ฟ้องหย่าฝ่ายเดียวได้ไหม? อีกฝ่ายไม่ยอมหย่า ต้องทำอย่างไร
ฟ้องหย่าฝ่ายเดียวได้ไหม? อีกฝ่ายไม่ยอมหย่า ต้องทำอย่างไร
ฟ้องหย่าฝ่ายเดียวสามารถทำได้ หากคู่สมรสอีกฝ่ายไม่ยินยอมหย่า แต่ผู้ที่ต้องการหย่าจะต้องมีเหตุหย่าตามที่กฎหมายกำหนด และสามารถพิสูจน์เหตุแห่งการหย่านั้นต่อศาลได้
ดังนั้น หากสามีหรือภรรยาไม่ยอมไปจดทะเบียนหย่า ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถหย่ากันได้ แต่จะต้องเปลี่ยนจากการ “หย่าโดยความยินยอม” เป็นการ ฟ้องหย่าต่อศาล
เหตุฟ้องหย่าของไทยกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 โดยศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริง พฤติการณ์ และพยานหลักฐานของแต่ละคดี
ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว คืออะไร
โดยทั่วไป การหย่ามี 2 ลักษณะสำคัญ คือ
1. หย่าโดยความยินยอม
คู่สมรสทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ และดำเนินการจดทะเบียนหย่าตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
2. ฟ้องหย่าต่อศาล
กรณีคู่สมรสฝ่ายหนึ่งต้องการหย่า แต่อีกฝ่ายไม่ยินยอม ผู้ประสงค์จะหย่าต้องยื่นฟ้องต่อศาล และแสดงให้ศาลเห็นว่ามีเหตุหย่าตามกฎหมาย
ดังนั้นคำว่า “ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว” จึงหมายถึงกรณีที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งเป็นผู้เริ่มดำเนินคดีเพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้การสมรสสิ้นสุดลง แม้อีกฝ่ายจะไม่สมัครใจหย่าก็ตาม
อีกฝ่ายไม่ยอมหย่า สามารถฟ้องหย่าได้หรือไม่
ได้ หากมีเหตุหย่าตามกฎหมาย
การที่อีกฝ่ายพูดว่า “ไม่ยอมหย่า” ไม่ได้ทำให้บุคคลนั้นมีสิทธิขัดขวางการหย่าได้ตลอดไป เพราะหากข้อเท็จจริงเข้าหลักเกณฑ์เหตุหย่าตามกฎหมาย คู่สมรสอีกฝ่ายสามารถนำคดีขึ้นสู่ศาลได้
อย่างไรก็ตาม การต้องการเลิกกันเพียงฝ่ายเดียวโดยไม่มีเหตุทางกฎหมาย อาจไม่เพียงพอที่จะทำให้ศาลพิพากษาให้หย่า
ก่อนฟ้องจึงควรตรวจสอบว่า ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเข้ากับเหตุหย่าข้อใด และมีหลักฐานเพียงพอหรือไม่
เหตุฟ้องหย่าที่พบบ่อย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 กำหนดเหตุแห่งการหย่าไว้หลายกรณี เช่น การมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น การประพฤติชั่ว การทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ การละทิ้งร้าง การไม่อุปการะเลี้ยงดู และเหตุอื่นตามเงื่อนไขของกฎหมาย
ตัวอย่างเหตุที่พบในทางปฏิบัติ ได้แก่
1. คู่สมรสมีชู้หรือมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น
หากคู่สมรสมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับบุคคลอื่นในลักษณะที่เข้าองค์ประกอบของเหตุหย่า อาจใช้เป็นเหตุฟ้องหย่าได้
หลักฐานที่เกี่ยวข้องอาจได้แก่
-
ข้อความสนทนา
-
ภาพถ่าย
-
หลักฐานการเดินทางหรือพักอาศัยร่วมกัน
-
หลักฐานทางการเงิน
-
พยานบุคคล
-
ข้อมูลหรือเอกสารอื่นที่แสดงความสัมพันธ์
ไม่จำเป็นว่าทุกคดีจะต้องมีหลักฐานประเภทเดียวกัน เพราะศาลจะพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมดประกอบกัน
2. ถูกละทิ้งร้าง
กรณีคู่สมรสจงใจละทิ้งอีกฝ่ายเป็นระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด อาจเป็นเหตุฟ้องหย่าได้
แต่คำว่า “แยกกันอยู่” กับ “ละทิ้งร้าง” ไม่จำเป็นต้องมีความหมายเดียวกันเสมอไป จึงต้องพิจารณาสาเหตุของการแยกกันอยู่ เจตนาของคู่สมรส และระยะเวลาเป็นกรณี ๆ ไป
3. ทำร้ายร่างกายหรือทำร้ายจิตใจ
หากมีพฤติการณ์ทำร้ายร่างกาย ทรมาน หรือกระทำต่ออีกฝ่ายในลักษณะที่กฎหมายกำหนด อาจนำมาเป็นเหตุฟ้องหย่าได้
หลักฐานที่ควรเก็บ เช่น
-
ใบรับรองแพทย์
-
ภาพบาดแผล
-
บันทึกประจำวัน
-
ข้อความข่มขู่
-
คลิปเสียงหรือภาพ
-
พยานผู้พบเห็นเหตุการณ์
4. ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
พฤติกรรมบางลักษณะของคู่สมรสอาจเข้าข่ายเหตุหย่าจากการประพฤติชั่ว หากเป็นไปตามองค์ประกอบและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
กรณีนี้ไม่ควรสรุปจากคำว่า “นิสัยไม่ดี” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่าพฤติการณ์จริงมีความร้ายแรงและส่งผลต่อการดำรงชีวิตคู่เพียงใด
5. ไม่อุปการะเลี้ยงดูหรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นคู่สมรสอย่างร้ายแรง
หากคู่สมรสไม่ช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูตามสมควร หรือมีพฤติการณ์เป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นคู่สมรสอย่างร้ายแรง อาจเป็นเหตุฟ้องหย่าได้เช่นกัน
ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว ต้องมีหลักฐานอะไรบ้าง
หลักฐานที่ใช้จะแตกต่างกันตามเหตุหย่า แต่โดยทั่วไปควรเตรียม
-
ทะเบียนสมรส
-
สำเนาบัตรประชาชน
-
สำเนาทะเบียนบ้าน
-
สูติบัตรบุตร หากมีบุตร
-
หลักฐานเกี่ยวกับเหตุหย่า
-
ข้อความสนทนา
-
ภาพถ่ายหรือคลิป
-
หลักฐานทางการเงิน
-
เอกสารทรัพย์สิน
-
รายชื่อพยานบุคคล
-
หลักฐานรายได้และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุตร หากมีข้อพิพาทเรื่องค่าเลี้ยงดู
สิ่งสำคัญคือหลักฐานต้องสัมพันธ์กับเหตุที่ใช้ฟ้อง
มีเอกสารจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าคดีจะดีกว่าเสมอไป หากเอกสารเหล่านั้นไม่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่เป็นประเด็นในคดีได้
ไม่มีหลักฐานว่ามีชู้ ยังฟ้องหย่าได้ไหม
ต้องตรวจสอบก่อนว่า นอกจากเรื่องชู้แล้ว มี เหตุหย่าอื่นตามกฎหมาย หรือไม่
หลายคดีผู้มาปรึกษามักคิดว่าการฟ้องหย่าต้องพิสูจน์เรื่องชู้เท่านั้น แต่ความจริงมาตรา 1516 กำหนดเหตุหย่าไว้หลายกรณี
ตัวอย่างเช่น อาจมีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ
-
การละทิ้งร้าง
-
การทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ
-
การไม่อุปการะเลี้ยงดู
-
การประพฤติชั่ว
-
การแยกกันอยู่ตามเงื่อนไขของกฎหมาย
จึงควรนำข้อเท็จจริงทั้งหมดมาตรวจสอบก่อนตัดสินใจว่าจะฟ้องด้วยเหตุใด
ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว พร้อมแบ่งสินสมรสได้ไหม
ในคดีหย่าอาจมีปัญหาเรื่องทรัพย์สินตามมาด้วย โดยเฉพาะเมื่อคู่สมรสมี
-
บ้าน
-
ที่ดิน
-
รถยนต์
-
เงินฝาก
-
หุ้น
-
กิจการ
-
ทรัพย์สินที่ซื้อระหว่างสมรส
-
หนี้ที่เกิดขึ้นระหว่างสมรส
จึงควรตรวจสอบว่าอะไรเป็น สินส่วนตัว และอะไรเป็น สินสมรส
หากมีข้อพิพาทเรื่องทรัพย์สิน ควรเตรียมเอกสารเกี่ยวกับวันได้มา แหล่งที่มาของเงิน การผ่อนชำระ และชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ไว้ตั้งแต่ก่อนฟ้อง
ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว หากมีบุตร ต้องทำอย่างไร
หากคู่สมรสมีบุตรร่วมกัน การหย่าอาจไม่ได้มีเพียงเรื่องสถานะการสมรส แต่ยังเกี่ยวข้องกับ
-
อำนาจปกครองบุตร
-
บุตรจะพักอาศัยกับฝ่ายใด
-
ค่าอุปการะเลี้ยงดู
-
ค่าเล่าเรียน
-
ค่ารักษาพยาบาล
-
การติดต่อหรือพบกับบุตร
ศาลจะพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบุตรและประโยชน์ของบุตรประกอบเป็นสำคัญ
ข้อมูลของสำนักงานศาลยุติธรรมยังแสดงให้เห็นว่า คดีเกี่ยวกับ ฟ้องหย่า อำนาจปกครองบุตร และค่าอุปการะเลี้ยงดู เป็นข้อพิพาทสำคัญที่เข้าสู่ศาลเยาวชนและครอบครัว
ฟ้องหย่าพร้อมเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรได้หรือไม่
หากมีบุตรและคู่สมรสอีกฝ่ายไม่ได้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย อาจมีประเด็นเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรที่ต้องดำเนินการควบคู่กับคดีหย่า
สิ่งที่ควรเตรียม เช่น
-
ค่าเล่าเรียน
-
ค่าอาหาร
-
ค่าที่พัก
-
ค่ารักษาพยาบาล
-
ค่าเดินทาง
-
ค่าใช้จ่ายประจำอื่นของบุตร
-
หลักฐานรายได้หรือฐานะทางการเงินของคู่กรณีเท่าที่มี
เพื่อให้ศาลสามารถพิจารณาจากข้อเท็จจริงได้ชัดเจนขึ้น
คู่สมรสมีชู้ เรียกค่าทดแทนได้ไหม
ในบางกรณี หากการกระทำเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย นอกจากฟ้องหย่าแล้วอาจมีประเด็นเรื่อง ค่าทดแทน เกิดขึ้นได้
แต่การฟ้องหย่ากับการเรียกค่าทดแทนมีองค์ประกอบที่ต้องตรวจสอบแยกกัน
จึงไม่ควรสรุปว่าเพียงพบข้อความสนทนากับบุคคลอื่นแล้วจะเรียกค่าทดแทนได้ทุกกรณี
ควรตรวจสอบข้อเท็จจริง ความสัมพันธ์ พฤติการณ์ หลักฐาน และระยะเวลาการใช้สิทธิก่อนดำเนินคดี
ขั้นตอนฟ้องหย่าฝ่ายเดียว
โดยทั่วไปสามารถสรุปได้ดังนี้
ขั้นที่ 1 ตรวจเหตุหย่า
ตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเข้ากับเหตุหย่าตามกฎหมายข้อใด
ขั้นที่ 2 ตรวจพยานหลักฐาน
พิจารณาว่ามีหลักฐานใดพิสูจน์เหตุหย่าได้ และยังขาดหลักฐานสำคัญอะไร
ขั้นที่ 3 ตรวจเรื่องบุตรและทรัพย์สิน
หากมีบุตร บ้าน ที่ดิน หรือสินสมรส ควรวางประเด็นเหล่านี้ก่อนยื่นฟ้อง
ขั้นที่ 4 จัดทำคำฟ้องและยื่นต่อศาลที่มีอำนาจ
คดีครอบครัวอยู่ภายใต้กระบวนพิจารณาของศาลที่มีอำนาจในคดีครอบครัว
ขั้นที่ 5 ส่งหมายให้คู่สมรสอีกฝ่าย
คู่สมรสอีกฝ่ายมีสิทธิเข้าสู่กระบวนการและต่อสู้คดี
ขั้นที่ 6 กระบวนการพิจารณาและไกล่เกลี่ย
ในระหว่างคดีอาจมีการเจรจาหรือไกล่เกลี่ยเกี่ยวกับการหย่า บุตร ทรัพย์สิน หรือค่าเลี้ยงดู
ขั้นที่ 7 ศาลพิจารณาพยานหลักฐาน
หากตกลงกันไม่ได้ ศาลจะพิจารณาพยานหลักฐานและมีคำพิพากษาตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย
สำนักงานศาลยุติธรรมมีระบบ e-Filing สำหรับการยื่นคำฟ้องและเอกสารบางประเภททางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย
อีกฝ่ายไม่มาศาล จะหย่าได้เลยหรือไม่
ไม่ควรเข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่มาศาลแล้วโจทก์จะชนะคดีโดยอัตโนมัติ
ผู้ฟ้องยังต้องดำเนินกระบวนการตามกฎหมาย และต้องมีข้อเท็จจริงกับพยานหลักฐานที่สนับสนุนเหตุฟ้องหย่าของตน
ดังนั้น หากอีกฝ่ายไม่ให้ความร่วมมือ ไม่รับโทรศัพท์ หรือไม่ยอมเจรจา ก็ไม่ได้หมายความว่าคดีจะดำเนินต่อไม่ได้ แต่ต้องพิจารณาขั้นตอนการส่งหมายและกระบวนพิจารณาเป็นกรณีไป
ฟ้องหย่าฝ่ายเดียวใช้เวลานานไหม
ระยะเวลาของคดีแตกต่างกันในแต่ละกรณี
ปัจจัยที่อาจส่งผล เช่น
-
อีกฝ่ายต่อสู้คดีหรือไม่
-
การส่งหมายทำได้รวดเร็วหรือไม่
-
มีพยานจำนวนมากหรือไม่
-
มีข้อพิพาทเรื่องบุตรหรือไม่
-
มีสินสมรสจำนวนมากหรือไม่
-
คู่ความสามารถตกลงกันระหว่างคดีได้หรือไม่
จึงไม่ควรกำหนดระยะเวลาตายตัวก่อนตรวจข้อเท็จจริงและสถานะของคดี
สามีไม่ยอมหย่า ทำอย่างไร
หากสามีไม่ยอมจดทะเบียนหย่า ให้ตรวจสอบก่อนว่า มีเหตุหย่าตามมาตรา 1516 หรือไม่
หากมีเหตุและมีหลักฐาน สามารถพิจารณายื่นฟ้องหย่าต่อศาลได้ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมของสามีก่อน
ภรรยาไม่ยอมหย่า ฟ้องได้ไหม
หลักการเช่นเดียวกัน หากอีกฝ่ายไม่ยอมจดทะเบียนหย่า แต่ข้อเท็จจริงมีเหตุหย่าตามกฎหมาย สามารถนำคดีไปให้ศาลพิจารณาได้
ศาลไม่ได้พิจารณาเพียงว่าใคร “อยากหย่า” แต่จะพิจารณาว่าเหตุที่ยกขึ้นฟ้องเข้าเงื่อนไขกฎหมายและพิสูจน์ได้หรือไม่
แยกกันอยู่ ฟ้องหย่าได้เลยหรือไม่
ไม่ใช่ทุกกรณีที่แยกกันอยู่แล้วจะฟ้องหย่าได้ทันที
ต้องพิจารณา
-
เหตุที่แยกกันอยู่
-
ใครเป็นฝ่ายออกจากบ้าน
-
มีการตกลงแยกกันหรือไม่
-
แยกกันมานานเพียงใด
-
ยังมีการอุปการะเลี้ยงดูกันหรือไม่
-
ข้อเท็จจริงเข้าเหตุหย่าข้อใด
ดังนั้นควรตรวจข้อเท็จจริงเป็นรายคดี ไม่ควรพิจารณาจากระยะเวลาเพียงอย่างเดียว
ต้องการหย่า แต่อีกฝ่ายไม่ยอม ควรเริ่มจากอะไร
ก่อนฟ้องควรรวบรวมข้อมูล 4 เรื่องให้ได้ก่อน
1. เหตุใดจึงต้องการหย่า
เล่าเหตุการณ์ตามลำดับเวลา
2. มีหลักฐานอะไร
รวบรวมเอกสาร แชต ภาพถ่าย หรือพยานที่เกี่ยวข้อง
3. มีบุตรหรือไม่
หากมี ต้องพิจารณาเรื่องอำนาจปกครองและค่าเลี้ยงดู
4. มีทรัพย์สินหรือหนี้สินอะไรบ้าง
เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องสินสมรสภายหลัง
การเตรียมข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้สามารถประเมินแนวทางการฟ้องได้ตรงประเด็นมากขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟ้องหย่าฝ่ายเดียว
ฟ้องหย่าฝ่ายเดียวได้ไหม?
ได้ หากมีเหตุหย่าตามที่กฎหมายกำหนด และสามารถพิสูจน์เหตุนั้นต่อศาลได้
อีกฝ่ายไม่เซ็นใบหย่า ทำอย่างไร?
หากไม่สามารถหย่าโดยความยินยอมได้ ต้องตรวจสอบว่ามีเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายหรือไม่ หากมี สามารถดำเนินคดีต่อศาลได้
ต้องมีหลักฐานเรื่องชู้จึงจะฟ้องหย่าได้หรือไม่?
ไม่จำเป็น เพราะกฎหมายกำหนดเหตุหย่าไว้หลายกรณี ไม่ได้จำกัดเฉพาะเรื่องชู้
แยกกันอยู่แล้วฟ้องหย่าได้หรือไม่?
ต้องพิจารณาสาเหตุและระยะเวลาที่แยกกันอยู่ รวมถึงข้อเท็จจริงอื่นประกอบ ไม่ใช่ทุกกรณีที่แยกกันอยู่จะสามารถฟ้องหย่าได้ทันที
มีบุตร ฟ้องหย่าได้หรือไม่?
ได้ แต่ต้องพิจารณาเรื่องอำนาจปกครอง ค่าอุปการะเลี้ยงดู และประโยชน์ของบุตรควบคู่กัน
ฟ้องหย่าพร้อมแบ่งสินสมรสได้ไหม?
หากมีข้อพิพาทเรื่องทรัพย์สิน ควรตรวจสอบทรัพย์สินและสิทธิของแต่ละฝ่ายตั้งแต่ก่อนยื่นฟ้อง เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินคดีให้เหมาะสม
ปรึกษาทนายฟ้องหย่าฝ่ายเดียว
หากต้องการหย่าแต่อีกฝ่ายไม่ยอม หรือยังไม่แน่ใจว่าข้อเท็จจริงของตนเป็น เหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายหรือไม่ ควรตรวจเอกสารและพยานหลักฐานก่อนยื่นฟ้อง
สำนักงานกฎหมายให้คำปรึกษาและดำเนินคดีเกี่ยวกับ
-
ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว
-
คู่สมรสไม่ยอมหย่า
-
ฟ้องหย่ากรณีมีชู้
-
เรียกค่าทดแทน
-
แบ่งสินสมรส
-
อำนาจปกครองบุตร
-
ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร
-
ข้อพิพาทครอบครัว
ปรึกษาทนายคดีครอบครัว โทร. 083-884-3287
ควรนำทะเบียนสมรส เอกสารเกี่ยวกับบุตร หลักฐานเหตุหย่า และข้อมูลทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องมาให้ทนายตรวจสอบ เพื่อประเมินแนวทางดำเนินคดีจากข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี








