สัญญารับสภาพหนี้ คืออะไร | อายุความ ผิดนัด และการฟ้องเรียกหนี้

สัญญารับสภาพหนี้ คืออะไร | อายุความ ผิดนัด และการฟ้องเรียกหนี้

สัญญารับสภาพหนี้ หรือ หนังสือรับสภาพหนี้ เป็นเอกสารที่ใช้ยืนยันว่าลูกหนี้ยอมรับว่าตนมีหนี้ต่อเจ้าหนี้ เช่น หนี้เงินกู้ หนี้ค่าสินค้า หนี้จากการประกอบธุรกิจ หรือหนี้ที่เกิดจากข้อตกลงระหว่างคู่กรณี และอาจกำหนดวิธีการชำระหนี้ใหม่ เช่น ชำระทั้งหมดภายในวันที่กำหนด หรือแบ่งชำระเป็นงวด

เอกสารรับสภาพหนี้มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะกรณีที่เจ้าหนี้มีหลักฐานเกี่ยวกับหนี้เดิมไม่สมบูรณ์ ลูกหนี้ค้างชำระมานาน หรือคู่กรณีต้องการกำหนดเงื่อนไขการชำระหนี้ให้ชัดเจนก่อนที่จะดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม การทำสัญญารับสภาพหนี้ควรพิจารณาทั้ง มูลหนี้เดิม จำนวนหนี้ ดอกเบี้ย กำหนดชำระ อายุความ และข้อความที่ใช้ในสัญญา เพราะการเขียนข้อความบางลักษณะอาจทำให้เอกสารมีผลทางกฎหมายแตกต่างจากที่คู่กรณีตั้งใจไว้

หากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับลูกหนี้ไม่ชำระเงิน มีหนังสือรับสภาพหนี้อยู่แล้ว หรือต้องการให้ทนายตรวจสัญญาก่อนลงนาม สามารถสอบถามได้

โทรปรึกษาทนายความ 083-884-3287

สัญญารับสภาพหนี้ คืออะไร

โดยทั่วไป สัญญารับสภาพหนี้หมายถึงเอกสารที่ลูกหนี้แสดงเจตนายอมรับว่า มีหนี้หรือมีความรับผิดต่อเจ้าหนี้ตามสิทธิเรียกร้องที่มีอยู่

ตัวอย่างเช่น

  • ลูกหนี้กู้เงินจำนวน 500,000 บาท และยังไม่ได้ชำระคืน

  • คู่กรณีตกลงกันภายหลังให้ลูกหนี้ทำหนังสือยืนยันยอดหนี้

  • ลูกหนี้ยอมรับว่ายังค้างชำระ 400,000 บาท

  • ตกลงแบ่งชำระเดือนละ 50,000 บาท

  • หากผิดนัด เจ้าหนี้มีสิทธิดำเนินการตามกฎหมาย

การมีเอกสารที่ระบุยอดหนี้และการยอมรับหนี้ไว้อย่างชัดเจน สามารถช่วยลดปัญหาการโต้แย้งในภายหลังว่า มีหนี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ หรือยอดหนี้เป็นจำนวนเท่าใด

การรับสภาพหนี้มีผลต่ออายุความอย่างไร

ประเด็นสำคัญของการรับสภาพหนี้คือเรื่อง อายุความ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 กำหนดกรณีที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง รวมถึงกรณีที่ลูกหนี้รับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้ เช่น ทำหนังสือรับสภาพหนี้ ชำระหนี้บางส่วน ชำระดอกเบี้ย ให้ประกัน หรือกระทำการอื่นที่แสดงโดยปราศจากข้อสงสัยว่ายอมรับสภาพหนี้

เมื่อเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุด อายุความจะเริ่มนับใหม่ตามหลักของมาตรา 193/15

ดังนั้น การที่ลูกหนี้ชำระเงินบางส่วนก็อาจถือเป็นการรับสภาพหนี้ได้ ไม่จำเป็นต้องมีเอกสารที่ใช้ชื่อว่า “สัญญารับสภาพหนี้” เสมอไป

ตัวอย่างแนวคำพิพากษาศาลฎีกามีกรณีลูกหนี้ชำระหนี้บางส่วน และศาลถือว่าการชำระดังกล่าวเป็นการรับสภาพหนี้ ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงและเริ่มนับใหม่

อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณา อายุความของมูลหนี้แต่ละประเภท ด้วย เพราะหนี้แต่ละชนิดอาจมีอายุความแตกต่างกัน

จึงไม่ควรสรุปว่า “ทำหนังสือรับสภาพหนี้แล้วมีอายุความ 10 ปีทุกกรณี” โดยไม่ได้ตรวจสอบมูลหนี้เดิมและข้อเท็จจริงก่อน

หนังสือรับสภาพหนี้ควรมีอะไรบ้าง

เพื่อให้เอกสารมีความชัดเจน ควรระบุรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้

1. ชื่อและข้อมูลของเจ้าหนี้และลูกหนี้

ควรระบุชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน หรือข้อมูลอื่นที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ชัดเจน

กรณีเป็นนิติบุคคล ควรระบุชื่อบริษัท เลขทะเบียนนิติบุคคล และชื่อผู้มีอำนาจลงนาม

2. ที่มาของหนี้

ควรระบุว่าหนี้เกิดจากอะไร เช่น

  • เงินกู้

  • ซื้อขายสินค้า

  • ค่าบริการ

  • เงินทดรอง

  • หนี้ทางธุรกิจ

  • ค่าเสียหาย

  • หนี้ตามสัญญาเดิม

การระบุที่มาของหนี้จะช่วยให้สามารถเชื่อมโยงหนังสือรับสภาพหนี้กับมูลหนี้เดิมได้อย่างชัดเจน

3. จำนวนเงินที่ลูกหนี้ยอมรับ

ควรระบุยอดเงินให้ชัดเจน เช่น

“ลูกหนี้ยอมรับว่า ณ วันที่ทำสัญญาฉบับนี้ ลูกหนี้เป็นหนี้เจ้าหนี้จำนวน 500,000 บาท”

หากยอดดังกล่าวประกอบด้วยเงินต้น ดอกเบี้ย หรือค่าใช้จ่ายอื่น ควรแยกให้ชัดเจน

4. กำหนดเวลาชำระหนี้

อาจกำหนดให้ชำระทั้งหมดในครั้งเดียว หรือแบ่งชำระเป็นงวด เช่น

“ลูกหนี้ตกลงชำระเดือนละ 50,000 บาท ทุกวันที่ 5 ของเดือน จนกว่าจะครบถ้วน”

การกำหนดวันชำระอย่างชัดเจนมีประโยชน์อย่างมากเมื่อต้องพิจารณาว่าลูกหนี้ผิดนัดตั้งแต่เมื่อใด

5. เงื่อนไขกรณีผิดนัด

ควรกำหนดให้ชัดเจนว่า หากลูกหนี้ไม่ชำระตามกำหนดจะมีผลอย่างไร

ตัวอย่างเช่น หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่ง ให้หนี้ส่วนที่เหลือทั้งหมดถึงกำหนดชำระทันที ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อกฎหมายและควรเหมาะสมกับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

6. เรื่องดอกเบี้ย

หากจะกำหนดดอกเบี้ย ต้องตรวจสอบว่าอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดไว้สามารถเรียกได้ตามกฎหมายหรือไม่

ไม่ควรกำหนดอัตราดอกเบี้ยโดยคัดลอกมาจากแบบสัญญาทั่วไปโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อกฎหมาย

7. ลายมือชื่อ

เอกสารควรมีลายมือชื่อของผู้เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน โดยเฉพาะลูกหนี้ผู้รับสภาพหนี้

หากเป็นบริษัท ต้องตรวจสอบว่าผู้ลงนามมีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลหรือไม่

สัญญารับสภาพหนี้ต้องมีพยานหรือไม่

การมีพยานลงลายมือชื่อสามารถช่วยในเรื่องการพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ แต่ประเด็นว่าต้องมีพยานหรือไม่ต้องพิจารณาประเภทของนิติกรรมและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

ในทางปฏิบัติ หากเป็นเงินจำนวนมาก หรือคาดว่าอาจมีข้อพิพาทภายหลัง ควรให้ทนายตรวจเอกสารก่อนลงนาม และจัดเก็บเอกสารประกอบ เช่น หลักฐานการโอนเงิน สัญญาเดิม ใบแจ้งหนี้ และข้อความการติดต่อของคู่กรณีไว้ด้วย

ลูกหนี้เซ็นรับสภาพหนี้แล้วไม่จ่าย ทำอย่างไร

หากลูกหนี้ลงนามในหนังสือรับสภาพหนี้แล้ว แต่ต่อมาไม่ชำระตามกำหนด เจ้าหนี้ควรรวบรวมเอกสารทั้งหมดก่อนดำเนินการ

เอกสารที่ควรเตรียม เช่น

  • สัญญารับสภาพหนี้

  • สัญญาหรือเอกสารมูลหนี้เดิม

  • หลักฐานการโอนเงิน

  • ใบเสร็จหรือใบแจ้งหนี้

  • หลักฐานการชำระบางส่วน

  • LINE, Email หรือข้อความที่ลูกหนี้ยอมรับหนี้

  • หนังสือทวงถาม

  • ข้อมูลทรัพย์สินหรือสถานที่ทำงานของลูกหนี้เท่าที่มี

จากนั้นสามารถให้ทนายตรวจว่าหนี้ถึงกำหนดแล้วหรือไม่ อายุความเหลือเท่าใด และควรดำเนินการทวงถามหรือฟ้องคดีอย่างไร

มีสัญญารับสภาพหนี้ แต่ลูกหนี้ไม่จ่าย โทร 083-884-3287 เพื่อสอบถามการดำเนินคดี

สัญญารับสภาพหนี้ต่างจากสัญญาประนีประนอมยอมความอย่างไร

ประเด็นนี้สำคัญมาก

เอกสารที่ใช้ชื่อว่า “สัญญารับสภาพหนี้” ไม่ได้หมายความว่าในทางกฎหมายจะต้องเป็นเพียงการรับสภาพหนี้เสมอไป

ศาลพิจารณา เนื้อหาและเจตนาของคู่กรณี มากกว่าชื่อที่เขียนอยู่ด้านบนของเอกสาร

หากคู่กรณีมีข้อพิพาทกันอยู่แล้ว และตกลงยุติข้อพิพาทนั้นโดยต่างฝ่ายต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน ข้อตกลงดังกล่าวอาจมีลักษณะเป็น สัญญาประนีประนอมยอมความ

ตัวอย่างแนวคำพิพากษาศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่า แม้เอกสารจะเรียกว่า “หนังสือรับสภาพหนี้” แต่เมื่อเนื้อหาเป็นการตกลงระงับข้อพิพาทโดยต่างฝ่ายยอมผ่อนผันให้แก่กัน เอกสารนั้นอาจเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความได้

ดังนั้น ก่อนลงนามจึงควรพิจารณาให้ดีว่า ต้องการเพียงให้ลูกหนี้ “ยืนยันหนี้เดิม” หรือกำลังทำข้อตกลงใหม่เพื่อระงับข้อพิพาทเดิม เพราะผลทางกฎหมายอาจแตกต่างกัน

การชำระหนี้บางส่วนถือเป็นการรับสภาพหนี้หรือไม่

อาจถือได้

ตามมาตรา 193/14 (1) การชำระหนี้บางส่วนหรือชำระดอกเบี้ยเป็นหนึ่งในพฤติการณ์ที่กฎหมายกำหนดเกี่ยวกับการรับสภาพหนี้และการสะดุดหยุดลงของอายุความ

แนวคำพิพากษาศาลฎีกาก็มีกรณีรับรองว่า การนำเงินมาชำระหนี้บางส่วนสามารถมีผลเป็นการรับสภาพหนี้ได้

ดังนั้น เจ้าหนี้ควรเก็บหลักฐานการชำระเงินทุกครั้งไว้ เช่น สลิปการโอน รายการเดินบัญชี และข้อความประกอบการชำระเงิน

ไม่มีสัญญารับสภาพหนี้ ฟ้องได้หรือไม่

การไม่มีสัญญารับสภาพหนี้ไม่ได้หมายความว่าจะฟ้องคดีไม่ได้เสมอไป

ต้องตรวจสอบว่ามีหลักฐานของมูลหนี้เดิมหรือไม่ เช่น

  • สัญญากู้

  • หลักฐานการโอนเงิน

  • ใบสั่งซื้อ

  • ใบกำกับสินค้า

  • ใบแจ้งหนี้

  • ข้อความสนทนา

  • Email

  • เอกสารทางบัญชี

  • หลักฐานที่ลูกหนี้เคยชำระบางส่วน

ทนายสามารถนำเอกสารทั้งหมดมาประเมินได้ว่าเพียงพอสำหรับดำเนินคดีหรือไม่ และควรฟ้องโดยอาศัยมูลหนี้ใด

หนังสือรับสภาพหนี้ที่เขียนเองใช้ได้หรือไม่

สามารถมีผลทางกฎหมายได้ หากข้อความและการแสดงเจตนาครบถ้วนและไม่ขัดต่อกฎหมาย

แต่ปัญหาที่พบในทางปฏิบัติคือ คู่กรณีมักดาวน์โหลดแบบฟอร์มจากอินเทอร์เน็ตมาใช้โดยไม่ได้พิจารณาว่าเหมาะกับมูลหนี้ของตนหรือไม่

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย เช่น

หากจำนวนหนี้สูงหรือมีความเสี่ยงที่จะต้องฟ้องคดี ควรตรวจเอกสารก่อนลงนามมากกว่ารอให้เกิดปัญหาแล้วจึงแก้ไขภายหลัง

ควรทำสัญญารับสภาพหนี้เมื่อใด

สถานการณ์ที่ควรพิจารณาทำหนังสือรับสภาพหนี้ เช่น

ลูกหนี้ขอเลื่อนการชำระหนี้ ลูกหนี้ขอผ่อนเป็นงวด เจ้าหนี้ต้องการยืนยันยอดหนี้คงเหลือ คู่กรณีมีหลักฐานเดิมหลายฉบับและต้องการสรุปยอดให้ชัด หรือมีความเสี่ยงเกี่ยวกับอายุความและต้องการตรวจสอบสิทธิทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม หากคดีใกล้ขาดอายุความ ไม่ควรอาศัยเพียงการเจรจาหรือคำรับปากว่าจะชำระ ควรให้ทนายตรวจสอบวันที่เกิดสิทธิเรียกร้องและอายุความโดยเร็ว

ทนายตรวจสัญญารับสภาพหนี้และฟ้องเรียกหนี้

หากคุณเป็นเจ้าหนี้และกำลังประสบปัญหา เช่น

ลูกหนี้ค้างชำระ ลูกหนี้ขอทำสัญญารับสภาพหนี้ ลูกหนี้เซ็นเอกสารแล้วแต่ยังไม่จ่าย ไม่แน่ใจว่าหนี้ขาดอายุความหรือยัง หรือต้องการฟ้องเรียกเงิน สามารถนำเอกสารให้ทนายตรวจสอบก่อนดำเนินการได้

การตรวจเอกสารตั้งแต่ก่อนลงนามช่วยลดปัญหาการตีความสัญญาและช่วยให้สามารถวางแนวทางการเรียกชำระหนี้ได้อย่างเหมาะสม

สำนักงานกฎหมายณรงค์ศักดิ์ แอนด์ แอสโซซิเอท

ให้คำปรึกษาคดีแพ่ง คดีสัญญา คดีหนี้ และการฟ้องเรียกเงิน

โทร 083-884-3287

กรุณาเตรียมสัญญา หลักฐานการโอนเงิน หนังสือรับสภาพหนี้ และหลักฐานการติดต่อกับลูกหนี้ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาเบื้องต้น

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสัญญารับสภาพหนี้

สัญญารับสภาพหนี้ต้องทำเป็นหนังสือหรือไม่?

การรับสภาพหนี้เพื่อวัตถุประสงค์เรื่องอายุความไม่ได้จำกัดเฉพาะการทำหนังสือเท่านั้น เพราะกฎหมายยังกล่าวถึงการชำระบางส่วน ชำระดอกเบี้ย ให้ประกัน หรือพฤติการณ์อื่นที่แสดงอย่างชัดเจนว่าลูกหนี้ยอมรับหนี้

ลูกหนี้จ่ายเงินมาเพียงบางส่วนถือว่ารับสภาพหนี้หรือไม่?

มีโอกาสถือเป็นการรับสภาพหนี้ได้ และอาจมีผลต่ออายุความ แต่ต้องตรวจสอบวันที่ชำระ มูลหนี้ และข้อเท็จจริงทั้งหมดประกอบกัน

ลูกหนี้ผิดนัดตามสัญญารับสภาพหนี้ ฟ้องได้ทันทีหรือไม่?

ต้องตรวจข้อความในสัญญาว่าหนี้ถึงกำหนดเมื่อใด และมีเงื่อนไขให้หนี้ทั้งหมดถึงกำหนดเมื่อผิดนัดหรือไม่ รวมถึงต้องตรวจเรื่องอายุความก่อนยื่นฟ้อง

สัญญารับสภาพหนี้ทำให้อายุความเป็น 10 ปีหรือไม่?

ไม่ควรสรุปเช่นนั้นทุกกรณี ต้องพิจารณาประเภทของสิทธิเรียกร้อง มูลหนี้เดิม ลักษณะของข้อตกลง และผลของการรับสภาพหนี้เป็นรายกรณี

มีหนังสือรับสภาพหนี้อย่างเดียวพอฟ้องหรือไม่?

ต้องดูเนื้อหาของเอกสารและพยานหลักฐานอื่นประกอบ หากเอกสารระบุที่มาของหนี้ ยอดหนี้ คู่กรณี และกำหนดชำระไว้อย่างชัดเจน ก็จะเป็นหลักฐานสำคัญ แต่ควรตรวจเอกสารทั้งหมดก่อนยื่นฟ้อง

ดูตัวอย่างหนังสือรับสภาพหนี้ คลิก

ต้องการตรวจสัญญารับสภาพหนี้ หรือลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระ โทร 083-884-3287

Visitors: 260,022