่าเลี้ยงดูบุตรเรียกร้องได้หรือไม่

สามารถมีประเด็นเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรในคดีหย่าได้

จำนวนค่าเลี้ยงดูไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้กับทุกคดี แต่ศาลอาจพิจารณาองค์ประกอบ เช่น

  • อายุของบุตร

  • ค่าใช้จ่ายในการศึกษา

  • ค่าใช้จ่ายประจำ

  • สุขภาพของบุตร

  • รายได้ของบิดาและมารดา

  • ฐานะทางเศรษฐกิจ

  • ความจำเป็นอื่น

ผู้ที่ต้องการเรียกค่าเลี้ยงดูควรเตรียมหลักฐานค่าใช้จ่ายของบุตรประกอบ

คู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ ฟ้องหย่าในไทยได้หรือไม่

กรณี ฟ้องหย่าคู่สมรสต่างชาติ มีรายละเอียดมากกว่าคดีทั่วไป เพราะต้องพิจารณาเรื่อง

  • การจดทะเบียนสมรสเกิดขึ้นที่ใด

  • คู่สมรสมีสัญชาติใด

  • ปัจจุบันอาศัยอยู่ประเทศใด

  • ศาลไทยมีเขตอำนาจหรือไม่

  • จะส่งหมายไปต่างประเทศอย่างไร

  • เอกสารต่างประเทศต้องแปลหรือรับรองหรือไม่

  • หลังหย่าแล้วต้องนำคำพิพากษาไปใช้ในต่างประเทศหรือไม่

จึงควรตรวจข้อเท็จจริงก่อนยื่นคดี

คู่สมรสอยู่ต่างประเทศ ฟ้องหย่าอย่างไร

การที่คู่สมรสไม่อยู่ประเทศไทยไม่ได้แปลว่าจะไม่สามารถดำเนินคดีได้

แต่จะมีเรื่องขั้นตอนการส่งหมาย เอกสาร และระยะเวลาที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

ผู้ฟ้องควรมีข้อมูลเกี่ยวกับ

  • ที่อยู่ปัจจุบันของอีกฝ่าย

  • ประเทศที่อีกฝ่ายพักอาศัย

  • Email หรือข้อมูลติดต่อ

  • Passport หรือข้อมูลประจำตัวเท่าที่มี

  • เอกสารการสมรส

  • หลักฐานเหตุฟ้องหย่า

ควรเตรียมข้อมูลเหล่านี้ตั้งแต่ก่อนยื่นคดีเพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้า

ฟ้องหย่าใช้เวลานานไหม

ระยะเวลาของคดีขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • คู่สมรสอีกฝ่ายต่อสู้คดีหรือไม่

  • ส่งหมายได้รวดเร็วหรือไม่

  • มีข้อพิพาทเรื่องทรัพย์สินหรือบุตรหรือไม่

  • มีพยานจำนวนมากหรือไม่

  • สามารถไกล่เกลี่ยได้หรือไม่

  • อีกฝ่ายอยู่ต่างประเทศหรือไม่

คดีที่ตกลงกันได้ย่อมมีโอกาสจบเร็วกว่า ส่วนคดีที่มีข้อพิพาทหลายประเด็นอาจใช้เวลามากขึ้น

ฟ้องหย่าต้องมีทนายหรือไม่

ในทางปฏิบัติ คดีหย่าที่มีข้อพิพาทเรื่องเหตุหย่า บุตร หรือทรัพย์สิน ควรพิจารณาให้ทนายช่วยตรวจข้อเท็จจริงและจัดทำคำฟ้อง

เหตุผลสำคัญคือ คำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องมีผลต่อสิทธิของคู่ความ

หากฟ้องเฉพาะเรื่องหย่า แต่ไม่ได้ขอเรื่องสินสมรส ค่าเลี้ยงดู หรือสิทธิที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม อาจทำให้ต้องดำเนินการเพิ่มเติมภายหลัง

ค่าทนายฟ้องหย่า

ค่าทนายขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของคดี

ปัจจัยที่มีผล เช่น

  • เหตุฟ้องหย่า

  • จำนวนพยาน

  • มีบุตรหรือไม่

  • มีทรัพย์สินพิพาทหรือไม่

  • คู่สมรสอยู่ต่างประเทศหรือไม่

  • มีข้อเรียกร้องอื่นร่วมด้วยหรือไม่

หากต้องการประเมินค่าใช้จ่าย ควรแจ้งข้อเท็จจริงและสิ่งที่ต้องการให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟ้องหย่า

อีกฝ่ายไม่ยอมหย่า ฟ้องได้ไหม

อาจฟ้องได้หากมีเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายและมีหลักฐานสนับสนุน

ไม่มีหลักฐานมาก ฟ้องได้ไหม

ต้องพิจารณาว่ามีพยานหรือหลักฐานชนิดอื่นพิสูจน์เหตุฟ้องได้หรือไม่ ไม่ควรตัดสินจากจำนวนหลักฐานอย่างเดียว

สามีมีผู้หญิงอื่น ฟ้องหย่าได้ไหม

ต้องตรวจพฤติการณ์และหลักฐานว่าเข้าเหตุหย่าตามกฎหมายหรือไม่ และในบางกรณีอาจมีสิทธิเรียกร้องอื่นเพิ่มเติม

แยกกันอยู่นานแล้ว ฟ้องหย่าได้ไหม

อาจเกี่ยวข้องกับเหตุฟ้องหย่า แต่ต้องพิจารณาระยะเวลา สาเหตุ และพฤติการณ์ร่วมด้วย

มีลูก ฟ้องหย่าได้ไหม

ได้ แต่ควรพิจารณาเรื่องอำนาจปกครอง ค่าเลี้ยงดู และการดูแลบุตรไปพร้อมกัน

คู่สมรสอยู่ต่างประเทศ ฟ้องได้ไหม

อาจดำเนินการได้ แต่ต้องตรวจเขตอำนาจศาลและวิธีส่งหมายไปต่างประเทศ

ฟ้องหย่าพร้อมแบ่งสินสมรสได้หรือไม่

สามารถมีประเด็นเรื่องสินสมรสร่วมในคดีได้ โดยควรตรวจเอกสารและประเภททรัพย์สินก่อนยื่นฟ้อง

ปรึกษาทนายฟ้องหย่า

คดีหย่าแต่ละคดีมีรายละเอียดแตกต่างกัน

ก่อนยื่นฟ้องควรตรวจอย่างน้อย 4 เรื่อง ได้แก่

เหตุฟ้อง – หลักฐาน – บุตร – ทรัพย์สิน

หากคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติหรืออยู่ต่างประเทศ ควรตรวจเรื่องเขตอำนาจศาลและการส่งหมายเพิ่มเติม

หากคุณกำลังพิจารณา ฟ้องหย่า, ถูกคู่สมรสทอดทิ้ง มีปัญหาเรื่องชู้ ต้องการขออำนาจปกครองบุตร เรียกค่าเลี้ยงดู หรือแบ่งสินสมรส สามารถติดต่อเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเบื้องต้นก่อนดำเนินคดี

โทรปรึกษาทนาย 083-884-3287

Visitors: 260,325