ทนายคดีฟอกเงิน | ถูกกล่าวหาฟอกเงิน ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์
ทนายคดีฟอกเงิน | ถูกกล่าวหาฟอกเงิน ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน
ถูกกล่าวหาว่าฟอกเงิน ถูกแจ้งข้อหา หรือถูกสำนักงาน ปปง. ตรวจสอบและอายัดทรัพย์สิน ควรดำเนินการอย่างไร?
คดีฟอกเงินเป็นคดีที่มีความซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความผิดทางอาญา ธุรกรรมทางการเงิน เส้นทางการโอนเงิน และมาตรการดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
ผู้ถูกกล่าวหาอาจต้องต่อสู้ทั้งคดีอาญาฐานฟอกเงิน และกระบวนการเกี่ยวกับการยึดหรืออายัดทรัพย์สิน ซึ่งมีหลักเกณฑ์ทางกฎหมายแตกต่างกัน
สำนักงาน NS International Law ให้บริการปรึกษากฎหมาย ตรวจสอบข้อกล่าวหา จัดเตรียมพยานหลักฐาน และดำเนินคดีเกี่ยวกับความผิดฐานฟอกเงินตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
1. ความผิดฐานฟอกเงินคืออะไร?
ความผิดฐานฟอกเงินเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
มาตรา 5 กำหนดลักษณะการกระทำความผิด เช่น
-
โอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นให้หลีกเลี่ยงผลทางกฎหมายตามที่บทบัญญัติกำหนด
-
กระทำการเพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริง แหล่งที่มา ที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน การได้สิทธิ หรือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
-
ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ในขณะที่ได้รับมาว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด
ทั้งนี้ ต้องพิจารณาองค์ประกอบความผิดและความรู้หรือเจตนาของผู้กระทำตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย
2. คดีฟอกเงินมีโทษจำคุกกี่ปี?
ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มาตรา 60 ผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 ต้องระวางโทษ
จำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลายกรรม การสมคบ หรือการสนับสนุนการฟอกเงิน ต้องพิจารณาบทกฎหมายที่ใช้บังคับและข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
การกำหนดโทษในคดีจริงขึ้นอยู่กับพฤติการณ์แห่งคดีและดุลพินิจของศาล
3. ความผิดมูลฐานเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินอย่างไร?
ความผิดมูลฐานหมายถึงความผิดที่กฎหมายกำหนดให้เป็นฐานในการนำมาตรการตามกฎหมายฟอกเงินมาใช้
ตัวอย่างความผิดที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่
-
ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
-
ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน
-
ความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่
-
ความผิดเกี่ยวกับการพนันตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
-
ความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์
-
ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ไม่ใช่ความผิดอาญาทุกประเภทที่จะเป็นความผิดมูลฐานโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบประเภทและเงื่อนไขตามกฎหมายในขณะเกิดเหตุ
4. ถูกกล่าวหาฟอกเงิน แต่ไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดมูลฐาน
บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าฟอกเงินไม่จำเป็นต้องเป็นผู้กระทำความผิดมูลฐานด้วยตนเองเสมอไป
อย่างไรก็ตาม การจะลงโทษฐานฟอกเงินต้องมีพยานหลักฐานพิสูจน์องค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย
ตัวอย่างประเด็นที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
-
เงินหรือทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐานหรือไม่
-
ผู้ถูกกล่าวหารู้ถึงที่มาของทรัพย์สินหรือไม่
-
ธุรกรรมที่ถูกกล่าวหาเกิดขึ้นอย่างไร
-
มีหลักฐานการโอน รับโอน หรือใช้ทรัพย์สินหรือไม่
-
พฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาเข้าองค์ประกอบตามมาตรา 5 หรือไม่
การได้รับเงินโอนเข้าบัญชีเพียงอย่างเดียว ไม่ได้เป็นข้อยุติว่าผู้รับเงินกระทำความผิดฐานฟอกเงินเสมอไป
5. ถูก ปปง. ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน ต้องทำอย่างไร?
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. มีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามหลักเกณฑ์กฎหมาย
ทรัพย์สินที่อาจถูกตรวจสอบ เช่น
-
เงินฝากในบัญชีธนาคาร
-
บ้าน ที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์
-
รถยนต์
-
หุ้นและทรัพย์สินจากการลงทุน
-
ทรัพย์สินที่มีการโอนให้บุคคลอื่น
บุคคลที่ได้รับผลกระทบควรตรวจสอบว่าทรัพย์สินถูกยึดหรืออายัดตามคำสั่งใด มีระยะเวลาและช่องทางคัดค้านอย่างไร รวมถึงจัดเตรียมหลักฐานแสดงแหล่งที่มาและสิทธิในทรัพย์สิน
การถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินไม่ได้หมายความว่าศาลพิพากษาว่าบุคคลนั้นกระทำความผิดฐานฟอกเงินแล้ว
6. บัญชีธนาคารถูกอายัดเกี่ยวกับคดีฟอกเงินหรือบัญชีม้า
หากบัญชีธนาคารถูกระงับธุรกรรมหรืออายัดเพราะมีความเชื่อมโยงกับเงินที่ต้องสงสัย ควรตรวจสอบก่อนว่าเป็นมาตรการของธนาคาร พนักงานสอบสวน หรือหน่วยงานใด
หลักฐานที่ควรเตรียม เช่น
-
รายการเดินบัญชีธนาคาร
-
หลักฐานการโอนเงิน
-
สัญญาซื้อขายหรือสัญญาการให้บริการ
-
เอกสารแสดงที่มาของเงิน
-
ข้อความสนทนากับผู้โอนเงิน
-
หนังสือแจ้งหรือคำสั่งเกี่ยวกับการอายัด
ไม่ควรสรุปว่าการถูกอายัดบัญชีทุกกรณีเป็นความผิดฐานฟอกเงิน เพราะอาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายหรือมาตรการอื่น
7. แนวทางต่อสู้คดีฟอกเงิน
การต่อสู้คดีต้องอาศัยการตรวจสอบสำนวนและพยานหลักฐานโดยละเอียด โดยเฉพาะ
ประเด็นความผิดมูลฐาน
ตรวจสอบว่าทรัพย์สินที่กล่าวหาเกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐานตามกฎหมายหรือไม่
ประเด็นความรู้และเจตนา
ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความรู้และเจตนาของผู้ถูกกล่าวหาในขณะทำธุรกรรมหรือรับทรัพย์สิน
ประเด็นเส้นทางการเงิน
ตรวจสอบรายการรับจ่ายเงิน แหล่งที่มา การใช้เงิน และเอกสารประกอบธุรกรรม
ประเด็นการยึดและอายัดทรัพย์สิน
พิจารณาสิทธิในทรัพย์สิน ความสุจริตในการได้มาของทรัพย์สิน และช่องทางดำเนินการตามกฎหมาย
การต่อสู้คดีต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานจริง ไม่สามารถรับประกันผลคดีล่วงหน้าได้
8. คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับคดีฟอกเงิน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7290/2554
คดีดังกล่าวมีประเด็นเกี่ยวกับการพิสูจน์ว่าเงินของกลางเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดมูลฐานหรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยถึงความจำเป็นที่โจทก์ต้องนำสืบความเกี่ยวข้องระหว่างทรัพย์สินกับความผิดมูลฐานให้ได้ตามองค์ประกอบกฎหมาย
คำพิพากษานี้มีความสำคัญต่อการพิจารณาว่า การมีเงินจำนวนมากหรือการเคลื่อนย้ายเงินเพียงอย่างเดียว ไม่อาจใช้แทนการพิสูจน์องค์ประกอบความผิดฐานฟอกเงินได้
9. ได้รับหมายเรียกคดีฟอกเงิน ควรเตรียมตัวอย่างไร?
ผู้ได้รับหมายเรียกควรตรวจสอบว่าถูกเรียกในฐานะพยานหรือผู้ต้องหา และตรวจสอบรายละเอียดของคดี
หากถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ควรปรึกษาทนายความก่อนเข้าให้การ เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง และใช้สิทธิตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเหมาะสม
ควรเก็บรักษาเอกสารและข้อมูลธุรกรรมต้นฉบับไว้ครบถ้วน ไม่แก้ไขหรือลบข้อมูลที่อาจเป็นพยานหลักฐาน
10. ทนายคดีฟอกเงิน รับปรึกษาและดำเนินคดี
สำนักงาน NS International Law ให้บริการทางกฎหมายเกี่ยวกับ
-
คดีความผิดฐานฟอกเงิน
-
คดีเกี่ยวกับความผิดมูลฐาน
-
คดีถูกกล่าวหารับโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด
-
การตรวจสอบและคัดค้านการยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามกฎหมาย
-
การเตรียมพยานหลักฐานและต่อสู้คดีอาญา
-
การให้คำปรึกษาก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน
ค่าปรึกษากฎหมายเบื้องต้นทางโทรศัพท์ 500–1,000 บาท
ปรึกษาตามนัดที่สำนักงานหรือนอกสถานที่ 3,000–5,000 บาท
ค่าดำเนินคดีและค่าทนายความคิดแยกต่างหากตามข้อเท็จจริงของคดี
โทร. 083-884-3287
สำนักงาน 02-416-4163
LINE: narongsaklaw30
สำนักงานพระราม 2 ซอย 44 เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและบทกฎหมายที่ใช้บังคับกับคดีแต่ละกรณีก่อนดำเนินการ








