ซื้อของแล้วไม่ส่งของ เป็นฉ้อโกงหรือไม่? ความแตกต่างระหว่างคดีแพ่งกับคดีอาญา
ซื้อของแล้วไม่ส่งของ เป็นฉ้อโกงหรือไม่?
ความแตกต่างระหว่างคดีแพ่งกับคดีอาญา
ไม่ส่งของไม่ได้เป็นฉ้อโกงทุกกรณี
แม้ผู้ขายรับเงินแล้วไม่ส่งมอบสินค้า ก็ต้องพิจารณาว่ามีการหลอกลวงโดยทุจริต ตั้งแต่ขณะรับเงินหรือไม่ หากเป็นเพียงการผิดสัญญาซื้อขายโดยสุจริต อาจเป็นความรับผิดทางแพ่ง ไม่ใช่ความผิดอาญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568
จำเลยรับเงินค่าสินค้าพรีออเดอร์จำนวน 135,000 บาท แต่ไม่ส่งมอบสินค้าตามกำหนด ศาลวินิจฉัยว่าไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามฟ้อง เพราะยังพิสูจน์การหลอกลวงไม่ได้ แต่จำเลยยังต้องรับผิดคืนเงินตามกฎหมายแพ่ง
1. ซื้อของแล้วไม่ส่งของ เป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่?
ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 มีองค์ประกอบสำคัญ คือ
-
ผู้กระทำมีเจตนาทุจริต
-
มีการหลอกลวงด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง
-
การหลอกลวงทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ
-
ผู้เสียหายส่งมอบทรัพย์สิน หรือเกิดผลตามที่บทบัญญัติกำหนด เนื่องจากการหลอกลวง
ตัวอย่างเช่น ผู้ขายโพสต์ขายโทรศัพท์มือถือโดยอ้างว่ามีสินค้าพร้อมส่ง ทั้งที่ไม่มีสินค้าและไม่มีเจตนาจัดหาสินค้ามาส่งมอบตั้งแต่แรก เมื่อผู้ซื้อโอนเงินแล้ว ผู้ขายปิดช่องทางติดต่อและหลบหนี
พฤติการณ์เช่นนี้อาจเป็นหลักฐานสนับสนุนว่ามีการหลอกลวงโดยทุจริตตั้งแต่ต้น
อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมด ไม่ใช่อาศัยเพียงข้อเท็จจริงว่าผู้ขายไม่ตอบข้อความหรือไม่ส่งสินค้า
2. รับเงินแล้วไม่ส่งสินค้า กรณีใดเป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่ง?
หากผู้ขายและผู้ซื้อทำสัญญาซื้อขายกันโดยสุจริต ผู้ขายตั้งใจจัดหาสินค้ามาส่งมอบ แต่ภายหลังไม่สามารถส่งสินค้าได้ตามกำหนด เช่น สินค้าขาดตลาด ผู้ผลิตส่งสินค้าล่าช้า หรือเกิดปัญหาการดำเนินธุรกิจ อาจเป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่ง
แม้ผู้ขายอาจไม่มีความผิดอาญา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะพ้นความรับผิดในการคืนเงินหรือชดใช้ค่าเสียหาย
ผู้ซื้ออาจมีสิทธิเรียกร้องให้ปฏิบัติตามสัญญา บอกเลิกสัญญา เรียกเงินคืน หรือเรียกค่าเสียหายตามหลักกฎหมายแพ่ง โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568 ซื้อสินค้าออนไลน์แบบพรีออเดอร์ ไม่ส่งของ เป็นฉ้อโกงหรือไม่?
คดีนี้จำเลยโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่าเปิดพรีออเดอร์สินค้าลอตใหม่ พร้อมภาพถ่ายจำเลยยืนอยู่หน้ากองสินค้า
โจทก์ร่วมสั่งซื้อชุดนอนจำนวน 5,000 ชุด เป็นเงิน 135,000 บาท และโอนเงินให้จำเลยครบถ้วนแล้ว แต่จำเลยไม่ส่งมอบสินค้าภายในเวลาที่ตกลงกัน
โจทก์จึงฟ้องจำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงและความผิดเกี่ยวกับการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ พร้อมเรียกเงินคืน
ศาลฎีกาวินิจฉัยอย่างไร?
ศาลฎีกาพิจารณาว่า จำเลยไม่ได้ยืนยันว่ามีสินค้า 5,000 ชุด อยู่ในครอบครองพร้อมส่งมอบ และโจทก์ร่วมก็ทราบว่าเป็นการสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า
ดังนั้น จึงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยหลอกลวงโจทก์ร่วมด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงตามข้อกล่าวหา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานฉ้อโกงและความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ตามฟ้อง
อย่างไรก็ตาม เมื่อจำเลยรับเงินค่าสินค้าแล้วแต่ไม่ส่งมอบตามสัญญา ย่อมมีความรับผิดทางแพ่ง ศาลจึงพิพากษาให้จำเลยคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม
หลักกฎหมายสำคัญจากฎีกานี้ คือ การไม่ส่งสินค้าไม่ได้เป็นฉ้อโกงเสมอไป แต่ผู้ขายอาจยังต้องรับผิดคืนเงินในทางแพ่ง
4. โอนเงินซื้อของแล้วไม่ได้สินค้า แจ้งความได้ไหม?
หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ขายหลอกลวงให้โอนเงิน ผู้เสียหายสามารถแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้
แต่การแจ้งความไม่ได้หมายความว่าผู้ขายจะมีความผิดฐานฉ้อโกงเสมอไป พนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาองค์ประกอบความผิด
สำหรับการหลอกลวงซื้อขายสินค้าออนไลน์ ผู้เสียหายสามารถตรวจสอบช่องทางแจ้งความผ่านเว็บไซต์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ https://www.thaipoliceonline.go.th หรือโทรสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441
ผู้เสียหายควรรีบติดต่อธนาคารหรือสายด่วน 1441 หากสงสัยว่าถูกหลอกโอนเงิน เพื่อสอบถามขั้นตอนระงับธุรกรรมหรือดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็ว
5. หลักฐานที่ควรเตรียมเมื่อถูกโกงซื้อของออนไลน์
หลักฐานสำคัญ ได้แก่
-
ภาพหน้าร้านหรือประกาศขายสินค้า
-
ข้อความสนทนาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
-
หลักฐานการโอนเงินและรายละเอียดบัญชีผู้รับเงิน
-
ข้อมูลสินค้า ราคา และกำหนดวันส่งมอบ
-
ข้อความติดตามทวงถามสินค้าหรือขอคืนเงิน
-
หลักฐานอื่นที่แสดงพฤติการณ์หลอกลวงหรือการผิดสัญญา
ควรเก็บหลักฐานต้นฉบับทางอิเล็กทรอนิกส์ไว้ด้วย ไม่ควรเก็บเพียงภาพหน้าจอหากยังสามารถรักษาข้อมูลการสนทนาหรือรายการธุรกรรมฉบับเต็มได้
6. ซื้อของแล้วไม่ส่งของ ฟ้องเรียกเงินคืนได้หรือไม่?
หากผู้ขายรับเงินแล้วไม่ส่งมอบสินค้า ผู้ซื้ออาจใช้สิทธิทางแพ่งเรียกร้องให้ผู้ขายปฏิบัติตามสัญญาหรือบอกเลิกสัญญาและเรียกเงินคืนตามเงื่อนไขของกฎหมาย
ในบางกรณี หากเป็นการซื้อสินค้าหรือบริการเพื่อการบริโภค อาจมีช่องทางการร้องเรียนหรือดำเนินคดีตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคด้วย
การดำเนินคดีต้องพิจารณาจำนวนเงินที่เสียหาย หลักฐานการชำระเงิน ตัวผู้ขาย เงื่อนไขการซื้อขาย และสิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวข้อง
7. ผู้ขายถูกแจ้งความฉ้อโกงเพราะไม่ส่งของ ต้องทำอย่างไร?
สำหรับผู้ขายที่ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงจากการไม่ส่งมอบสินค้า ควรตรวจสอบประเด็นสำคัญ ได้แก่
-
ขณะรับเงินมีสินค้าหรือมีแผนการจัดหาสินค้าอย่างไร
-
ได้แจ้งผู้ซื้อหรือไม่ว่าเป็นสินค้าพรีออเดอร์
-
มีการกำหนดวันส่งมอบและเงื่อนไขการคืนเงินอย่างไร
-
การไม่ส่งสินค้าเกิดจากเหตุใด
-
มีหลักฐานแสดงว่าตั้งใจดำเนินการตามสัญญาหรือไม่
-
มีการกล่าวอ้างข้อความเท็จเพื่อให้ผู้ซื้อโอนเงินหรือไม่
การพิสูจน์ว่าเป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่งต้องอาศัยพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่อาศัยเพียงคำกล่าวอ้างของผู้ขายว่าไม่มีเจตนาฉ้อโกง
ผู้ที่ได้รับหมายเรียกหรือถูกฟ้องคดีฉ้อโกงควรปรึกษาทนายความเพื่อพิจารณาข้อกล่าวหาและจัดเตรียมพยานหลักฐานก่อนเข้าสู่กระบวนการสอบสวนหรือพิจารณาคดี
8. คำถามที่พบบ่อย
ซื้อของออนไลน์ โอนเงินแล้วไม่ได้ของ ติดคุกไหม?
ผู้ขายไม่ได้มีความผิดอาญาเพียงเพราะไม่ส่งสินค้า แต่หากพิสูจน์ว่ามีการหลอกลวงโดยทุจริตและครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง ก็อาจต้องรับโทษตามกฎหมาย
รับเงินแล้วไม่ส่งของ เป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา?
เป็นได้ทั้งสองลักษณะ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการหลอกลวง เจตนาทุจริต และการผิดสัญญา บางกรณีอาจมีทั้งความรับผิดทางอาญาและทางแพ่ง
ผู้ขายคืนเงินแล้ว คดีฉ้อโกงจบหรือไม่?
ไม่เสมอไป การคืนเงินภายหลังไม่ทำให้ความผิดที่สำเร็จแล้วหมดไปโดยอัตโนมัติ แต่ในกรณีความผิดฐานฉ้อโกงทั่วไปซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ การยอมความโดยชอบด้วยกฎหมายอาจทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับได้ ต้องตรวจสอบข้อหาที่ถูกกล่าวหาด้วย
สั่งสินค้าพรีออเดอร์แล้วไม่ได้ของ เป็นฉ้อโกงหรือไม่?
ไม่เสมอไป ต้องพิจารณาว่าผู้ขายแจ้งเงื่อนไขการสั่งซื้อล่วงหน้าตามความจริงหรือไม่ และมีพฤติการณ์หลอกลวงตั้งแต่ขณะรับเงินหรือไม่ ดังตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568
9. ปรึกษาทนายความคดีฉ้อโกงและผิดสัญญาซื้อขาย
หากมีข้อพิพาทจากการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกง หรือถูกฟ้องเรียกเงินคืน ควรให้ทนายความตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาว่ากรณีดังกล่าวเป็นความผิดทางอาญาหรือเป็นข้อพิพาททางแพ่ง
สำนักงานทนายความ NS International Law ให้คำปรึกษาและรับดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่ง รวมถึงคดีฉ้อโกงและข้อพิพาทจากการซื้อขายสินค้า
โทรศัพท์มือถือ: 083-884-3287
โทรศัพท์สำนักงาน: 02-416-4163
LINE: narongsaklaw30








