ทนายต่อสู้คดีสินเชื่อส่วนบุคคล ถูกธนาคารฟ้อง
ทนายต่อสู้คดีสินเชื่อส่วนบุคคล | ถูกธนาคารฟ้อง ตรวจสอบอายุความ ยื่นคำให้การ และว่าความ
ถูกธนาคารฟ้องสินเชื่อส่วนบุคคล ได้รับหมายศาล ถูกบริษัทรับซื้อหนี้ฟ้อง หรือมีข้อพิพาทเกี่ยวกับยอดหนี้และดอกเบี้ย สามารถปรึกษาทนายความเพื่อตรวจสอบคำฟ้องและพิจารณาแนวทางต่อสู้คดีได้
การผิดนัดชำระหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลอาจนำไปสู่การถูกธนาคารหรือผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องดำเนินคดีต่อศาล แม้ลูกหนี้จะเคยกู้เงินและได้รับเงินตามสัญญาจริง ก็ยังมีสิทธิตรวจสอบความถูกต้องของยอดหนี้ ดอกเบี้ย อายุความ และเอกสารประกอบคำฟ้อง
NS International Law ให้บริการทนายความด้านคดีแพ่งและข้อพิพาทสินเชื่อส่วนบุคคล ตั้งแต่ตรวจสอบหมายศาล วิเคราะห์ข้อกฎหมาย ร่างคำให้การ เจรจาประนอมหนี้ ไปจนถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีในศาล
ปรึกษาทนายความคดีสินเชื่อส่วนบุคคล โทร 083-884-3287 หรือ LINE: narongsaklaw30
1. ถูกฟ้องสินเชื่อส่วนบุคคล มีสิทธิต่อสู้คดีอย่างไร?
การที่ธนาคารยื่นฟ้องเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ไม่ได้หมายความว่าศาลจะต้องพิพากษาให้ลูกหนี้ชำระเงินตามจำนวนที่เรียกร้องทั้งหมดเสมอไป
จำเลยอาจมีข้อต่อสู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เช่น
-
สิทธิเรียกร้องของธนาคารขาดอายุความแล้ว
-
ธนาคารคำนวณยอดเงินต้นไม่ถูกต้อง
-
มีการเรียกดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมไม่ชอบด้วยกฎหมาย
-
ลูกหนี้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว แต่ไม่ได้รับการหักยอดครบถ้วน
-
การบอกเลิกสัญญาหรือการเรียกชำระหนี้ทั้งหมดมีข้อพิพาท
-
ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์สิทธิของตน
-
หนี้บางรายการระงับไปแล้วด้วยการชำระหนี้หรือเหตุอื่นตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ข้อต่อสู้แต่ละประเด็นต้องมีข้อเท็จจริงและหลักฐานสนับสนุน มิใช่การปฏิเสธหนี้โดยไม่มีเหตุผล
2. ทนายความตรวจสอบอะไรบ้างก่อนยื่นคำให้การ?
ก่อนดำเนินคดี ทนายความควรตรวจสอบเอกสารสำคัญ ได้แก่
2.1 สัญญาสินเชื่อส่วนบุคคล
พิจารณาว่าสัญญาเป็นสินเชื่อประเภทใด เช่น สินเชื่อเงินก้อนที่กำหนดจำนวนงวดแน่นอน สินเชื่อหมุนเวียน หรือสินเชื่อที่กำหนดให้ชำระขั้นต่ำเป็นรายเดือน
ลักษณะสัญญามีความสำคัญต่อการวิเคราะห์อายุความและจำนวนเงินที่ธนาคารสามารถเรียกให้ชำระได้
2.2 รายละเอียดหนี้และรายการชำระเงิน
ตรวจสอบรายการเดินบัญชี ยอดเงินต้น ดอกเบี้ย การหักชำระ และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
หากพบการคำนวณที่ไม่ถูกต้อง ทนายความอาจนำข้อเท็จจริงดังกล่าวมาใช้โต้แย้งยอดเงินตามคำฟ้อง
2.3 วันผิดนัดและการบอกเลิกสัญญา
ต้องพิจารณาว่าลูกหนี้ผิดนัดชำระเมื่อใด มีการบอกกล่าวหรือบอกเลิกสัญญาอย่างไร และเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกชำระหนี้ทั้งหมดตั้งแต่เมื่อใด
2.4 การรับสภาพหนี้
หากลูกหนี้เคยทำหนังสือรับสภาพหนี้ ชำระหนี้บางส่วน หรือทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ต้องตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวมีผลให้อายุความสะดุดหยุดลงหรือเกิดผลทางกฎหมายอื่นหรือไม่
2.5 การโอนสิทธิเรียกร้อง
กรณีบริษัทบริหารสินทรัพย์หรือบริษัทรับซื้อหนี้เป็นโจทก์ ต้องตรวจสอบเอกสารแสดงสิทธิในการรับโอนหนี้ และความสามารถในการบังคับสิทธิเรียกร้องต่อจำเลย
3. สินเชื่อส่วนบุคคลขาดอายุความกี่ปี?
ประเด็นอายุความเป็นข้อต่อสู้สำคัญในคดีสินเชื่อ แต่ไม่สามารถสรุปว่าสินเชื่อส่วนบุคคลทุกสัญญามีอายุความเท่ากัน
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีบทบัญญัติสำคัญ ได้แก่
มาตรา 193/30 กำหนดอายุความทั่วไป 10 ปี หากกฎหมายมิได้กำหนดอายุความไว้เป็นอย่างอื่น
มาตรา 193/33 (1) กำหนดอายุความ 5 ปี สำหรับดอกเบี้ยค้างชำระ
มาตรา 193/33 (2) กำหนดอายุความ 5 ปี สำหรับเงินที่ต้องชำระเพื่อผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ
ดังนั้น การวิเคราะห์ว่าสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้ขาดอายุความหรือไม่ ต้องตรวจสอบเงื่อนไขการชำระหนี้ตามสัญญาและเหตุการณ์ภายหลังการทำสัญญาด้วย
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 158/2565
ศาลฎีกาวินิจฉัยกรณีสัญญาสินเชื่อส่วนบุคคลที่กำหนดให้ผู้กู้ชำระเงินขั้นต่ำรายเดือนตามยอดหนี้ โดยไม่ได้กำหนดจำนวนงวดสำหรับการผ่อนคืนเงินต้นไว้แน่นอน
ศาลเห็นว่าสัญญาดังกล่าวไม่ใช่การผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ ตามมาตรา 193/33 (2) จึงใช้อายุความทั่วไป 10 ปีตามมาตรา 193/30
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ถือเป็นการรับสภาพหนี้ ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงและเริ่มนับใหม่ตามกฎหมาย
ข้อสังเกต: หากจำเลยต้องการยกอายุความเป็นข้อต่อสู้ ควรปรึกษาทนายความตั้งแต่ได้รับหมายศาล เพราะศาลไม่อาจยกเหตุขาดอายุความขึ้นเองเพื่อยกฟ้องโดยที่ลูกหนี้ไม่ได้ยกขึ้นต่อสู้ตามหลักกฎหมาย
4. การร่างคำให้การจำเลยคดีสินเชื่อส่วนบุคคล
คำให้การเป็นเอกสารสำคัญสำหรับกำหนดประเด็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์และจำเลย
การจัดทำคำให้การที่เหมาะสมต้องอาศัยข้อเท็จจริงตามเอกสารและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างประเด็นในคำให้การ
ประเด็นที่หนึ่ง: อายุความ
จำเลยอาจให้การว่าสิทธิเรียกร้องของโจทก์ขาดอายุความ โดยแสดงรายละเอียดของสัญญา วันเริ่มนับอายุความ และเหตุผลที่กฎหมายกำหนดอายุความสำหรับสิทธิเรียกร้องดังกล่าว
ประเด็นที่สอง: ยอดหนี้ไม่ถูกต้อง
หากโจทก์นำยอดหนี้ที่ไม่ตรงกับหลักฐานการชำระเงินจริงมาฟ้อง จำเลยอาจโต้แย้งรายการคำนวณเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียม พร้อมระบุยอดที่มีข้อพิพาท
ประเด็นที่สาม: ดอกเบี้ย
จำเลยอาจโต้แย้งดอกเบี้ยที่เรียกเก็บเกินกว่าที่สัญญาและกฎหมายอนุญาต หรือดอกเบี้ยที่คำนวณไม่ถูกต้อง
ประเด็นที่สี่: สิทธิของโจทก์
ในกรณีผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องเป็นผู้ฟ้องคดี จำเลยอาจตรวจสอบและโต้แย้งหลักฐานการโอนสิทธิเรียกร้อง หากมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมาย
การให้การปฏิเสธโดยไม่มีรายละเอียดเพียงพออาจส่งผลต่อประเด็นข้อพิพาทและการสืบพยาน จึงควรตรวจสอบเอกสารก่อนจัดทำคำให้การ
5. ทนายต่อสู้คดีสินเชื่อในศาลผู้บริโภค
คดีเกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคลที่ผู้บริโภคทำสัญญากับผู้ประกอบธุรกิจอาจอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 ทั้งนี้ ต้องพิจารณาสถานะคู่ความและลักษณะข้อพิพาทเป็นรายคดี
ตามมาตรา 24 ศาลอาจกำหนดวันนัดเพื่อไกล่เกลี่ย ให้การ และสืบพยานในวันเดียวกัน โดยจำเลยสามารถยื่นคำให้การเป็นหนังสือก่อนวันนัดได้
ดังนั้น เมื่อได้รับหมายศาลควรเตรียมเอกสารให้พร้อมและตรวจสอบกำหนดนัดทันที
บริการทนายความในการดำเนินคดีอาจครอบคลุมการตรวจสอบคำฟ้อง จัดทำคำให้การ เตรียมพยานหลักฐาน ซักค้านพยาน และดำเนินกระบวนพิจารณาตามที่ได้รับมอบหมาย
6. ถูกบริษัทบริหารสินทรัพย์ฟ้องคดีสินเชื่อส่วนบุคคล
ปัจจุบันข้อพิพาทสินเชื่อบางส่วนเกิดจากการที่ธนาคารโอนสิทธิเรียกร้องให้บริษัทบริหารสินทรัพย์หรือผู้รับซื้อหนี้
จำเลยมีสิทธิตรวจสอบประเด็นสำคัญ ได้แก่
-
ที่มาของหนี้และสัญญาสินเชื่อเดิม
-
เอกสารและความสมบูรณ์ของการโอนสิทธิเรียกร้อง
-
อายุความของหนี้ก่อนและหลังการโอน
-
ยอดเงินต้นและดอกเบี้ยที่เรียกเก็บ
-
หลักฐานการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้เดิม
-
การรับสภาพหนี้หรือการปรับโครงสร้างหนี้
การโอนสิทธิเรียกร้องไม่ได้ทำให้หนี้เดิมกลายเป็นหนี้ใหม่หรือเริ่มนับอายุความใหม่โดยอัตโนมัติ แต่ต้องตรวจสอบว่ามีการกระทำอื่นที่ส่งผลต่ออายุความด้วยหรือไม่
7. ควรต่อสู้คดีหรือเจรจาประนอมหนี้?
แนวทางการดำเนินคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและความต้องการของลูกหนี้
กรณีที่มีข้อต่อสู้ทางกฎหมาย: อาจพิจารณายื่นคำให้การและนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนพิจารณา เพื่อให้ศาลวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาท
กรณีที่ยอมรับหนี้แต่ไม่สามารถชำระทั้งหมด: อาจพิจารณาเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ ขอลดยอดหนี้บางส่วน หรือขอผ่อนชำระตามกำลังความสามารถ
กรณีต้องการปิดบัญชีหนี้: อาจเจรจาขอส่วนลดสำหรับการชำระหนี้เป็นเงินก้อน โดยต้องมีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน
ก่อนทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาล ควรตรวจสอบเงื่อนไขกรณีผิดนัดชำระหนี้ เพราะหากตกลงยอมความแล้วไม่ปฏิบัติตาม เจ้าหนี้อาจดำเนินการบังคับตามคำพิพากษาตามยอมได้
8. หากไม่ต่อสู้คดีสินเชื่อส่วนบุคคลจะเกิดอะไรขึ้น?
หากจำเลยไม่ดำเนินการตามหมายศาล อาจสูญเสียโอกาสในการยกข้อต่อสู้หรือนำหลักฐานเข้าสู่กระบวนพิจารณา
หากศาลพิพากษาให้ชำระหนี้ และลูกหนี้ไม่ชำระตามคำพิพากษา เจ้าหนี้อาจยื่นคำขอบังคับคดีเพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่กฎหมายอนุญาต
ดังนั้น แม้ลูกหนี้จะไม่มีเงินชำระหนี้ทั้งหมด ก็ควรตรวจสอบสิทธิทางกฎหมายและแนวทางดำเนินคดีก่อนถึงวันนัดศาล
9. บริการทนายความต่อสู้คดีสินเชื่อส่วนบุคคล
NS International Law ให้บริการกฎหมายเกี่ยวกับสินเชื่อและข้อพิพาทหนี้ธนาคาร ได้แก่
-
ตรวจสอบหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง
-
วิเคราะห์อายุความสินเชื่อส่วนบุคคล
-
ตรวจสอบความถูกต้องของยอดเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียม
-
ร่างคำให้การจำเลยคดีสินเชื่อ
-
ยื่นคำร้องและดำเนินกระบวนพิจารณาในศาล
-
เจรจาประนอมหนี้และปรับโครงสร้างหนี้
-
ต่อสู้คดีที่บริษัทบริหารสินทรัพย์เป็นโจทก์
-
ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับคำพิพากษาและการบังคับคดี
10. ค่าปรึกษาทนายความคดีสินเชื่อส่วนบุคคล
สำหรับผู้ที่ได้รับหมายศาลและต้องการตรวจสอบแนวทางต่อสู้คดี สามารถนัดหมายปรึกษาทนายความได้
ค่าปรึกษาทางโทรศัพท์: 500–1,000 บาท
ค่าปรึกษาที่สำนักงานหรือนอกสถานที่: 3,000–5,000 บาท
ค่าจ้างว่าความและค่าดำเนินคดีแยกต่างหาก โดยพิจารณาจากจำนวนหนี้ ความซับซ้อนของข้อพิพาท และขอบเขตงานที่ได้รับมอบหมาย
ควรเตรียมสำเนาคำฟ้อง หมายศาล สัญญาสินเชื่อ ใบแจ้งยอดบัญชี และหลักฐานการชำระหนี้ เพื่อใช้ประกอบการปรึกษากฎหมาย
11. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการต่อสู้คดีสินเชื่อส่วนบุคคล
ถูกธนาคารฟ้องสินเชื่อ จำเป็นต้องยื่นคำให้การหรือไม่?
ควรตรวจสอบประเภทคดีและขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด หากมีข้อต่อสู้ควรเสนอให้ถูกต้องและทันกำหนด เพื่อรักษาสิทธิในการโต้แย้งข้อเรียกร้องของโจทก์
สินเชื่อส่วนบุคคลทุกประเภทมีอายุความ 5 ปีหรือไม่?
ไม่ใช่ อายุความอาจเป็น 5 ปีหรือ 10 ปี หรืออยู่ภายใต้บทบัญญัติเฉพาะอื่น ขึ้นอยู่กับลักษณะสัญญาและสิทธิเรียกร้องที่ฟ้อง
เคยจ่ายหนี้บางส่วนแล้ว ยังต่อสู้เรื่องอายุความได้หรือไม่?
ต้องตรวจสอบวันที่ชำระหนี้และพฤติการณ์ประกอบ เพราะการชำระหนี้บางส่วนอาจมีผลเป็นการรับสภาพหนี้และทำให้อายุความสะดุดหยุดลงได้
บริษัทรับซื้อหนี้สามารถฟ้องลูกหนี้ได้หรือไม่?
สามารถฟ้องได้หากมีสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายและพิสูจน์สิทธิของตนได้ แต่จำเลยยังสามารถยกข้อต่อสู้ที่ชอบด้วยกฎหมายได้ตามข้อเท็จจริง
ต่อสู้คดีสินเชื่อแล้วจะชนะคดีหรือไม่?
ผลคดีขึ้นอยู่กับสัญญา พยานหลักฐาน ข้อกฎหมาย และดุลพินิจของศาล ทนายความไม่สามารถรับประกันผลของคดีได้
ไม่มีเงินใช้หนี้ ยังควรปรึกษาทนายหรือไม่?
ควรตรวจสอบข้อกฎหมายและทางเลือกในการดำเนินคดี เพราะอาจมีแนวทางเจรจาปรับโครงสร้างหนี้หรือโต้แย้งยอดหนี้ที่ไม่ถูกต้องได้
ปรึกษาทนายต่อสู้คดีสินเชื่อส่วนบุคคล
NS International Law – สำนักงานทนายความ
บริการตรวจสอบคำฟ้องธนาคาร ร่างคำให้การ ต่อสู้คดีแพ่ง คดีสินเชื่อ และเจรจาประนอมหนี้
โทรมือถือ: 083-884-3287
โทรสำนักงาน: 02-416-4163
LINE: narongsaklaw30
ได้รับหมายศาลแล้ว ควรปรึกษาทนายความก่อนถึงวันนัด เพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการวิเคราะห์เอกสารและเตรียมข้อต่อสู้ทางกฎหมาย








