สัญญาระหว่างสมรส

สัญญาระหว่างสมรส คืออะไร? มีผลตามกฎหมายหรือไม่ บอกล้างได้เมื่อใด พร้อมแนวคำพิพากษาศาลฎีกา

บทความกฎหมายครอบครัว | ปรับปรุง 29 ตุลาคม 2569

การทำสัญญาระหว่างสมรสเป็นเรื่องที่คู่สมรสจำนวนมากให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อมีทรัพย์สินมูลค่าสูง เช่น บ้าน ที่ดิน เงินฝาก หุ้นบริษัท หรือกิจการที่ร่วมกันสร้างขึ้นระหว่างสมรส

หลายกรณีคู่สมรสตกลงทำสัญญาแบ่งทรัพย์สินกันไว้เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต แต่เมื่อเกิดความขัดแย้งกลับมีข้อสงสัยว่า สัญญาที่ลงลายมือชื่อไว้แล้วสามารถยกเลิกได้หรือไม่

กฎหมายไทยมีบทบัญญัติเฉพาะเกี่ยวกับสัญญาระหว่างสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 ซึ่งให้สิทธิคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกล้างสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินได้ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด

บทความนี้อธิบายหลักกฎหมาย ข้อยกเว้น วิธีบอกล้างสัญญา และแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง

1. สัญญาระหว่างสมรส คืออะไร?

สัญญาระหว่างสมรส หรือ Postnuptial Agreement ในบริบทกฎหมายไทย หมายถึงข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินที่คู่สมรสทำต่อกันในระหว่างที่มีสถานะเป็นคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย

ตัวอย่างเช่น

  • คู่สมรสทำสัญญาตกลงแบ่งกรรมสิทธิ์บ้านหรือที่ดิน

  • ฝ่ายหนึ่งโอนที่ดินให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง

  • ตกลงยกเงินฝากส่วนตัวให้แก่คู่สมรส

  • ทำข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส

  • ตกลงเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์หุ้นบริษัทหรือทรัพย์สินในกิจการ

  • ทำข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะได้รับหากเกิดการหย่า

การพิจารณาว่าเอกสารใดเป็นสัญญาระหว่างสมรสตามมาตรา 1469 ต้องดูเนื้อหาสาระและเจตนาของคู่สัญญา ไม่ใช่ดูเพียงชื่อเอกสารว่าเป็นบันทึกข้อตกลงหรือสัญญาประเภทใด

2. สัญญาระหว่างสมรส ตามมาตรา 1469

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 วางหลักว่า สัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่คู่สมรสทำต่อกันในระหว่างสมรส คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิบอกล้างได้ในระหว่างที่ยังสมรสกันอยู่ หรือภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ขาดจากการเป็นคู่สมรส แต่ไม่กระทบสิทธิของบุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต

 
ThaiDeka+1

 

หลักสำคัญ 4 ประการ

  1. ต้องเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ทำต่อกันในระหว่างสมรส

  2. คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถใช้สิทธิบอกล้างได้

  3. ต้องบอกล้างภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

  4. การบอกล้างต้องไม่กระทบสิทธิของบุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต

การทำสัญญาระหว่างสมรสจึงไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่ความมั่นคงของสัญญาแตกต่างจากสัญญาที่ทำระหว่างบุคคลทั่วไป

3. สัญญาระหว่างสมรสมีผลผูกพันตามกฎหมายหรือไม่?

สัญญาระหว่างสมรสไม่ใช่สัญญาที่เป็นโมฆะเพียงเพราะคู่สัญญาเป็นคู่สมรสกัน

หากทำโดยชอบด้วยกฎหมาย สัญญาย่อมมีผลตามลักษณะนิติกรรมนั้น แต่คู่สมรสยังมีสิทธิบอกล้างตามมาตรา 1469

ตัวอย่างเช่น คู่สมรสทำสัญญาให้เงินจำนวน 2 ล้านบาทแก่อีกฝ่ายหนึ่ง และได้โอนเงินให้แล้ว ต่อมาฝ่ายผู้ให้ประสงค์จะบอกล้างสัญญา

กรณีนี้ต้องวินิจฉัยว่าการโอนเงินเป็นการให้ระหว่างคู่สมรสหรือไม่ มีการแสดงเจตนาบอกล้างอย่างถูกต้องหรือไม่ และมีสิทธิของบุคคลภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่

การโอนเงินเสร็จสิ้นแล้วไม่ใช่เหตุที่จะทำให้สิทธิบอกล้างหมดไปโดยอัตโนมัติ

4. สัญญาระหว่างสมรสบอกล้างได้เมื่อใด?

ระยะเวลาบอกล้างตามมาตรา 1469

ขณะยังเป็นคู่สมรส

บอกล้างได้

ในระหว่างที่การสมรสยังคงอยู่

หลังสิ้นสุดการสมรส

ภายใน 1 ปี

นับแต่วันที่ขาดจากการเป็นคู่สมรส

ระยะเวลาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1469 ต้องแยกจากอายุความในการฟ้องร้องเรียกร้องสิทธิอื่น

ตัวอย่างเช่น หากคู่สมรสจดทะเบียนหย่ากันในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 คู่สมรสที่ต้องการบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสต้องพิจารณาใช้สิทธิให้ทันกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่การสมรสสิ้นสุดลง

หากเป็นการหย่าโดยคำพิพากษาของศาล ต้องตรวจสอบวันที่การสมรสสิ้นสุดตามกฎหมายก่อนคำนวณระยะเวลา

ข้อควรระวัง: การบอกล้างสัญญากับการฟ้องคดีเรียกคืนทรัพย์สินเป็นคนละประเด็น การใช้สิทธิบอกล้างทันเวลาไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องอายุความหรือการพิสูจน์สิทธิในการฟ้องคดีต่อไป

5. บอกล้างสัญญาระหว่างสมรสต้องฟ้องศาลหรือไม่?

โดยหลัก การแสดงเจตนาบอกล้างอาจกระทำต่อคู่สมรสอีกฝ่ายโดยไม่จำเป็นต้องฟ้องศาลก่อนเสมอไป

อย่างไรก็ตาม หากมีข้อพิพาทเรื่องความถูกต้องของการบอกล้าง หรืออีกฝ่ายไม่ยอมคืนทรัพย์สิน อาจจำเป็นต้องดำเนินคดีเพื่อให้ศาลวินิจฉัยและบังคับตามสิทธิ

วิธีดำเนินการที่ควรพิจารณา

  1. ตรวจสอบสัญญาและสถานะสมรส

  2. ตรวจสอบทรัพย์สินที่เป็นวัตถุแห่งสัญญา

  3. ตรวจสอบกำหนดเวลาตามมาตรา 1469

  4. จัดทำหนังสือแสดงเจตนาบอกล้าง โดยระบุสัญญาและทรัพย์สินให้ชัดเจน

  5. ส่งหนังสือโดยวิธีที่มีหลักฐานการรับ

  6. ดำเนินการฟ้องคดีหากอีกฝ่ายโต้แย้งหรือไม่ดำเนินการคืนทรัพย์สิน

สำหรับสัญญาที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ต้องตรวจสอบการจดทะเบียนสิทธิและบุคคลภายนอกเพิ่มเติมด้วย

6. สัญญาระหว่างสมรสกับสัญญาก่อนสมรส ต่างกันอย่างไร?

ประเด็น

สัญญาก่อนสมรส

สัญญาระหว่างสมรส

เวลาทำสัญญา

ก่อนจดทะเบียนสมรส

ระหว่างสมรส

กฎหมายหลัก

มาตรา 1465–1468

มาตรา 1469

แบบของสัญญา

ต้องปฏิบัติตามแบบตามมาตรา 1466

ขึ้นอยู่กับนิติกรรมที่ทำ

การเปลี่ยนแปลง

โดยหลักต้องได้รับอนุญาตจากศาล

มีสิทธิบอกล้างตามมาตรา 1469

สิทธิบุคคลภายนอก

มีกฎหมายคุ้มครอง

ไม่กระทบผู้กระทำการโดยสุจริต

สัญญาก่อนสมรสมีหลักเกณฑ์ด้านแบบและการเปลี่ยนแปลงที่เข้มงวด ขณะที่สัญญาระหว่างสมรสต้องระมัดระวังเรื่องสิทธิบอกล้างเป็นพิเศษ

 
1493+1

 

7. สัญญาระหว่างสมรสเกี่ยวกับบ้านและที่ดิน

ข้อพิพาทที่พบบ่อยคือ การโอนที่ดินหรือบ้านระหว่างคู่สมรส โดยเฉพาะกรณีที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งนำที่ดินซึ่งเป็นสินส่วนตัวไปจดทะเบียนให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง

แม้มีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์โดยถูกต้องแล้ว ก็ต้องพิจารณาสิทธิบอกล้างตามมาตรา 1469

แต่หากมีบุคคลภายนอกเข้ามารับโอนกรรมสิทธิ์โดยสุจริตแล้ว การบอกล้างไม่อาจนำมาใช้กระทบสิทธิที่บุคคลภายนอกได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

อีกประเด็นหนึ่งคือการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินที่ซื้อระหว่างสมรส ซึ่งอาจมีผลมากกว่าการระบุชื่อในโฉนดเพียงอย่างเดียว ตามแนวฎีกาที่ 5054/2568 ซึ่งจะกล่าวต่อไป

8. สัญญาระหว่างสมรสกำหนดว่าห้ามบอกล้างได้หรือไม่?

คู่สมรสบางรายจัดทำสัญญาโดยระบุว่าไม่สามารถยกเลิกหรือบอกล้างสัญญาได้ภายใน 10 ปี หรือ 20 ปี

ข้อตกลงเช่นนี้มีปัญหาความชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากอาจขัดต่อสิทธิที่มาตรา 1469 กำหนดไว้เพื่อคุ้มครองคู่สมรส

ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่า แม้สัญญาจะกำหนดห้ามบอกล้างไว้ 20 ปี ข้อตกลงจำกัดสิทธิดังกล่าวก็อาจเป็นโมฆะตามมาตรา 150 เพราะขัดต่อมาตรา 1469

จึงไม่ควรเข้าใจว่าการลงลายมือชื่อยอมรับข้อห้ามบอกล้างจะทำให้คู่สมรสเสียสิทธิตามกฎหมายทุกกรณี

 

9. แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับสัญญาระหว่างสมรส

แนวคำพิพากษาต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับมาตรา 1469 ทั้งเรื่องการให้ทรัพย์สิน การแบ่งทรัพย์สิน การบอกล้าง และข้อจำกัดเกี่ยวกับสิทธิของบุคคลภายนอก

ฎีกาที่ 5054/2568 — การจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ที่ดินร่วมกันระหว่างคู่สมรส

ข้อเท็จจริงโดยสรุป คู่สมรสซื้อที่ดินระหว่างสมรส โดยมีบุตรเข้าร่วมทำสัญญาซื้อขาย และจดทะเบียนให้คู่สมรสมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินคนละส่วนเท่ากัน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงถึงการตกลงเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างชัดเจน เป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ทำขึ้นระหว่างสมรสตามมาตรา 1469 และมีผลต่อการแบ่งทรัพย์สินให้เป็นสินส่วนตัวของแต่ละฝ่าย

หลักกฎหมาย: การตกลงเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ของคู่สมรสอาจพิจารณาได้จากพฤติการณ์และการจดทะเบียน ไม่จำเป็นต้องมีเอกสารที่ใช้ชื่อว่า “สัญญาระหว่างสมรส” โดยเฉพาะ

 
ThaiDeka+1

 

ฎีกาที่ 818/2546 — สามียกที่ดินให้ภริยาแล้วบอกล้างสัญญา

สามีจดทะเบียนยกที่ดินซึ่งเป็นสินส่วนตัวจำนวน 7 แปลงให้ภริยาระหว่างสมรส ต่อมาสามีประสงค์บอกล้างสัญญาการให้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการให้ที่ดินดังกล่าวเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส ต้องใช้มาตรา 1469 ซึ่งเป็นบทกฎหมายเฉพาะ ไม่ใช่บททั่วไปเรื่องถอนคืนการให้ตามมาตรา 535

หลักกฎหมาย: การให้ที่ดินระหว่างคู่สมรสสามารถอยู่ภายใต้สิทธิบอกล้างตามมาตรา 1469 ได้

 
Deka

 

ฎีกาที่ 3714/2548 — ให้เงินฝาก 7.5 ล้านบาทแก่คู่สมรส

ฝ่ายหนึ่งยินยอมให้อีกฝ่ายมีชื่อร่วมในบัญชีเงินฝาก และตกลงยกเงินจำนวน 7,500,000 บาท ซึ่งเดิมเป็นสินส่วนตัวให้แก่คู่สมรส

ต่อมาฝ่ายผู้ให้แสดงเจตนาบอกล้าง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นการใช้สิทธิตามมาตรา 1469 และการบอกล้างตามบทบัญญัตินี้มุ่งคุ้มครองคู่สมรสจากการเสียประโยชน์เนื่องจากความเสน่หาหรืออิทธิพลภายในความสัมพันธ์

หลักกฎหมาย: การบอกล้างสัญญาให้ทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสไม่จำเป็นต้องพิสูจน์เหตุเนรคุณอย่างการถอนคืนการให้ทั่วไป

 
Deka

 

ฎีกาที่ 8739/2551 — สัญญาห้ามบอกล้างเป็นเวลา 20 ปี

คู่สมรสทำสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สิน โดยมีเงื่อนไขเรื่องการประพฤติผิดศีลธรรมระหว่างสมรส และกำหนดห้ามบอกล้างหรือยกเลิกสัญญาเป็นเวลา 20 ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อตกลงห้ามบอกล้างดังกล่าวขัดต่อหลักคุ้มครองคู่สมรสตามมาตรา 1469 จึงเป็นโมฆะตามมาตรา 150

เมื่อมีการบอกล้างโดยชอบแล้ว สัญญาไม่อาจนำมาบังคับกับอีกฝ่ายได้

หลักกฎหมาย: คู่สมรสไม่สามารถอาศัยข้อตกลงในสัญญามาตัดสิทธิบอกล้างตามมาตรา 1469 ได้

 
ThaiDeka

 

ฎีกาที่ 674/2543 — บอกล้างข้อตกลงแบ่งทรัพย์สินระหว่างสมรส

คู่สมรสทำข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส ต่อมามีการบอกล้างข้อตกลง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นสัญญาระหว่างสมรสตามมาตรา 1469 เมื่อคู่สมรสบอกล้างแล้ว สัญญาจึงสิ้นผล และไม่สามารถฟ้องบังคับให้อีกฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงเดิมได้

หลักกฎหมาย: แม้จะเป็นข้อตกลงเพื่อแบ่งหรือจัดการสินสมรส ก็อาจถูกบอกล้างตามมาตรา 1469 ได้

 
Deka

 

ฎีกาที่ 5191/2540 — การบอกล้างทำให้ทรัพย์สินกลับเป็นสินสมรส

คดีนี้มีข้อพิพาทเกี่ยวกับการตกลงแบ่งทรัพย์สินระหว่างสมรส และการแสดงเจตนาบอกล้างข้อตกลงดังกล่าว

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพฤติการณ์ที่คู่สมรสแสดงความประสงค์ขอแบ่งบ้านซ้ำ ๆ สามารถถือเป็นการบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสตามข้อเท็จจริงของคดีได้ ส่งผลให้ทรัพย์พิพาทกลับเป็นสินสมรสเดิม

แต่การบอกล้างต้องไม่กระทบสิทธิบุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต

หลักกฎหมาย: การแสดงเจตนาบอกล้างต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ ไม่จำกัดเฉพาะชื่อหรือรูปแบบหนังสือ

 
Deka

 

ฎีกาที่ 5485/2537 — หนังสือบอกล้างและสิทธิของทายาท

สามียกที่ดินให้ภริยาระหว่างสมรส ต่อมาสามีมีหนังสือบอกล้างสัญญาการให้โดยชอบก่อนถึงแก่ความตาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้สิทธิบอกล้างเป็นสิทธิเฉพาะตัว แต่เมื่อมีการบอกล้างโดยชอบก่อนเสียชีวิตแล้ว สิทธิที่เกิดจากการบอกล้างสามารถตกทอดไปยังทายาทได้

หลักกฎหมาย: ต้องแยกสิทธิที่จะบอกล้างซึ่งเป็นสิทธิเฉพาะตัว ออกจากสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นภายหลังการบอกล้างโดยชอบ

 
Deka

 

ฎีกาที่ 11692/2555 — สัญญาระหว่างสมรสกับสิทธิของบุคคลภายนอก

คู่สมรสทำสัญญาแลกเปลี่ยนทรัพย์สินที่มีลักษณะเป็นสัญญาระหว่างสมรส แต่สัญญาดังกล่าวยังเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอกซึ่งได้เข้าถือเอาประโยชน์แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคู่สมรสไม่อาจใช้สิทธิบอกล้างสัญญาเพื่อระงับสิทธิของบุคคลภายนอกที่ได้รับความคุ้มครองนั้นได้

หลักกฎหมาย: สิทธิบอกล้างตามมาตรา 1469 ไม่ใช่สิทธิที่ใช้ลบล้างสิทธิของบุคคลภายนอกได้ทุกกรณี

 
Deka

 

10. เปรียบเทียบแนวคำพิพากษาศาลฎีกา

ฎีกา

ประเด็นสำคัญ

5054/2568

ตกลงกรรมสิทธิ์ที่ดินระหว่างคู่สมรส

818/2546

ให้ที่ดินระหว่างสมรส บอกล้างตาม ม.1469

3714/2548

บอกล้างการให้เงินฝาก 7.5 ล้านบาท

8739/2551

ข้อตกลงห้ามบอกล้าง 20 ปีเป็นโมฆะ

674/2543

บอกล้างข้อตกลงจัดการทรัพย์สิน

5191/2540

บอกล้างแล้วทรัพย์สินกลับเป็นสินสมรส

5485/2537

บอกล้างก่อนเสียชีวิต สิทธิเรียกร้องตกทอดได้

11692/2555

คุ้มครองสิทธิบุคคลภายนอก

11. หนังสือบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสควรมีข้อความอย่างไร?

หนังสือบอกล้างควรระบุรายละเอียดเกี่ยวกับคู่สมรส สัญญาที่ประสงค์จะบอกล้าง ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง และการแสดงเจตนาบอกล้างตามมาตรา 1469 ให้ชัดเจน

ตัวอย่างข้อความสำหรับใช้ประกอบการพิจารณา:

เรื่อง บอกล้างสัญญาระหว่างสมรส

ตามที่ข้าพเจ้าและท่านได้ทำสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสมรส ลงวันที่ ............ เกี่ยวกับทรัพย์สิน ............ นั้น

ข้าพเจ้าขอแสดงเจตนาบอกล้างสัญญาดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469

ขอให้ท่านดำเนินการเกี่ยวกับการคืนทรัพย์สินและสิทธิที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายภายในระยะเวลาที่ระบุในหนังสือฉบับนี้

ทั้งนี้ ข้าพเจ้าขอสงวนสิทธิในการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตัวอย่างนี้ไม่ใช่แบบฟอร์มที่เหมาะกับทุกกรณี โดยเฉพาะการโอนอสังหาริมทรัพย์หรือการมีบุคคลภายนอกเกี่ยวข้อง ควรตรวจเอกสารก่อนส่งหนังสือจริง

12. การฟ้องคดีเกี่ยวกับสัญญาระหว่างสมรส

ข้อพิพาทอาจเกิดขึ้นได้ทั้งกรณีคู่สมรสต้องการบังคับตามสัญญา และกรณีอีกฝ่ายประสงค์บอกล้าง

ประเด็นที่ต้องพิจารณาก่อนฟ้องคดี ได้แก่ การจดทะเบียนสมรส วันที่ทำสัญญา ลักษณะทรัพย์สิน การแสดงเจตนาบอกล้าง ระยะเวลาตามมาตรา 1469 และสิทธิของบุคคลภายนอก

หลักฐานที่ควรจัดเตรียม ได้แก่ สำเนาทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่า สัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สิน โฉนดที่ดิน หลักฐานการโอนเงิน หนังสือบอกล้าง หลักฐานการส่งหนังสือ และพยานเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างคู่สมรส

การดำเนินคดีต้องวิเคราะห์ว่าเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสที่อยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวหรือไม่ รวมทั้งตรวจคำขอท้ายฟ้องให้สอดคล้องกับสิทธิที่เกิดขึ้นจากการบอกล้าง

 

13. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญญาระหว่างสมรส 

สัญญาระหว่างสมรสมีผลตามกฎหมายหรือไม่?

มีผลได้หากเป็นนิติกรรมที่ทำโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่สัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่คู่สมรสทำต่อกันระหว่างสมรสอาจถูกบอกล้างได้ตามมาตรา 1469

 
สัญญาระหว่างสมรสบอกล้างได้ภายในกี่ปี?
 
การบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหรือไม่?
 
สามียกที่ดินให้ภริยาแล้วสามารถเรียกคืนได้หรือไม่?
 
สัญญาแบ่งสินสมรสระหว่างที่ยังไม่หย่าสามารถบอกล้างได้หรือไม่?
 
หากสัญญาระบุว่าห้ามยกเลิกตลอดชีวิตจะมีผลหรือไม่?
 
สัญญาระหว่างสมรสกับสัญญาหย่าเหมือนกันหรือไม่?
 
สามารถทำสัญญาระหว่างสมรสโดยไม่จ้างทนายได้หรือไม่?

14. ปรึกษาทนายความเกี่ยวกับสัญญาระหว่างสมรส

การทำสัญญาหรือบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสอาจมีผลต่อบ้าน ที่ดิน เงินฝาก หุ้นบริษัท และสิทธิในทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง จึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและเอกสารก่อนดำเนินการ

สำนักงานทนายความให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการร่างและตรวจสัญญาระหว่างสมรส การบอกล้างสัญญา การแบ่งสินสมรส การฟ้องหย่า และข้อพิพาทด้านทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส

ติดต่อสำนักงานทนายความ

ค่าปรึกษากฎหมายเบื้องต้น

ทางโทรศัพท์ 500–1,000 บาท

นัดปรึกษาที่สำนักงานหรือนอกสถานที่ 3,000–5,000 บาท

ค่าดำเนินคดีและค่าร่างสัญญาแยกต่างหากตามรายละเอียดงาน
083-884-3287
02-416-4163
ติดต่อ LINE: narongsaklaw30

15. สรุปสัญญาระหว่างสมรส

สัญญาระหว่างสมรสเป็นนิติกรรมที่สามารถทำได้ตามกฎหมายไทย แต่เมื่อเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่คู่สมรสทำต่อกัน ย่อมต้องพิจารณามาตรา 1469 ซึ่งให้สิทธิบอกล้างได้ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยมีข้อจำกัดเรื่องสิทธิของบุคคลภายนอก

ผู้ที่ต้องการทำสัญญาแบ่งสินสมรส ยกทรัพย์สินให้คู่สมรส หรือบอกล้างสัญญาที่ทำไว้แล้ว ควรตรวจสอบเอกสารอย่างรอบคอบ เพราะการลงนามในสัญญาหรือการจดทะเบียนโอนทรัพย์สินอาจมีผลทางกฎหมายที่แตกต่างจากความเข้าใจของคู่สัญญา

 
Visitors: 270,313