ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม? ปรึกษาทนายคดีแรงงาน

                                  การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

▪ เลิกจ้างไม่เป็นธรรม หมายถึง การที่นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่มี สาเหตุ หรือมีสาเหตุอยู่บ้าง แต่ยังไม่สมควรและเพียงพอที่จะ เลิกจ้างลูกจ้าง

▪ สาเหตุของการเลิกจ้าง อาจเกิดจากนายจ้าง ลูกจ้าง รวมทั้ง ปัจจัยภายนอก เช่น ภัยพิบัติตามธรรมชาติ ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ การนำเครื่องจักร เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ 

 

ลูกจ้างถูกเลิกจ้าง อาจมีสิทธิเรียกร้องอะไรบ้าง?

 

โดยขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ลูกจ้างอาจมีสิทธิเรียกร้อง เช่น

  • ค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน
  • สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
  • ค่าจ้างหรือเงินอื่นที่นายจ้างยังค้างชำระ
  • ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
  • สิทธิประโยชน์ตามสัญญาจ้างหรือข้อบังคับการทำงาน

 

ศาลพิจารณาอย่างไรว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม?

 

ศาลแรงงานจะพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี เช่น สาเหตุของการเลิกจ้าง พฤติการณ์ของลูกจ้าง อายุงาน ความเสียหายที่เกิดขึ้น การตักเตือนก่อนเลิกจ้าง และความเหมาะสมของมาตรการที่นายจ้างใช้

 ดังนั้น การที่นายจ้างระบุว่า “เลิกจ้างเพราะผิดระเบียบ” ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าจะเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมเสมอไป

 

ถูกเลิกจ้างควรทำอย่างไร?

 

ควรเก็บหลักฐานเกี่ยวกับการทำงานไว้ให้ครบ เช่น สัญญาจ้าง หนังสือเลิกจ้าง สลิปเงินเดือน หนังสือเตือน ข้อความ LINE อีเมล และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วนำมาให้ทนายตรวจสอบก่อนดำเนินคดี

ต้องการปรึกษาคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม โทร 083-884-3287

                                       

มาตรา 49 การพิจารณาคดี ถ้าศาลแรงงานเห็นว่านายจ้างเลิกจ้างไม่ เป็นธรรมต่อลูกจ้าง อาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างเข้าท างานในอัตรา ค่าจ้างที่ได้รับในขณะที่เลิกจ้าง ถ้าเห็นว่าไม่อาจท างานร่วมกันต่อไปได้ ให้ศาลแรงงานกำหนดจ านวนค่าเสียหาย โดยคำนึงถึงอายุของลูกจ้าง ระยะเวลาการท างานของลูกจ้าง ความเดือดร้อนของลูกจ้างเมื่อถูก เลิกจ้าง มูลเหตุแห่งการเลิกจ้างและเงินค่าชดเชยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ ประกอบการพิจารณา ▪ เลิกจ้างไม่เป็นธรรม หมายถึง การที่นายจ้างเลิกจ้างโดยไม่

ตัวอย่างฎีกา

 

ประเด็น : เลิกจ้าง เพราะอ้างว่ากิจการขาดทุน แต่แท้จริงแล้ว แค่กำไรลดลง 

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1850/2547

 

   จำเลยเป็นบริษัทจำกัดที่ชำระมูลค่าหุ้นครบถ้วนแล้ว บริษัทที่ถือหุ้นของจำเลยจะประกอบกิจการขาดทุนก็ไม่มีผลกระทบต่อการประกอบกิจการของจำเลย แม้ผลประกอบการของจำเลยจะมีกำไรสุทธิน้อยลง แต่ก็ยังมีกำไรอยู่ ไม่ปรากฏว่างานของจำเลยลดน้อยลงมากหรือประสบการขาดทุนจนถึงขนาดต้องลดรายจ่ายและลดจำนวนพนักงานเพื่อพยุงฐานะจำเลยให้อยู่รอด จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพื่อลดค่าใช้จ่ายจึงเป็นการเลิกจ้างที่ยังไม่มีเหตุอันสมควร เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49

 

 

 

ประเด็น : เลิกจ้างไม่เป็นธรรม มีอายุความ 10 ปี

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9009/2549

 

   ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยไม่เคยประสบภาวะขาดทุนและไม่ปรากฏว่าแนวโน้มในการประกอบกิจการของจำเลยในปีต่อๆไป จะประสบภาวะวิกฤติจนถึงขั้นไม่อาจดำเนินการต่อไปได้ เมื่อจำเลยอุทธรณ์เพื่อให้ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต มิใช่ให้ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงอื่นนอกจากที่รับฟังไว้แล้ว จึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง

 

   ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ทั้งหกครบถ้วนแล้ว เมื่อคำนึงถึงอายุงานที่โจทก์ทั้งหกทำงานกับจำเลยมาคนละหลายปี แต่โจทก์ทั้งหกก็มีอายุไม่มากนักยังสามารถหางานทำใหม่ได้ และมูลเหตุแห่งการเลิกจ้างมิได้เกิดจากการกลั่นแกล้งโจทก์ทั้งหก จึงเป็นการใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหายโดยคำนึงถึงอายุของลูกจ้าง ระยะเวลาการทำงานของลูกจ้าง ความเดือดร้อนของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้างมูลเหตุแห่งการเลิกจ้างและเงินค่าชดเชยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับประกอบการพิจารณาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 แล้ว มิใช่เป็นการกำหนดค่าเสียหายตามจำเลยอ้าง อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้จึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายของศาลแรงงานกลาง เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง

 

   โจทก์ทั้งหกบรรยายฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งหกโดยโจทก์ทั้งหกไม่ได้กระทำความผิดอันเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมมิได้ฟ้องให้จำเลยชำระค่าจ้างหรือค่าเสียหายอันเกิดจากสัญญาจ้างจึงมิใช่ค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่นที่มีกำหนดอายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 แต่เป็นกรณีที่ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 ซึ่งไม่มีกฎหมายบัญญัติถึงอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีกำหนดอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30

 

 

 

ประเด็น : เลิกจ้าง เพราะป่วยนาน มีปัญหาด้านสุขภาพ ไม่ถือว่าเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14670/2558

 

   ลูกจ้างลาป่วยเป็นระยะเวลานานกว่า 9 เดือนติดต่อกัน ทำให้นายจ้างต้องประสบปัญหาด้านบุคลากรในการทำงาน ตามใบสำคัญความเห็นแพทย์ ไม่ได้ระบุว่า ลูกจ้างจะหายเมื่อใด ไม่อาจคาดหมายว่าลูกจ้างจะกลับมาทำงานให้แก่นายจ้างได้ เมื่อใด จึงถือว่าลูกจ้างเป็นผู้มีสุขภาพไม่สมบูรณ์และหย่อนความสามารถในการทำงาน การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างด้วยเหตุดังกล่าวเป็นไปตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน จึงเป็นการเลิกจ้างที่มีเหตุอันสมควร มิใช่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2038/2533

 

   ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 ที่แก้ไขใหม่ระบุว่า การเลิกจ้างที่นายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง ซึ่งเลิกจ้างหมายถึงการที่นายจ้างให้ลูกจ้างออกจากงานปลดออก หรือไล่ออกจากงาน โดยที่ลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิด ตาม ข้อ 47 แห่งประกาศดังกล่าว โดยมิได้มีข้อยกเว้นว่าการให้ออกจากงาน เนื่องจากหย่อนสมรรถภาพในการทำงาน มีผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน มีวันลามากไม่ใช่เป็นการเลิกจ้าง ดังนั้น การที่จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างเลิกจ้างสามีโจทก์เพราะเหตุหย่อนสมรรถภาพในการทำงาน มีผลงานต่ำกว่ามาตรฐาน และลาหยุดงานมากนั้น จึงเป็นการเลิกจ้างตามประกาศข้างต้นแล้ว จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง

 

 

ปรึกษาทนายโทร 0838843287

 

 

 

 

Visitors: 261,521