ฟ้องให้เลิกบริษัท | ผู้ถือหุ้นขอศาลสั่งเลิกบริษัทได้เมื่อใด

ฟ้องให้เลิกบริษัท | ผู้ถือหุ้นขอศาลสั่งเลิกบริษัทได้เมื่อใด

เมื่อผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัทเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง จนไม่สามารถบริหารงานร่วมกันได้ บริษัทหยุดดำเนินกิจการ ขาดทุนต่อเนื่อง หรือเกิดสภาพที่บริษัทไม่สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ ผู้ถือหุ้นอาจมีคำถามว่า สามารถฟ้องให้เลิกบริษัทได้หรือไม่ และต้องมีเหตุอย่างไรศาลจึงจะสั่งเลิกบริษัท

การที่ผู้ถือหุ้นไม่ลงรอยกันเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าศาลจะสั่งเลิกบริษัททันที แต่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและเหตุทางกฎหมายประกอบกัน โดยเฉพาะเหตุที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เกี่ยวกับการเลิกบริษัทจำกัด

หากคุณเป็นผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้มีส่วนได้เสีย และกำลังมีข้อพิพาทเกี่ยวกับบริษัท สามารถนำเอกสารและข้อเท็จจริงมาปรึกษาทนายเพื่อประเมินก่อนดำเนินคดีได้

ปรึกษาทนายคดีบริษัท โทร 083-884-3287

ฟ้องให้ศาลสั่งเลิกบริษัทได้หรือไม่

ได้ ในกรณีที่มีเหตุเข้าตามกฎหมาย ศาลมีอำนาจสั่งให้บริษัทจำกัดเลิกกันได้

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1237 เหตุสำคัญที่ศาลอาจสั่งเลิกบริษัท เช่น

  1. มีความผิดปกติในการยื่นรายงานประชุมตั้งบริษัท หรือการประชุมตั้งบริษัท

  2. บริษัทไม่เริ่มดำเนินกิจการภายใน 1 ปีนับแต่จดทะเบียน หรือหยุดดำเนินกิจการเป็นเวลา 1 ปีเต็ม

  3. บริษัทประกอบกิจการมีแต่ขาดทุน และไม่มีทางหวังว่าจะกลับฟื้นตัวได้

  4. จำนวนผู้ถือหุ้นลดลงจนเหลือเพียงคนเดียว

  5. มีเหตุอื่นที่ทำให้บริษัทไม่สามารถดำรงคงอยู่ต่อไปได้

ดังนั้น ก่อนฟ้องคดีจะต้องวิเคราะห์ให้ชัดว่า ข้อเท็จจริงของบริษัทเข้ากับเหตุใดตามกฎหมาย ไม่ใช่อาศัยเพียงความไม่พอใจระหว่างผู้ถือหุ้นเท่านั้น

ผู้ถือหุ้นทะเลาะกัน ฟ้องเลิกบริษัทได้เลยหรือไม่

กรณีนี้พบได้บ่อย โดยเฉพาะบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นสองฝ่ายถือหุ้นใกล้เคียงกัน เช่น 50:50 และต่างฝ่ายต่างเป็นกรรมการ

เมื่อเกิดความขัดแย้ง อาจเกิดสภาพ เช่น

  • ไม่สามารถเรียกหรือจัดประชุมให้ได้ข้อยุติ

  • กรรมการแต่ละฝ่ายไม่ยอมลงนาม

  • ไม่สามารถอนุมัติรายการสำคัญของบริษัท

  • ไม่สามารถบริหารบัญชีหรือทรัพย์สินของบริษัทตามปกติ

  • ผู้ถือหุ้นต่างฝ่ายกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเอาทรัพย์สินบริษัทไปใช้

  • ไม่สามารถตกลงเรื่องเงินปันผลหรือผลประโยชน์ของบริษัท

  • บริษัทหยุดดำเนินธุรกิจ

  • ความขัดแย้งทำให้กิจการไม่สามารถดำเนินต่อไปได้จริง

การทะเลาะกันเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ แต่หากความขัดแย้งทำให้โครงสร้างการบริหารของบริษัทเป็นอัมพาต จนบริษัทไม่สามารถดำรงกิจการต่อไปได้ ก็อาจเป็นข้อเท็จจริงสำคัญประกอบการขอให้ศาลมีคำสั่งเลิกบริษัท

บริษัทขาดทุน ฟ้องให้เลิกบริษัทได้หรือไม่

การขาดทุนเป็นอีกเหตุหนึ่งที่กฎหมายบัญญัติไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเพียงบริษัทขาดทุนในปีหนึ่งแล้วจะขอให้ศาลเลิกบริษัทได้ทันที

ต้องพิจารณาว่าโดยสภาพแล้ว กิจการมีแต่ขาดทุนและไม่มีทางหวังว่าจะกลับฟื้นตัวได้หรือไม่

หลักฐานที่มักมีความสำคัญ เช่น

  • งบการเงินหลายปี

  • รายงานของผู้สอบบัญชี

  • รายรับและรายจ่าย

  • ภาระหนี้สิน

  • รายการทรัพย์สินของบริษัท

  • กระแสเงินสด

  • สัญญาทางธุรกิจ

  • หลักฐานว่าธุรกิจหยุดดำเนินการ

  • รายงานการประชุมกรรมการหรือผู้ถือหุ้น

เคยมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยเกี่ยวกับบริษัทที่ขาดทุนต่อเนื่องและไม่มีแนวทางที่จะกลับฟื้นตัว โดยเห็นสมควรให้เลิกบริษัทได้

ดังนั้น คดีประเภทนี้จำเป็นต้องเตรียมหลักฐานทางบัญชีและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพกิจการอย่างละเอียด ไม่ควรอาศัยเพียงข้อกล่าวหาว่า “บริษัทขาดทุน”

บริษัทหยุดกิจการเกิน 1 ปี ฟ้องเลิกได้หรือไม่

หากบริษัท หยุดทำการถึงหนึ่งปีเต็ม อาจเป็นเหตุที่ขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัทได้ตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม จะต้องพิจารณาว่าเป็นการหยุดดำเนินกิจการจริงหรือไม่ เพราะบริษัทบางแห่งอาจยังมีธุรกรรม มีทรัพย์สิน มีการทำสัญญา หรือยังดำเนินกิจกรรมบางอย่างอยู่

จึงต้องตรวจสอบเอกสาร เช่น

  • งบการเงิน

  • รายการเดินบัญชีธนาคาร

  • ภาษี

  • สัญญาของบริษัท

  • ใบกำกับภาษี

  • การจ้างพนักงาน

  • รายได้และค่าใช้จ่าย

  • เอกสารการประชุมบริษัท

ก่อนยื่นฟ้องควรตรวจข้อเท็จจริงให้ครบ เพื่อป้องกันปัญหาฝ่ายตรงข้ามนำหลักฐานมาโต้แย้งว่าบริษัทยังประกอบกิจการอยู่

ผู้ถือหุ้นเหลือคนเดียว

กฎหมายบริษัทจำกัดปัจจุบันกำหนดให้บริษัทมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน

หากจำนวนผู้ถือหุ้นลดลงจนเหลือเพียงคนเดียว กรณีดังกล่าวเป็นอีกเหตุหนึ่งที่ศาลอาจสั่งเลิกบริษัทได้

อย่างไรก็ตาม ก่อนดำเนินคดีต้องตรวจสอบ สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและเอกสารเกี่ยวกับการโอนหุ้น ให้ละเอียด

โดยเฉพาะปัจจุบัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ระบุไว้ว่า บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นที่นำส่งกรม หรือ บอจ.5 ไม่ใช่หลักฐานเด็ดขาดรับรองว่าใครเป็นผู้ถือหุ้นที่แท้จริง การพิจารณาสถานะผู้ถือหุ้นต้องตรวจสอบสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทและหลักฐานอื่นประกอบด้วย

ผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อยฟ้องให้เลิกบริษัทได้หรือไม่

การเป็นผู้ถือหุ้นเสียงข้างน้อยไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีสิทธิดำเนินคดี

หากผู้ถือหุ้นมีส่วนได้เสียและมีเหตุทางกฎหมายรองรับ อาจดำเนินคดีเพื่อขอให้ศาลพิจารณาเลิกบริษัทได้ โดยต้องแสดงข้อเท็จจริงให้ศาลเห็นว่าเหตุที่เกิดขึ้นมีความร้ายแรงถึงระดับที่กฎหมายอนุญาตให้บริษัทเลิกกัน

ตัวอย่างเช่น ผู้ถือหุ้นเสียงข้างมากควบคุมบริษัท แต่กิจการขาดทุนต่อเนื่อง บริษัทไม่สามารถฟื้นตัวได้ หรือมีสภาพที่กิจการไม่สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้

จึงต้องแยกเรื่อง “ถือหุ้นน้อยกว่า” ออกจากคำถามว่า “มีสิทธิและมีเหตุฟ้องหรือไม่”

ฟ้องเลิกบริษัทกับการลงมติเลิกบริษัทต่างกันอย่างไร

หากผู้ถือหุ้นสามารถตกลงกันได้ วิธีที่ง่ายกว่าการฟ้องคดีคือให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมี มติพิเศษให้เลิกบริษัท แล้วดำเนินการจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีตามกฎหมาย

แต่ปัญหามักเกิดขึ้นเมื่อผู้ถือหุ้นตกลงกันไม่ได้ เช่น

ฝ่ายหนึ่งต้องการเลิกบริษัท แต่อีกฝ่ายไม่ยอม
ไม่สามารถลงมติพิเศษได้
กรรมการไม่ยอมให้ความร่วมมือ
มีข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือหุ้น
ไม่สามารถแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีร่วมกันได้

กรณีเช่นนี้จึงอาจต้องพิจารณาการใช้สิทธิทางศาลแทน

เมื่อศาลสั่งเลิกบริษัทแล้วเกิดอะไรขึ้น

การมีคำสั่งให้บริษัทเลิก ไม่ได้หมายความว่าบริษัทหายไปทันที

หลังบริษัทเลิกยังต้องเข้าสู่กระบวนการ ชำระบัญชี

ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่โดยทั่วไป เช่น

  • รวบรวมทรัพย์สินของบริษัท

  • ติดตามลูกหนี้

  • ตรวจสอบเจ้าหนี้

  • ชำระหนี้ของบริษัท

  • จัดการทรัพย์สินที่ยังเหลืออยู่

  • คืนทุนหรือแบ่งทรัพย์สินที่เหลือแก่ผู้ถือหุ้นตามสิทธิ

  • จัดทำบัญชีและเอกสารเกี่ยวกับการชำระบัญชี

  • จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี

ดังนั้นคดีฟ้องเลิกบริษัทอาจมีเรื่อง การแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะกรณีที่กรรมการหรือผู้ถือหุ้นทั้งสองฝ่ายมีความขัดแย้งกันจนไม่สามารถร่วมกันดำเนินการชำระบัญชีได้

ตัวอย่างแนวคำพิพากษาศาลฎีกา

มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1772/2540 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขอให้เลิกบริษัท โดยผู้ถือหุ้นกล่าวอ้างว่าบริษัทขาดทุนต่อเนื่องและไม่มีทางหวังว่าจะฟื้นตัวได้

ศาลฎีกาวางหลักสำคัญว่า การขอให้ศาลสั่งเลิกบริษัทตามมาตรา 1237 สามารถดำเนินการโดย ทำเป็นคำฟ้อง ได้

ในคดีดังกล่าวข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขาดทุนต่อเนื่อง รวมถึงสภาพความขัดแย้งระหว่างผู้ถือหุ้นและกรรมการ เป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาว่าบริษัทยังมีทางกลับฟื้นตัวหรือสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้หรือไม่

แนวคำพิพากษานี้แสดงให้เห็นว่า คดีฟ้องให้เลิกบริษัทจำเป็นต้องบรรยายข้อเท็จจริงและเตรียมพยานหลักฐานให้สัมพันธ์กับเหตุทางกฎหมายอย่างชัดเจน

ก่อนฟ้องให้เลิกบริษัทควรเตรียมเอกสารอะไร

เอกสารที่ควรนำมาให้ทนายตรวจสอบ เช่น

  • หนังสือรับรองบริษัท

  • หนังสือบริคณห์สนธิ

  • ข้อบังคับบริษัท

  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น

  • สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น

  • ใบหุ้นและเอกสารการโอนหุ้น

  • รายงานประชุมผู้ถือหุ้น

  • รายงานประชุมกรรมการ

  • งบการเงินย้อนหลัง

  • รายการเดินบัญชีของบริษัท

  • สัญญาที่บริษัททำกับบุคคลภายนอก

  • หนังสือโต้ตอบระหว่างผู้ถือหุ้นหรือกรรมการ

  • LINE, Email หรือข้อความที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาท

  • หลักฐานเกี่ยวกับทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัท

คดีแต่ละบริษัทมีข้อเท็จจริงแตกต่างกัน จึงควรตรวจเอกสารก่อนตัดสินใจว่าจะฟ้องในประเด็นใด และควรขอให้ศาลมีคำสั่งอย่างไร

กรรมการหรือผู้ถือหุ้นอีกฝ่ายนำทรัพย์สินบริษัทไป ต้องฟ้องเลิกบริษัทอย่างเดียวหรือไม่

ไม่จำเป็น

ข้อพิพาทระหว่างผู้ถือหุ้นอาจมีหลายประเด็นเกิดขึ้นพร้อมกัน เช่น

  • กรรมการนำเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัว

  • โอนทรัพย์สินบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต

  • ไม่เปิดเผยบัญชี

  • ปฏิเสธไม่ให้ตรวจสอบเอกสาร

  • มีปัญหาการโอนหุ้น

  • ปลอมรายงานการประชุม

  • เปลี่ยนกรรมการโดยมิชอบ

  • ไม่แบ่งผลประโยชน์ตามสิทธิ

  • กรรมการกระทำการที่ทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย

ในกรณีเหล่านี้ ต้องแยกวิเคราะห์ว่าควร ฟ้องเลิกบริษัท ฟ้องเรียกทรัพย์สินหรือค่าเสียหาย ฟ้องเกี่ยวกับสิทธิในหุ้น หรือดำเนินคดีเกี่ยวกับกรรมการ ด้วยหรือไม่

การเลือกคำขอท้ายฟ้องและคู่ความจึงมีความสำคัญมาก

ปรึกษาทนายก่อนฟ้องให้เลิกบริษัท

คดีฟ้องให้เลิกบริษัทมักเกี่ยวข้องกับทั้งกฎหมายบริษัท การถือหุ้น การบริหารกิจการ งบการเงิน ทรัพย์สิน และความขัดแย้งระหว่างผู้ถือหุ้น

ก่อนฟ้องจึงควรตรวจสอบว่า

มีเหตุให้ศาลสั่งเลิกบริษัทตามกฎหมายหรือไม่
ใครเป็นผู้มีสิทธิฟ้อง
ต้องฟ้องบุคคลใดบ้าง
มีหลักฐานเพียงพอหรือไม่
ควรขอให้ตั้งผู้ชำระบัญชีหรือไม่
และมีคดีอื่นที่ควรดำเนินการพร้อมกันหรือไม่

สำนักงานกฎหมายให้คำปรึกษาและดำเนินคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทบริษัท ผู้ถือหุ้น และกรรมการ สามารถนำเอกสารมาให้ทนายตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินแนวทางดำเนินคดีได้

ปรึกษาทนายคดีบริษัท โทร 083-884-3287

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ถือหุ้นสองฝ่ายทะเลาะกัน ศาลสั่งเลิกบริษัทได้เลยหรือไม่?
ไม่ใช่ทุกกรณี ต้องพิสูจน์ว่ามีเหตุเข้าตามกฎหมาย เช่น ความขัดแย้งทำให้บริษัทไม่สามารถดำรงกิจการต่อไปได้จริง หรือมีเหตุอื่นตามมาตรา 1237

บริษัทขาดทุนหนึ่งปีฟ้องเลิกได้เลยหรือไม่?
ต้องดูมากกว่าระยะเวลา ต้องพิจารณาสภาพกิจการโดยรวมว่ามีแต่ขาดทุนและไม่มีความหวังว่าจะฟื้นตัวหรือไม่

ถือหุ้นน้อยกว่าอีกฝ่ายสามารถฟ้องได้หรือไม่?
การถือหุ้นน้อยกว่าไม่ได้ตัดสิทธิอัตโนมัติ ต้องพิจารณาสถานะผู้มีส่วนได้เสียและเหตุแห่งคดีเป็นรายกรณี

ศาลสั่งเลิกแล้วแบ่งเงินให้ผู้ถือหุ้นทันทีหรือไม่?
ไม่ทันที บริษัทต้องเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี ชำระหนี้และจัดการทรัพย์สินก่อน แล้วจึงจัดสรรทรัพย์สินส่วนที่เหลือตามสิทธิ

บริษัทมีผู้ถือหุ้นสองคน แต่ทะเลาะกันตลอด ฟ้องได้หรือไม่?
อาจได้ หากข้อเท็จจริงรุนแรงจนทำให้บริษัทไม่สามารถบริหารหรือดำรงอยู่ต่อไปได้ แต่ต้องพิจารณาหลักฐานและเหตุทางกฎหมายอย่างละเอียดก่อนฟ้อง

Visitors: 259,952