ซื้อของแล้วไม่ส่งของ เป็นฉ้อโกงหรือไม่? ความแตกต่างระหว่างคดีแพ่งกับคดีอาญา

ซื้อของแล้วไม่ส่งของ เป็นฉ้อโกงหรือไม่?

ความแตกต่างระหว่างคดีแพ่งกับคดีอาญา

ไม่ส่งของไม่ได้เป็นฉ้อโกงทุกกรณี

แม้ผู้ขายรับเงินแล้วไม่ส่งมอบสินค้า ก็ต้องพิจารณาว่ามีการหลอกลวงโดยทุจริต ตั้งแต่ขณะรับเงินหรือไม่ หากเป็นเพียงการผิดสัญญาซื้อขายโดยสุจริต อาจเป็นความรับผิดทางแพ่ง ไม่ใช่ความผิดอาญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568

จำเลยรับเงินค่าสินค้าพรีออเดอร์จำนวน 135,000 บาท แต่ไม่ส่งมอบสินค้าตามกำหนด ศาลวินิจฉัยว่าไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามฟ้อง เพราะยังพิสูจน์การหลอกลวงไม่ได้ แต่จำเลยยังต้องรับผิดคืนเงินตามกฎหมายแพ่ง

ปรึกษาทนายความคดีฉ้อโกงและคดีแพ่ง

☎ โทร 083-884-3287 LINE ปรึกษาทนาย

 


1. ซื้อของแล้วไม่ส่งของ เป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่?

ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 มีองค์ประกอบสำคัญ คือ

  1. ผู้กระทำมีเจตนาทุจริต

  2. มีการหลอกลวงด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง

  3. การหลอกลวงทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ

  4. ผู้เสียหายส่งมอบทรัพย์สิน หรือเกิดผลตามที่บทบัญญัติกำหนด เนื่องจากการหลอกลวง

ตัวอย่างเช่น ผู้ขายโพสต์ขายโทรศัพท์มือถือโดยอ้างว่ามีสินค้าพร้อมส่ง ทั้งที่ไม่มีสินค้าและไม่มีเจตนาจัดหาสินค้ามาส่งมอบตั้งแต่แรก เมื่อผู้ซื้อโอนเงินแล้ว ผู้ขายปิดช่องทางติดต่อและหลบหนี

พฤติการณ์เช่นนี้อาจเป็นหลักฐานสนับสนุนว่ามีการหลอกลวงโดยทุจริตตั้งแต่ต้น

อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมด ไม่ใช่อาศัยเพียงข้อเท็จจริงว่าผู้ขายไม่ตอบข้อความหรือไม่ส่งสินค้า

2. รับเงินแล้วไม่ส่งสินค้า กรณีใดเป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่ง?

หากผู้ขายและผู้ซื้อทำสัญญาซื้อขายกันโดยสุจริต ผู้ขายตั้งใจจัดหาสินค้ามาส่งมอบ แต่ภายหลังไม่สามารถส่งสินค้าได้ตามกำหนด เช่น สินค้าขาดตลาด ผู้ผลิตส่งสินค้าล่าช้า หรือเกิดปัญหาการดำเนินธุรกิจ อาจเป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่ง

แม้ผู้ขายอาจไม่มีความผิดอาญา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะพ้นความรับผิดในการคืนเงินหรือชดใช้ค่าเสียหาย

ผู้ซื้ออาจมีสิทธิเรียกร้องให้ปฏิบัติตามสัญญา บอกเลิกสัญญา เรียกเงินคืน หรือเรียกค่าเสียหายตามหลักกฎหมายแพ่ง โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568 ซื้อสินค้าออนไลน์แบบพรีออเดอร์ ไม่ส่งของ เป็นฉ้อโกงหรือไม่?

คดีนี้จำเลยโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่าเปิดพรีออเดอร์สินค้าลอตใหม่ พร้อมภาพถ่ายจำเลยยืนอยู่หน้ากองสินค้า

โจทก์ร่วมสั่งซื้อชุดนอนจำนวน 5,000 ชุด เป็นเงิน 135,000 บาท และโอนเงินให้จำเลยครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยไม่ส่งมอบสินค้าภายในเวลาที่ตกลงกัน

โจทก์จึงฟ้องจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงและความผิดเกี่ยวกับการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ พร้อมเรียกเงินคืน

ศาลฎีกาวินิจฉัยอย่างไร?

ศาลฎีกาพิจารณาว่า จำเลยไม่ได้ยืนยันว่ามีสินค้า 5,000 ชุด อยู่ในครอบครองพร้อมส่งมอบ และโจทก์ร่วมก็ทราบว่าเป็นการสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า

ดังนั้น จึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงตามข้อกล่าวหา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานฉ้อโกงและความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามฟ้อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อจำเลยรับเงินค่าสินค้าแล้วแต่ไม่ส่งมอบตามสัญญา ย่อมมีความรับผิดทางแพ่ง ศาลจึงพิพากษาให้จำเลยคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม

หลักกฎหมายสำคัญจากฎีกานี้ คือ การไม่ส่งสินค้าไม่ได้เป็นฉ้อโกงเสมอไป แต่ผู้ขายอาจยังต้องรับผิดคืนเงินในทางแพ่ง

4. โอนเงินซื้อของแล้วไม่ได้สินค้า แจ้งความได้ไหม?

หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ขายหลอกลวงให้โอนเงิน ผู้เสียหายสามารถแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้

แต่การแจ้งความไม่ได้หมายความว่าผู้ขายจะมีความผิดฐานฉ้อโกงเสมอไป พนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาองค์ประกอบความผิด

สำหรับการหลอกลวงซื้อขายสินค้าออนไลน์ ผู้เสียหายสามารถตรวจสอบช่องทางแจ้งความผ่านเว็บไซต์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ https://www.thaipoliceonline.go.th หรือโทรสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441

ผู้เสียหายควรรีบติดต่อธนาคารหรือสายด่วน 1441 หากสงสัยว่าถูกหลอกโอนเงิน เพื่อสอบถามขั้นตอนระงับธุรกรรมหรือดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็ว

5. หลักฐานที่ควรเตรียมเมื่อถูกโกงซื้อของออนไลน์

หลักฐานสำคัญ ได้แก่

  1. ภาพหน้าร้านหรือประกาศขายสินค้า

  2. ข้อความสนทนาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

  3. หลักฐานการโอนเงินและรายละเอียดบัญชีผู้รับเงิน

  4. ข้อมูลสินค้า ราคา และกำหนดวันส่งมอบ

  5. ข้อความติดตามทวงถามสินค้าหรือขอคืนเงิน

  6. หลักฐานอื่นที่แสดงพฤติการณ์หลอกลวงหรือการผิดสัญญา

ควรเก็บหลักฐานต้นฉบับทางอิเล็กทรอนิกส์ไว้ด้วย ไม่ควรเก็บเพียงภาพหน้าจอหากยังสามารถรักษาข้อมูลการสนทนาหรือรายการธุรกรรมฉบับเต็มได้

6. ซื้อของแล้วไม่ส่งของ ฟ้องเรียกเงินคืนได้หรือไม่?

หากผู้ขายรับเงินแล้วไม่ส่งมอบสินค้า ผู้ซื้ออาจใช้สิทธิทางแพ่งเรียกร้องให้ผู้ขายปฏิบัติตามสัญญาหรือบอกเลิกสัญญาและเรียกเงินคืนตามเงื่อนไขของกฎหมาย

ในบางกรณี หากเป็นการซื้อสินค้าหรือบริการเพื่อการบริโภค อาจมีช่องทางการร้องเรียนหรือดำเนินคดีตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคด้วย

การดำเนินคดีต้องพิจารณาจำนวนเงินที่เสียหาย หลักฐานการชำระเงิน ตัวผู้ขาย เงื่อนไขการซื้อขาย และสิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวข้อง

7. ผู้ขายถูกแจ้งความฉ้อโกงเพราะไม่ส่งของ ต้องทำอย่างไร?

สำหรับผู้ขายที่ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงจากการไม่ส่งมอบสินค้า ควรตรวจสอบประเด็นสำคัญ ได้แก่

  • ขณะรับเงินมีสินค้าหรือมีแผนการจัดหาสินค้าอย่างไร

  • ได้แจ้งผู้ซื้อหรือไม่ว่าเป็นสินค้าพรีออเดอร์

  • มีการกำหนดวันส่งมอบและเงื่อนไขการคืนเงินอย่างไร

  • การไม่ส่งสินค้าเกิดจากเหตุใด

  • มีหลักฐานแสดงว่าตั้งใจดำเนินการตามสัญญาหรือไม่

  • มีการกล่าวอ้างข้อความเท็จเพื่อให้ผู้ซื้อโอนเงินหรือไม่

การพิสูจน์ว่าเป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่งต้องอาศัยพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่อาศัยเพียงคำกล่าวอ้างของผู้ขายว่าไม่มีเจตนาฉ้อโกง

ผู้ที่ได้รับหมายเรียกหรือถูกฟ้องคดีฉ้อโกงควรปรึกษาทนายความเพื่อพิจารณาข้อกล่าวหาและจัดเตรียมพยานหลักฐานก่อนเข้าสู่กระบวนการสอบสวนหรือพิจารณาคดี

8. คำถามที่พบบ่อย

ซื้อของออนไลน์ โอนเงินแล้วไม่ได้ของ ติดคุกไหม?

ผู้ขายไม่ได้มีความผิดอาญาเพียงเพราะไม่ส่งสินค้า แต่หากพิสูจน์ว่ามีการหลอกลวงโดยทุจริตและครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง ก็อาจต้องรับโทษตามกฎหมาย

รับเงินแล้วไม่ส่งของ เป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา?

เป็นได้ทั้งสองลักษณะ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการหลอกลวง เจตนาทุจริต และการผิดสัญญา บางกรณีอาจมีทั้งความรับผิดทางอาญาและทางแพ่ง

ผู้ขายคืนเงินแล้ว คดีฉ้อโกงจบหรือไม่?

ไม่เสมอไป การคืนเงินภายหลังไม่ทำให้ความผิดที่สำเร็จแล้วหมดไปโดยอัตโนมัติ แต่ในกรณีความผิดฐานฉ้อโกงทั่วไปซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ การยอมความโดยชอบด้วยกฎหมายอาจทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับได้ ต้องตรวจสอบข้อหาที่ถูกกล่าวหาด้วย

สั่งสินค้าพรีออเดอร์แล้วไม่ได้ของ เป็นฉ้อโกงหรือไม่?

ไม่เสมอไป ต้องพิจารณาว่าผู้ขายแจ้งเงื่อนไขการสั่งซื้อล่วงหน้าตามความจริงหรือไม่ และมีพฤติการณ์หลอกลวงตั้งแต่ขณะรับเงินหรือไม่ ดังตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568

9. ปรึกษาทนายความคดีฉ้อโกงและผิดสัญญาซื้อขาย

หากมีข้อพิพาทจากการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกง หรือถูกฟ้องเรียกเงินคืน ควรให้ทนายความตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาว่ากรณีดังกล่าวเป็นความผิดทางอาญาหรือเป็นข้อพิพาททางแพ่ง

สำนักงานทนายความ NS International Law ให้คำปรึกษาและรับดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่ง รวมถึงคดีฉ้อโกงและข้อพิพาทจากการซื้อขายสินค้า

โทรศัพท์มือถือ: 083-884-3287

โทรศัพท์สำนักงาน: 02-416-4163

LINE: narongsaklaw30

Visitors: 266,219