สัญญาก่อนสมรส ปรึกษาทนาย | รับร่างและตรวจสอบสัญญาก่อนจดทะเบียนสมรส
สัญญาก่อนสมรส ปรึกษาทนายความ | รับร่างและตรวจสอบสัญญาก่อนจดทะเบียนสมรส
การทำ สัญญาก่อนสมรส (Prenuptial Agreement) เป็นเรื่องสำคัญสำหรับคู่รักที่กำลังวางแผนจดทะเบียนสมรส โดยเฉพาะคู่สมรสที่มีทรัพย์สินส่วนตัว บ้าน ที่ดิน เงินฝาก หุ้นบริษัท ธุรกิจส่วนตัว หรือทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง
แม้การสมรสจะเป็นการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวร่วมกัน แต่กฎหมายยังกำหนดสิทธิและหน้าที่ของคู่สมรสเกี่ยวกับทรัพย์สิน หนี้สิน และการจัดการทรัพย์สินระหว่างสมรสไว้ด้วย
การปรึกษาทนายความก่อนจดทะเบียนสมรสจึงช่วยให้ทั้งสองฝ่ายทราบถึงสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย สามารถกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินได้อย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงจากข้อพิพาทในอนาคต
สำนักงานทนายความให้บริการปรึกษากฎหมาย ร่างสัญญาก่อนสมรส ตรวจสอบข้อสัญญา และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจดแจ้งสัญญาก่อนสมรสตามกฎหมายไทย
ปรึกษาทนายความเกี่ยวกับสัญญาก่อนสมรส
1. สัญญาก่อนสมรสคืออะไร?
สัญญาก่อนสมรส คือ ข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินที่บุคคลสองฝ่ายจัดทำขึ้นก่อนจดทะเบียนสมรส เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินและการจัดการทรัพย์สินเมื่อมีสถานะเป็นคู่สมรสตามกฎหมาย
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1465 หากคู่สมรสไม่ได้ทำสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินไว้เป็นพิเศษก่อนสมรส ความสัมพันธ์เกี่ยวกับทรัพย์สินให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายครอบครัว
กล่าวคือ หากไม่มีสัญญาก่อนสมรส กฎหมายจะเป็นตัวกำหนดว่าทรัพย์สินใดเป็นสินส่วนตัว ทรัพย์สินใดเป็นสินสมรส และคู่สมรสมีอำนาจจัดการทรัพย์สินอย่างไร
อย่างไรก็ตาม คู่สมรสสามารถทำข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินให้แตกต่างจากหลักเกณฑ์บางประการที่กฎหมายกำหนดได้ หากไม่ขัดต่อกฎหมายและปฏิบัติตามแบบของสัญญาก่อนสมรสอย่างถูกต้อง
สัญญาก่อนสมรสจึงไม่ได้หมายถึงการเตรียมตัวหย่าร้าง แต่เป็นเครื่องมือทางกฎหมายสำหรับวางแผนทรัพย์สินและป้องกันข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
2. กฎหมายเกี่ยวกับสัญญาก่อนสมรส
บทบัญญัติสำคัญเกี่ยวกับสัญญาก่อนสมรสอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1465–1468
มาตรา 1465 ขอบเขตของสัญญาก่อนสมรส
มาตรา 1465 วางหลักว่า หากไม่ได้ทำสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินเป็นพิเศษก่อนสมรส ให้ใช้หลักเกณฑ์การจัดการทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ข้อความในสัญญาก่อนสมรสที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือระบุให้ใช้กฎหมายต่างประเทศบังคับเรื่องทรัพย์สินตามบทบัญญัตินี้ ย่อมเป็นโมฆะ
ดังนั้น คู่สมรสไม่สามารถกำหนดข้อตกลงได้อย่างอิสระทุกเรื่อง โดยเฉพาะข้อกำหนดที่กระทบต่อสิทธิตามกฎหมายหรือประโยชน์ของบุคคลอื่น
มาตรา 1466 แบบของสัญญาก่อนสมรส
มาตรา 1466 เป็นบทบัญญัติสำคัญเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของสัญญา โดยกำหนดให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้
-
จดแจ้งข้อตกลงในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรส
-
หรือทำสัญญาเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อคู่สมรสและพยานอย่างน้อยสองคน แนบท้ายทะเบียนสมรส และจดแจ้งไว้ในทะเบียนสมรสพร้อมกับการจดทะเบียนสมรสว่ามีสัญญาแนบท้าย
หากไม่ปฏิบัติตามแบบดังกล่าว สัญญาก่อนสมรสเป็นโมฆะ
ข้อควรระวัง: การลงลายมือชื่อในสัญญาเพียงอย่างเดียว หรือการนำสัญญาไปให้ทนายความหรือ Notarial Services Attorney รับรองลายมือชื่อ ไม่สามารถใช้แทนการปฏิบัติตามมาตรา 1466 ได้
มาตรา 1467 การแก้ไขสัญญาหลังสมรส
เมื่อจดทะเบียนสมรสแล้ว คู่สมรสไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนสัญญาก่อนสมรสกันเองได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล
เมื่อคำสั่งศาลถึงที่สุด ศาลจะแจ้งให้นายทะเบียนสมรสจดแจ้งการเปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนนั้น
จึงควรตรวจสอบรายละเอียดของสัญญาให้รอบคอบก่อนจดทะเบียนสมรส
มาตรา 1468 สิทธิของบุคคลภายนอก
ข้อความในสัญญาก่อนสมรสไม่กระทบกระเทือนสิทธิของบุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนสัญญาโดยคำสั่งศาลก็ตาม
ตัวอย่างเช่น คู่สมรสไม่อาจอาศัยสัญญาก่อนสมรสเพื่อตัดสิทธิของเจ้าหนี้ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายโดยอัตโนมัติ
หลักกฎหมายข้างต้นตรวจสอบได้จากบทบัญญัติเรื่องทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส
3. สินส่วนตัวกับสินสมรสแตกต่างกันอย่างไร?
ก่อนทำสัญญาก่อนสมรส ควรทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างสินส่วนตัวกับสินสมรส เพราะเป็นพื้นฐานของการกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สิน
สินส่วนตัว
ตามมาตรา 1471 สินส่วนตัว ได้แก่ ทรัพย์สินที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรส ทรัพย์สินที่เป็นเครื่องใช้สอยส่วนตัวหรือเครื่องมือประกอบอาชีพตามสมควรแก่ฐานะ ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสโดยมรดกหรือการให้โดยเสน่หา และของหมั้น
ตัวอย่างเช่น
-
บ้านหรือที่ดินที่ซื้อและมีกรรมสิทธิ์ก่อนจดทะเบียนสมรส
-
เงินฝากที่มีอยู่ก่อนสมรสและสามารถพิสูจน์แหล่งที่มาได้
-
หุ้นบริษัทที่ถือครองอยู่ก่อนสมรส
-
ทรัพย์มรดกที่ได้รับระหว่างสมรส
-
เครื่องมือประกอบวิชาชีพตามสมควรแก่ฐานะ
การมีหลักฐานแสดงที่มาของทรัพย์สินมีความสำคัญอย่างมาก เพราะหากมีข้อพิพาทในภายหลัง ผู้กล่าวอ้างว่าเป็นสินส่วนตัวอาจต้องแสดงพยานหลักฐานประกอบ
สินสมรส
มาตรา 1474 กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสินสมรส เช่น ทรัพย์สินที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส ทรัพย์สินที่ได้รับโดยพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ซึ่งระบุให้เป็นสินสมรส และดอกผลของสินส่วนตัว
ตัวอย่างเช่น เงินเดือน รายได้จากการทำงาน ทรัพย์สินที่ซื้อด้วยเงินสินสมรส และผลตอบแทนบางประเภทจากทรัพย์สินส่วนตัว
|
ประเภททรัพย์สิน |
หลักทั่วไป |
|---|---|
|
บ้านที่มีกรรมสิทธิ์ก่อนสมรส |
สินส่วนตัว |
|
เงินเดือนที่ได้รับระหว่างสมรส |
สินสมรส |
|
ที่ดินที่ได้รับมรดกระหว่างสมรส |
โดยทั่วไปเป็นสินส่วนตัว |
|
เงินปันผลจากหุ้นส่วนตัวระหว่างสมรส |
อาจเป็นสินสมรสในฐานะดอกผล |
|
บ้านที่ซื้อร่วมกันระหว่างสมรส |
โดยทั่วไปเป็นสินสมรส |
|
เงินฝากก่อนสมรส |
สินส่วนตัว หากพิสูจน์ได้ |
ทั้งนี้ การจัดประเภททรัพย์สินต้องพิจารณาข้อเท็จจริง แหล่งเงินที่ใช้ซื้อ และข้อกำหนดในสัญญาก่อนสมรสประกอบกัน
4. สัญญาก่อนสมรสสามารถกำหนดเรื่องใดได้บ้าง?
สัญญาก่อนสมรสสามารถใช้กำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสภายในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต
4.1 ทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนสมรส
คู่สมรสสามารถจัดทำบัญชีทรัพย์สินก่อนสมรส เพื่อระบุว่าฝ่ายใดเป็นเจ้าของทรัพย์สินรายการใด พร้อมกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สิน
การจัดทำบัญชีทรัพย์สินช่วยลดปัญหาการพิสูจน์สิทธิในภายหลัง โดยเฉพาะกรณีที่คู่สมรสมีเงินฝากหรือทรัพย์สินจำนวนมาก
4.2 บ้านและที่ดิน
สำหรับคู่สมรสที่มีบ้าน ที่ดิน หรือคอนโดมิเนียมก่อนสมรส ควรตรวจสอบเอกสารกรรมสิทธิ์ ภาระจำนอง และที่มาของเงินที่ใช้ซื้อทรัพย์สิน
หากมีการนำเงินสินสมรสไปชำระหนี้หรือปรับปรุงทรัพย์สินส่วนตัว อาจเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องทางทรัพย์สินได้ จึงควรปรึกษาทนายเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจน
4.3 หุ้นบริษัทและธุรกิจส่วนตัว
กรณีที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งเป็นเจ้าของกิจการหรือผู้ถือหุ้นบริษัทก่อนสมรส ควรพิจารณาประเด็นสำคัญ เช่น
-
หุ้นที่ถือครองก่อนสมรส
-
หุ้นที่ซื้อเพิ่มเติมระหว่างสมรส
-
เงินปันผลจากบริษัท
-
เงินลงทุนที่นำมาจากสินสมรส
-
การเพิ่มทุนและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น
-
สิทธิในการจัดการและจำหน่ายหุ้น
ข้อสัญญาควรแยกระหว่างกรรมสิทธิ์ในหุ้น ผลประโยชน์จากหุ้น และอำนาจบริหารบริษัท เพราะเป็นสิทธิที่มีลักษณะแตกต่างกัน
4.4 การจัดการสินสมรส
มาตรา 1476 กำหนดให้นิติกรรมบางประเภทต้องจัดการร่วมกันหรือได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น การขายหรือจำนองอสังหาริมทรัพย์ การให้กู้ยืมเงิน และการทำธุรกรรมบางประเภท
มาตรา 1476/1 เปิดโอกาสให้คู่สมรสกำหนดหลักเกณฑ์การจัดการสินสมรสให้แตกต่างจากมาตรา 1476 ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ โดยต้องทำสัญญาก่อนสมรสให้ถูกต้องตามมาตรา 1465 และ 1466
ดังนั้น สัญญาก่อนสมรสอาจมีความสำคัญอย่างมากต่อผู้ประกอบธุรกิจที่ต้องการวางระบบการจัดการทรัพย์สิน
5. สัญญาก่อนสมรสกับหนี้สินของคู่สมรส
หลายคนเข้าใจว่าหากทำสัญญาก่อนสมรสแล้วจะไม่ต้องรับผิดในหนี้สินของอีกฝ่ายหนึ่ง ความเข้าใจดังกล่าวไม่ถูกต้องเสมอไป
การรับผิดในหนี้สินต้องพิจารณาว่าเป็นหนี้ส่วนตัวหรือหนี้ที่คู่สมรสต้องรับผิดร่วมกัน รวมถึงบทบัญญัติมาตรา 1488–1490
ตัวอย่างเช่น หนี้ที่เกิดขึ้นเพื่อการจัดการบ้านเรือนหรือสิ่งจำเป็นของครอบครัว อาจเป็นหนี้ร่วมตามกฎหมาย แม้คู่สมรสฝ่ายหนึ่งจะไม่ได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อในสัญญาก่อหนี้โดยตรงก็ตาม
นอกจากนี้ สัญญาก่อนสมรสยังไม่สามารถใช้ตัดสิทธิของเจ้าหนี้ผู้สุจริตตามมาตรา 1468 ได้
จึงควรให้ทนายความตรวจสอบข้อสัญญาเกี่ยวกับหนี้สินอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะหนี้เงินกู้ธุรกิจ การค้ำประกัน และภาระหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนสมรส
6. สัญญาก่อนสมรสกับชาวต่างชาติ
สำหรับคู่สมรสที่ฝ่ายหนึ่งเป็นคนไทยและอีกฝ่ายเป็นชาวต่างชาติ การจัดทำสัญญาก่อนสมรสอาจมีความซับซ้อนมากกว่ากรณีคู่สมรสชาวไทยทั้งสองฝ่าย เนื่องจากอาจมีทรัพย์สินอยู่ในหลายประเทศและมีกฎหมายต่างประเทศเกี่ยวข้อง
ตัวอย่างเช่น คนไทยมีบ้านและที่ดินในประเทศไทย ส่วนคู่สมรสชาวต่างชาติมีเงินฝาก หุ้น หรืออสังหาริมทรัพย์อยู่ต่างประเทศ คู่สมรสอาจต้องการกำหนดวิธีการจัดการทรัพย์สินของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจน
ประเด็นสำคัญที่ควรให้ทนายตรวจสอบ ได้แก่ กฎหมายที่ใช้บังคับ แบบของสัญญา การรับรองเอกสาร และการยอมรับสัญญาในประเทศที่เกี่ยวข้อง
ตามมาตรา 1465 ข้อกำหนดในสัญญาก่อนสมรสที่ระบุให้ใช้กฎหมายประเทศอื่นบังคับความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินตามบทบัญญัตินี้เป็นโมฆะ อย่างไรก็ตาม สำหรับทรัพย์สินที่อยู่ต่างประเทศ ยังต้องพิจารณากฎหมายขัดกันและกฎหมายของประเทศที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ด้วย
ข้อแนะนำ: คู่สมรสต่างชาติควรปรึกษาทนายความก่อนจัดทำสัญญาภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะกรณีมีอสังหาริมทรัพย์หรือกิจการในหลายประเทศ
7. ตัวอย่างข้อสัญญาก่อนสมรส
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นเพียงแนวทางในการร่างข้อสัญญา ไม่ใช่สัญญาฉบับสมบูรณ์ และไม่สามารถรับรองได้ว่าทุกข้อความจะมีผลบังคับใช้ในทุกกรณี
ตัวอย่างข้อ 1 ทรัพย์สินก่อนสมรส
“คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงให้ทรัพย์สินที่แต่ละฝ่ายมีกรรมสิทธิ์อยู่ก่อนวันจดทะเบียนสมรส เป็นสินส่วนตัวของฝ่ายนั้น โดยจัดทำบัญชีทรัพย์สินแนบท้ายสัญญาเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการแสดงสิทธิในทรัพย์สิน”
ตัวอย่างข้อ 2 การจัดการทรัพย์สิน
“คู่สัญญาตกลงกำหนดหลักเกณฑ์การจัดการทรัพย์สินระหว่างสมรสตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในสัญญาฉบับนี้ ทั้งนี้ ภายในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาตและไม่กระทบกระเทือนสิทธิของบุคคลภายนอกผู้สุจริต”
ตัวอย่างข้อ 3 หุ้นและกิจการ
“หุ้นในบริษัทที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมีกรรมสิทธิ์อยู่ก่อนสมรสตามรายการแนบท้าย ให้คงเป็นสินส่วนตัวของฝ่ายนั้น ส่วนหุ้นที่ได้มาเพิ่มเติม ผลประโยชน์ และเงินปันผล ให้พิจารณาตามข้อตกลงที่ชอบด้วยกฎหมายและบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง”
กรณีมีหุ้นบริษัท ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเงินปันผลจากหุ้นที่เป็นสินส่วนตัวอาจเป็นสินสมรสตามหลักเรื่องดอกผลของสินส่วนตัว
การร่างข้อสัญญาจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการถือหุ้น การเพิ่มทุน และการได้มาซึ่งผลประโยชน์อย่างละเอียด
8. แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับสัญญาก่อนสมรส
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3346/2532
คดีนี้คู่สมรสทำข้อตกลงก่อนสมรสให้ทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนสมรสตกเป็นสินสมรส แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามแบบที่มาตรา 1466 กำหนด
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าสัญญาดังกล่าวตกเป็นโมฆะ และผู้ร้องไม่สามารถอาศัยสัญญานั้นร้องขอกันส่วนในที่ดินซึ่งถูกยึดชำระหนี้ได้
หลักกฎหมาย: การจัดทำสัญญาก่อนสมรสเป็นหนังสือเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ต้องปฏิบัติตามแบบที่กฎหมายกำหนดพร้อมกับการจดทะเบียนสมรสด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2497/2552
คดีนี้คู่สมรสไม่ได้จดแจ้งข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินขณะจดทะเบียนสมรส แต่ภายหลังในวันเดียวกันได้ขอบันทึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยกที่ดินให้กัน
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อตกลงดังกล่าวไม่ใช่สัญญาก่อนสมรสตามมาตรา 1466 แต่เป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่คู่สมรสทำต่อกันระหว่างสมรสตามมาตรา 1469 ซึ่งอยู่ภายใต้หลักการบอกล้างสัญญาตามบทบัญญัติดังกล่าว
หลักกฎหมาย: แม้เป็นการทำข้อตกลงในวันเดียวกับวันที่จดทะเบียนสมรส ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสัญญาก่อนสมรสที่สมบูรณ์เสมอไป ต้องพิจารณาช่วงเวลาและขั้นตอนการจดแจ้งด้วย
แนวคำพิพากษาทั้งสองเรื่องแสดงให้เห็นว่า การร่างข้อสัญญาที่ดีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากดำเนินการเกี่ยวกับการจดทะเบียนไม่ถูกต้องตามกฎหมาย สัญญาอาจไม่มีผลตามที่คู่สัญญาตั้งใจ
9. สัญญาก่อนสมรสกับสัญญาระหว่างสมรสต่างกันอย่างไร?
สัญญาก่อนสมรสและสัญญาระหว่างสมรสเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินของคู่สมรส แต่มีหลักเกณฑ์และผลทางกฎหมายแตกต่างกัน
|
ประเด็น |
สัญญาก่อนสมรส |
สัญญาระหว่างสมรส |
|---|---|---|
|
เวลาจัดทำ |
ก่อนจดทะเบียนสมรส |
หลังเป็นคู่สมรสแล้ว |
|
บทกฎหมายสำคัญ |
มาตรา 1465–1468 |
มาตรา 1469 |
|
การจดทะเบียน |
ต้องปฏิบัติตามมาตรา 1466 |
ไม่ใช้แบบเดียวกันทุกกรณี |
|
การแก้ไขหรือยกเลิก |
ต้องได้รับอนุญาตจากศาล |
อาจถูกบอกล้างตามมาตรา 1469 |
|
ความเสี่ยง |
สัญญาเป็นโมฆะหากไม่ทำตามแบบ |
คู่สมรสมีสิทธิบอกล้างภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด |
ตามมาตรา 1469 คู่สมรสฝ่ายหนึ่งสามารถบอกล้างสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ทำต่อกันในระหว่างสมรสได้ขณะยังเป็นคู่สมรส หรือภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ขาดจากการเป็นคู่สมรส โดยไม่กระทบสิทธิของบุคคลภายนอกผู้สุจริต
ดังนั้น หากคู่รักกำลังเตรียมจดทะเบียนสมรสและต้องการกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สิน ควรปรึกษาทนายและดำเนินการก่อนจดทะเบียนสมรสให้เรียบร้อย
10. ขั้นตอนการปรึกษาทนายเพื่อทำสัญญาก่อนสมรส
การจัดทำสัญญาก่อนสมรสควรเริ่มจากการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินและความต้องการของคู่สมรสทั้งสองฝ่าย
-
ปรึกษาทนายความ
แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สิน หนี้สิน ธุรกิจ และประเด็นที่ต้องการกำหนดในสัญญา
-
ตรวจสอบเอกสารทรัพย์สิน
เช่น โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการถือหุ้น รายการเงินฝาก และเอกสารหนี้สินที่เกี่ยวข้อง
-
ร่างสัญญาก่อนสมรส
ทนายความจัดทำข้อสัญญาให้สอดคล้องกับความประสงค์ของคู่สัญญาและข้อจำกัดตามกฎหมาย
-
ตรวจทานและลงลายมือชื่อ
คู่สัญญาตรวจสอบรายละเอียดและเตรียมการลงลายมือชื่อพร้อมพยานตามแบบที่เกี่ยวข้อง
-
ดำเนินการที่สำนักงานทะเบียน
นำสัญญาไปดำเนินการพร้อมการจดทะเบียนสมรสตามมาตรา 1466
ควรตรวจสอบขั้นตอนและเอกสารที่สำนักงานทะเบียนที่จะใช้บริการล่วงหน้า โดยเฉพาะกรณีสัญญามีหลายหน้า มีเอกสารแนบท้าย หรือเกี่ยวข้องกับบุคคลต่างชาติ
11. ค่าทนายร่างสัญญาก่อนสมรส
ค่าบริการทนายความเกี่ยวกับสัญญาก่อนสมรสขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของข้อสัญญา จำนวนและประเภททรัพย์สิน ตลอดจนการใช้ภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศ
ตัวอย่างปัจจัยที่มีผลต่อค่าบริการ ได้แก่
-
การร่างสัญญาทั่วไปสำหรับคู่สมรสชาวไทย
-
การจัดทำบัญชีทรัพย์สินหลายรายการ
-
การตรวจสอบหุ้นบริษัทและกิจการ
-
การตรวจสอบทรัพย์สินหรือหนี้สินในต่างประเทศ
-
การร่างสัญญาสองภาษา
-
การให้คำปรึกษาและตรวจสอบสัญญาที่จัดทำไว้แล้ว
ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสำนักงานเพื่อแจ้งรายละเอียดเบื้องต้นและขอประเมินค่าบริการร่างสัญญา โดยค่าร่างสัญญาและค่าปรึกษากฎหมายเป็นคนละส่วน เว้นแต่สำนักงานตกลงกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
12. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญญาก่อนสมรส
1. สัญญาก่อนสมรสจำเป็นต้องมีทนายความหรือไม่?
กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องให้ทนายความเป็นผู้ร่าง แต่ควรได้รับการตรวจสอบข้อสัญญา โดยเฉพาะกรณีมีทรัพย์สินจำนวนมากหรือมีธุรกิจส่วนตัว
2. สัญญาก่อนสมรสต้องมีพยานกี่คน?
กรณีทำเป็นหนังสือแนบท้ายทะเบียนสมรสตามมาตรา 1466 ต้องมีลายมือชื่อคู่สมรสและพยานอย่างน้อยสองคน รวมทั้งดำเนินการจดแจ้งตามที่กฎหมายกำหนด
3. ทำสัญญาก่อนสมรสแล้วต้องจดทะเบียนด้วยหรือไม่?
ต้องดำเนินการตามแบบที่มาตรา 1466 กำหนดพร้อมการจดทะเบียนสมรส มิฉะนั้นสัญญาก่อนสมรสเป็นโมฆะ
4. จดทะเบียนสมรสไปแล้ว สามารถทำสัญญาก่อนสมรสย้อนหลังได้หรือไม่?
ไม่สามารถทำย้อนหลังให้เป็นสัญญาก่อนสมรสตามมาตรา 1466 ได้ แต่คู่สมรสอาจทำข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสมรส โดยต้องพิจารณาหลักเกณฑ์มาตรา 1469
5. สัญญาก่อนสมรสสามารถกำหนดเรื่องหุ้นบริษัทได้หรือไม่?
สามารถกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับสิทธิและการจัดการทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับหุ้นได้ภายในขอบเขตกฎหมาย แต่ต้องพิจารณากรรมสิทธิ์ในหุ้น เงินปันผล และสิทธิของบุคคลภายนอกแยกจากกัน
6. หากหย่ากัน สัญญาก่อนสมรสยังมีผลหรือไม่?
สัญญาที่สมบูรณ์และมีข้อกำหนดที่ชอบด้วยกฎหมายอาจมีผลต่อการพิจารณาสิทธิทางทรัพย์สินเมื่อหย่า แต่ต้องตรวจสอบข้อความในสัญญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นกรณีไป
7. สัญญาก่อนสมรสทำเป็นภาษาอังกฤษได้หรือไม่?
สามารถจัดทำสัญญาสองภาษาเพื่อความเข้าใจของคู่สัญญาได้ แต่ควรตรวจสอบข้อกำหนดทางเอกสารของสำนักงานทะเบียน และกำหนดข้อความให้สอดคล้องกันทั้งสองภาษา
8. คู่สมรสเพศเดียวกันทำสัญญาก่อนสมรสได้หรือไม่?
ได้ คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทยมีสิทธิใช้บทบัญญัติเกี่ยวกับสัญญาก่อนสมรสเช่นเดียวกัน โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
13. ปรึกษาทนายความ ร่างและตรวจสอบสัญญาก่อนสมรส
การทำสัญญาก่อนสมรสควรดำเนินการตั้งแต่ก่อนจดทะเบียนสมรส เพื่อให้มีเวลาเพียงพอสำหรับการตรวจสอบเอกสาร การเจรจาข้อตกลง และการดำเนินการตามแบบที่กฎหมายกำหนด
สำนักงานทนายความให้บริการด้านกฎหมายครอบครัว รวมถึงการร่างสัญญาก่อนสมรส การตรวจสอบทรัพย์สิน การให้คำแนะนำเกี่ยวกับสินสมรส ตลอดจนข้อพิพาทเกี่ยวกับการแบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส
สามารถติดต่อเพื่อนัดหมายปรึกษาทนายความล่วงหน้าได้








