การเรียกประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท
เรียกประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท ขั้นตอนตามกฎหมายและสิทธิของผู้ถือหุ้น
การเรียกประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทเป็นขั้นตอนสำคัญในการบริหารและดำเนินกิจการของบริษัทจำกัด เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการพิจารณาและลงมติเรื่องสำคัญ เช่น การแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ การอนุมัติงบการเงิน การแบ่งเงินปันผล การเพิ่มทุนหรือลดทุน และการแก้ไขข้อบังคับของบริษัท
การเรียกประชุมต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวมถึงข้อบังคับของบริษัท หากเรียกประชุมไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของมติที่ประชุม และอาจมีการร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนมติได้
1. การประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทมีกี่ประเภท?
การประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัดแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1.1 การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1171 บริษัทต้องจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งแรกภายใน 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียนบริษัท และหลังจากนั้นอย่างน้อยหนึ่งครั้งทุกระยะเวลา 12 เดือน
วาระที่พบบ่อย ได้แก่ การพิจารณางบการเงิน การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี การเลือกตั้งกรรมการ และการพิจารณาเงินปันผลตามกฎหมายและข้อบังคับบริษัท
1.2 การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น
เป็นการประชุมที่จัดขึ้นนอกเหนือจากการประชุมสามัญ เพื่อพิจารณากิจการสำคัญหรือเร่งด่วนของบริษัท เช่น
-
เปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัท
-
พิจารณาปัญหาระหว่างผู้ถือหุ้น
-
เพิ่มทุนหรือลดทุนจดทะเบียน
-
แก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิหรือข้อบังคับบริษัท
-
พิจารณาการเลิกบริษัท
ตามมาตรา 1172 คณะกรรมการสามารถเรียกประชุมวิสามัญได้เมื่อเห็นสมควร และหากบริษัทขาดทุนลงถึงกึ่งหนึ่งของทุน กรรมการต้องเรียกประชุมวิสามัญทันทีเพื่อแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบ
2. ใครมีสิทธิเรียกประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท?
โดยหลัก การเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท แต่กฎหมายเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นร้องขอให้จัดประชุมวิสามัญได้
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1173 ผู้ถือหุ้นที่มีจำนวนหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า หนึ่งในห้า (20%) ของจำนวนหุ้นบริษัท สามารถเข้าชื่อกันทำหนังสือร้องขอให้เรียกประชุมวิสามัญ โดยต้องระบุวัตถุประสงค์ของการประชุมให้ชัดเจน
ตัวอย่างเช่น บริษัทมีหุ้นทั้งหมด 10,000 หุ้น ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่า 2,000 หุ้น สามารถใช้สิทธิตามมาตราดังกล่าวได้
3. กรรมการไม่ยอมเรียกประชุมผู้ถือหุ้น ทำอย่างไร?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1174 เมื่อผู้ถือหุ้นยื่นคำร้องขอให้เรียกประชุมวิสามัญโดยถูกต้องแล้ว กรรมการต้องเรียกประชุมโดยพลัน
หากกรรมการไม่เรียกประชุมภายใน 30 วันนับแต่วันที่ยื่นคำร้อง ผู้ถือหุ้นที่ร้องขอหรือผู้ถือหุ้นอื่นที่มีจำนวนหุ้นรวมกันตามเกณฑ์กฎหมายสามารถดำเนินการเรียกประชุมเองได้
อย่างไรก็ตาม การเรียกประชุมเองยังต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการบอกกล่าว การกำหนดวาระ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันข้อพิพาทเรื่องความชอบด้วยกฎหมายของการประชุม
4. หนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นต้องส่งล่วงหน้ากี่วัน?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1175 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 กำหนดระยะเวลาบอกกล่าวประชุมดังนี้
|
ประเภทการประชุม |
ระยะเวลาบอกกล่าวล่วงหน้า |
|---|---|
|
ประชุมสามัญทั่วไป |
ไม่น้อยกว่า 7 วัน |
|
ประชุมวิสามัญทั่วไป |
ไม่น้อยกว่า 7 วัน |
|
ประชุมเพื่อลงมติพิเศษ |
ไม่น้อยกว่า 14 วัน |
โดยหลักต้องส่งคำบอกกล่าวทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนบริษัท และหากบริษัทมีหุ้นชนิดที่มีใบหุ้นออกให้แก่ผู้ถือ ต้องดำเนินการโฆษณาตามเงื่อนไขของมาตรา 1175 เพิ่มเติมด้วย
หนังสือนัดประชุมต้องระบุสถานที่ วัน เวลา และเรื่องที่จะประชุม หากเป็นการลงมติพิเศษต้องระบุข้อความที่จะเสนอให้ลงมติด้วย
5. หนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้นต้องมีรายละเอียดอะไรบ้าง?
หนังสือนัดประชุมควรประกอบด้วยรายละเอียดต่อไปนี้
-
ชื่อบริษัทและเลขทะเบียนนิติบุคคล
-
วันที่ออกหนังสือเชิญประชุม
-
วัน เวลา และสถานที่ประชุม
-
ประเภทของการประชุม
-
ระเบียบวาระการประชุม
-
รายละเอียดเรื่องที่จะเสนอให้พิจารณา
-
ชื่อและลายมือชื่อผู้มีอำนาจออกหนังสือ
-
เอกสารประกอบและหนังสือมอบฉันทะตามความเหมาะสม
กรณีมีวาระเปลี่ยนแปลงกรรมการ เพิ่มทุน หรือแก้ไขข้อบังคับบริษัท ควรระบุรายละเอียดให้ชัดเจนเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถพิจารณาและเตรียมตัวก่อนลงมติได้
6. การเรียกประชุมผู้ถือหุ้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ข้อพิพาทเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้นอาจเกิดขึ้นจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น
-
ไม่ส่งหนังสือนัดประชุมให้ผู้ถือหุ้นบางราย
-
ส่งหนังสือบอกกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎหมาย
-
ผู้เรียกประชุมไม่มีอำนาจ
-
ประชุมโดยมีองค์ประชุมไม่ครบ
-
ลงมติในเรื่องที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย
-
มีข้อพิพาทเรื่องการนับคะแนนหรือสิทธิออกเสียง
หากการเรียกประชุมหรือการลงมติฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับบริษัท ผู้มีสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 อาจร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนมติภายในกำหนดหนึ่งเดือนนับแต่วันลงมติ
7. แนวคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการเรียกประชุมผู้ถือหุ้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4219/2541
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อผู้ถือหุ้นที่มีจำนวนหุ้นครบเกณฑ์ตามมาตรา 1173 ร้องขอให้เรียกประชุมวิสามัญโดยถูกต้อง กรรมการมีหน้าที่ดำเนินการเรียกประชุม หากไม่เรียกประชุมภายใน 30 วัน ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิตามกฎหมายสามารถเรียกประชุมเองได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2532
ศาลฎีกาวินิจฉัยเกี่ยวกับการเรียกประชุมวิสามัญโดยไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของคณะกรรมการ และหลักการร้องขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมภายในกำหนดเวลาหนึ่งเดือนตามมาตรา 1195
8. แนวทางดำเนินคดีกรณีพิพาทการประชุมผู้ถือหุ้น
เมื่อเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับการเรียกประชุมหรือมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ควรตรวจสอบเอกสารและข้อเท็จจริง ได้แก่ หนังสือนัดประชุม หลักฐานการส่งหนังสือ สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ข้อบังคับบริษัท รายงานการประชุม และผลการลงคะแนน
ประเด็นสำคัญในการดำเนินคดีคือ ผู้เรียกประชุมมีอำนาจหรือไม่ การบอกกล่าวถูกต้องหรือไม่ องค์ประชุมและคะแนนเสียงครบตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงการใช้สิทธิร้องขอต่อศาลภายในระยะเวลาที่กำหนด
9. ทนายความเรียกประชุมผู้ถือหุ้นและคดีข้อพิพาทบริษัท
สำนักงานกฎหมาย NS International Law ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเรียกประชุมผู้ถือหุ้น การตรวจสอบสิทธิของผู้ถือหุ้น การจัดทำหนังสือร้องขอให้เรียกประชุมวิสามัญ และการดำเนินคดีเกี่ยวกับมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
สำหรับผู้ถือหุ้นที่ประสบปัญหากรรมการไม่ยอมเรียกประชุม มีข้อพิพาทเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกรรมการ หรือเห็นว่ามติที่ประชุมไม่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถติดต่อทนายความเพื่อประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางดำเนินคดีได้
ปรึกษาทนายความคดีผู้ถือหุ้นบริษัท
โทรมือถือ 083-884-3287 โทรสำนักงาน 02-416-4163 LINE: narongsaklaw30







