ชำระบัญชีบริษัทคืออะไร? ขั้นตอน กฎหมาย

การชำระบัญชีบริษัทคืออะไร? ขั้นตอน กฎหมาย และสิ่งที่เจ้าของกิจการต้องรู้

การชำระบัญชี เป็นกระบวนการทางกฎหมายที่เกิดขึ้นหลังจากบริษัทมีการเลิกกิจการ ไม่ว่าจะเลิกโดยสมัครใจ เลิกเพราะขาดทุน หรือเลิกตามคำสั่งศาล
วัตถุประสงค์ของการชำระบัญชี คือ จัดการทรัพย์สิน ชำระหนี้ และปิดบริษัทให้ถูกต้องตามกฎหมาย

หลายคนเข้าใจผิดว่า “แค่หยุดทำธุรกิจ = บริษัทจบแล้ว”
แต่ในความเป็นจริง หาก ไม่ดำเนินการชำระบัญชีอย่างถูกต้อง อาจเกิดปัญหาทางกฎหมายและภาษีย้อนหลังได้


การชำระบัญชีคืออะไร

การชำระบัญชี (Liquidation) คือกระบวนการที่กฎหมายกำหนดให้ต้องทำเมื่อบริษัทเลิกกิจการ โดยแต่งตั้ง ผู้ชำระบัญชี เพื่อทำหน้าที่แทนบริษัทที่เลิกแล้ว ได้แก่

  • รวบรวมทรัพย์สินของบริษัท

  • ชำระหนี้ให้เจ้าหนี้

  • จัดทำบัญชีและรายงานทางกฎหมาย

  • ยื่นภาษีและปิดทะเบียนบริษัทอย่างสมบูรณ์

การชำระบัญชีต้องดำเนินการตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายภาษีอากรที่เกี่ยวข้อง


กรณีใดบ้างที่ต้องมีการชำระบัญชี

บริษัทต้องเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชีเมื่อเกิดกรณี เช่น

  • ผู้ถือหุ้นมีมติเลิกบริษัท

  • บริษัทขาดทุนสะสมและไม่ประสงค์ดำเนินกิจการต่อ

  • บริษัทสิ้นสุดระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ

  • ศาลมีคำสั่งให้เลิกบริษัท

  • ปิดบริษัทเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่

ไม่ว่าด้วยเหตุใด เมื่อมีการเลิกบริษัทแล้ว ต้องมีการชำระบัญชีเสมอ


ขั้นตอนการชำระบัญชีบริษัท (สรุปเข้าใจง่าย)

1️⃣ มีมติเลิกบริษัท

ผู้ถือหุ้นประชุมและมีมติเลิกบริษัท พร้อมแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี

2️⃣ จดทะเบียนเลิกบริษัท

ต้องแจ้งการเลิกบริษัทต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และลงประกาศแจ้งเจ้าหนี้

3️⃣ ดำเนินการชำระบัญชี

ผู้ชำระบัญชีทำหน้าที่

  • รวบรวมทรัพย์สิน

  • ชำระหนี้

  • จัดทำบัญชีและรายงานผลการชำระบัญชี

4️⃣ ยื่นภาษีและรายงานตามกฎหมาย

ต้องยื่นภาษีที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ครบถ้วน เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล และรายงานผู้ชำระบัญชี

5️⃣ จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย จึงยื่นคำขอจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี ถือว่าบริษัทสิ้นสุดโดยสมบูรณ์ในทางกฎหมาย


ใครคือ “ผู้ชำระบัญชี”

ผู้ชำระบัญชี อาจเป็น

  • กรรมการบริษัท

  • ผู้ถือหุ้น

  • บุคคลภายนอก เช่น ทนายความ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย/บัญชี

ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่และความรับผิดสูง หากดำเนินการผิดพลาด อาจถูกฟ้องร้องหรือมีความรับผิดทางกฎหมายได้


ความเสี่ยงหากไม่ชำระบัญชีให้ถูกต้อง

หากเลิกบริษัทแต่ ไม่ชำระบัญชีหรือทำไม่ครบขั้นตอน อาจเกิดปัญหา เช่น

  • มีภาระภาษีย้อนหลัง

  • กรรมการหรือผู้ถือหุ้นถูกเรียกความรับผิด

  • บริษัทไม่ถูกปิดอย่างสมบูรณ์ในระบบราชการ

  • เกิดข้อพิพาทกับเจ้าหนี้ในภายหลัง

 นี่คือเหตุผลที่หลายบริษัทเลือกให้ ทนายหรือผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาดูแล


การชำระบัญชีกับบทบาทของทนายความ

แม้กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องใช้ทนาย แต่การมีทนายช่วยดูแลจะช่วยให้

  • ขั้นตอนถูกต้องตามกฎหมาย

  • ลดความเสี่ยงด้านภาษีและข้อพิพาท

  • ปิดบริษัทได้เร็วและเรียบร้อย

หากคุณต้องการดำเนินการชำระบัญชีจริง
สามารถปรึกษาทนายเพื่อวางแผนและดำเนินการอย่างถูกต้องได้


สรุป

  • การชำระบัญชีไม่ใช่เรื่องเล็ก

  • เป็นขั้นตอนจำเป็นหลังเลิกบริษัท

  • ทำผิดขั้นตอนอาจเกิดปัญหาทางกฎหมายระยะยาว

การศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนดำเนินการ จะช่วยให้เจ้าของกิจการตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

Visitors: 244,579