ฟ้องหมิ่นประมาท | ถูกใส่ความ ประจาน โพสต์ด่า ต้องดำเนินคดีอย่างไร

ฟ้องหมิ่นประมาท | ถูกใส่ความ ประจาน โพสต์ด่า ต้องดำเนินคดีอย่างไร

หากคุณถูกบุคคลอื่น ใส่ความ กล่าวหา โพสต์ประจาน หรือเผยแพร่ข้อความที่ทำให้เสียชื่อเสียง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นต่อหน้า บุคคลอื่น หรือผ่าน Facebook, LINE, TikTok, Instagram และช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐาน หมิ่นประมาท หรือ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ได้

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ข้อความด่า วิจารณ์ หรือข้อความที่ทำให้รู้สึกเสียหายทุกกรณีจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท การพิจารณาคดีต้องดู ข้อความทั้งหมด บริบท บุคคลที่รับรู้ข้อความ วิธีการเผยแพร่ และพยานหลักฐาน ประกอบกัน

หากกำลังพิจารณาว่า ควรฟ้องหมิ่นประมาทหรือไม่ ควรเก็บหลักฐานให้ครบก่อนลบข้อความหรือโต้ตอบ และนำข้อความหรือโพสต์ที่เกิดปัญหามาให้ทนายตรวจสอบข้อเท็จจริง

ปรึกษาทนายคดีหมิ่นประมาท
โทร 083-884-3287


ฟ้องหมิ่นประมาทได้ในกรณีใด

หลักสำคัญของความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 คือ การ ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

ดังนั้น โดยทั่วไปต้องพิจารณาองค์ประกอบสำคัญ เช่น

  1. มีการกล่าวหรือสื่อข้อความเกี่ยวกับผู้เสียหาย

  2. ข้อความมีลักษณะเป็นการใส่ความ

  3. มีบุคคลที่สามได้รับรู้ข้อความ

  4. ข้อความนั้นน่าจะทำให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

  5. ผู้กระทำมีเจตนากระทำการดังกล่าว

ตัวอย่างเช่น มีบุคคลกล่าวหาว่าคุณ โกงเงิน ยักยอกเงิน ขโมยของ หลอกลวงลูกค้า มีพฤติกรรมทุจริต หรือกระทำความผิดบางอย่าง แล้วนำข้อความดังกล่าวไปบอกบุคคลอื่น หากเข้าองค์ประกอบตามกฎหมายก็อาจดำเนินคดีหมิ่นประมาทได้

แต่ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี เพราะข้อความบางประเภทอาจเป็นเพียงคำหยาบ คำดูหมิ่น หรือความคิดเห็น และอาจไม่เข้าองค์ประกอบของความผิดฐานหมิ่นประมาท


ถูกโพสต์ประจานใน Facebook ฟ้องหมิ่นประมาทได้หรือไม่

สามารถดำเนินคดีได้ หากข้อความและพฤติการณ์เข้าองค์ประกอบความผิด

ปัจจุบันคดีหมิ่นประมาทจำนวนมากเกิดจากการใช้สื่อออนไลน์ เช่น

  • Facebook

  • TikTok

  • LINE

  • Instagram

  • X

  • YouTube

  • กลุ่มสนทนาออนไลน์

  • เว็บไซต์

  • รีวิวออนไลน์

การโพสต์ข้อความกล่าวหาบุคคลหนึ่งต่อสาธารณะอาจมีผู้รับรู้จำนวนมาก และในบางกรณีอาจต้องพิจารณาเรื่อง หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 เพิ่มเติมด้วย

ตัวอย่าง

มีผู้โพสต์ใน Facebook ว่า

“นาย ก. โกงเงินลูกค้า อย่าไปทำธุรกิจด้วย”

หากบุคคลทั่วไปอ่านข้อความแล้วสามารถทราบได้ว่าหมายถึงใคร และข้อความดังกล่าวมีลักษณะใส่ความจนทำให้บุคคลนั้นเสียชื่อเสียง กรณีก็อาจมีประเด็นความผิดฐานหมิ่นประมาท

แต่การจะฟ้องได้หรือไม่ต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น ที่มาของข้อกล่าวหา ความจริงของเหตุการณ์ เจตนา บริบท และข้อยกเว้นตามกฎหมาย


โพสต์ไม่ได้เอ่ยชื่อ ฟ้องได้หรือไม่

การไม่ระบุชื่อผู้เสียหายโดยตรง ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถเป็นหมิ่นประมาทได้เสมอไป

ประเด็นสำคัญคือ บุคคลที่อ่านข้อความสามารถเข้าใจได้หรือไม่ว่า ข้อความนั้นหมายถึงใคร

ตัวอย่างเช่น ไม่ได้เขียนชื่อ แต่ระบุว่า

“เจ้าของร้าน A แถว...”

หรือมีรูปภาพ สถานที่ ตำแหน่งงาน เหตุการณ์ หรือข้อมูลประกอบจนคนในกลุ่มสามารถทราบว่าหมายถึงบุคคลใด ก็อาจต้องพิจารณาว่าเป็นการใส่ความบุคคลนั้นหรือไม่

ดังนั้น หากถูกโพสต์พาดพิงโดยไม่เอ่ยชื่อ อย่าเพิ่งสรุปว่าไม่สามารถดำเนินคดีได้ ควรเก็บข้อความทั้งหมดพร้อมบริบทไว้ตรวจสอบ


หมิ่นประมาทกับด่ากัน ต่างกันอย่างไร

เรื่องนี้เป็นจุดที่มักเข้าใจผิด

การใช้คำหยาบหรือคำด่าที่ทำให้โกรธหรือเสียความรู้สึก ไม่ได้เป็นหมิ่นประมาททุกกรณี

ความผิดฐานหมิ่นประมาทมีสาระสำคัญเรื่อง การใส่ความต่อบุคคลที่สาม และข้อความนั้นต้องมีลักษณะที่น่าจะทำให้ผู้ถูกกล่าวถึงเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

ดังนั้น ก่อนฟ้องคดีควรนำ ข้อความจริงทั้งหมด มาให้ทนายพิจารณา ไม่ควรพิจารณาเฉพาะคำบางคำที่ตัดออกจากบทสนทนา


ส่งข้อความใน LINE ถือเป็นหมิ่นประมาทหรือไม่

ต้องพิจารณาว่าส่งให้ใคร

หากคู่กรณีส่งข้อความมาด่าหรือกล่าวหาคุณ โดยมีเพียงคุณเป็นผู้รับข้อความ ประเด็นเรื่อง “บุคคลที่สาม” จะต้องได้รับการพิจารณาอย่างละเอียด

แต่หากข้อความถูกส่งไปยัง

  • LINE Group

  • กลุ่มพนักงาน

  • กลุ่มลูกค้า

  • กลุ่มครอบครัว

  • กลุ่มเพื่อน

  • บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้เสียหาย

และเป็นการใส่ความผู้เสียหาย ก็อาจมีประเด็นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้

จึงต้องดูว่า ใครเป็นผู้ส่ง ใครเป็นผู้รับ และข้อความถูกเผยแพร่ไปถึงบุคคลใดบ้าง


ต้องการฟ้องหมิ่นประมาท ควรเก็บหลักฐานอะไร

หลักฐานเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะคดีออนไลน์ เพราะโพสต์หรือข้อความสามารถถูกลบหรือแก้ไขได้ภายหลัง

หากพบข้อความที่อาจเป็นหมิ่นประมาท ควรเก็บหลักฐานทันที

1. Screenshot

เก็บภาพหน้าจอให้เห็น

  • ข้อความที่กล่าวหา

  • ชื่อบัญชีผู้โพสต์

  • รูป Profile

  • วันที่และเวลา

  • Comment ที่เกี่ยวข้อง

  • จำนวน Share หากปรากฏ

  • URL หรือข้อมูลที่ระบุแหล่งที่มา

ไม่ควรเก็บเฉพาะประโยคที่เสียหาย แต่ควรเก็บ ข้อความก่อนหน้าและหลังข้อความดังกล่าว เพื่อแสดงบริบทด้วย

2. URL ของโพสต์

หากเป็น Facebook, TikTok, YouTube หรือเว็บไซต์ ควรบันทึกลิงก์ต้นทางไว้

3. Screen Recording

ในบางกรณีควรบันทึกวิดีโอหน้าจอ แสดงขั้นตอนตั้งแต่เปิดบัญชีหรือหน้าเว็บไปจนถึงโพสต์ที่เกิดปัญหา

4. รายชื่อบุคคลที่เห็นข้อความ

หากมีบุคคลอื่นเห็นหรือได้รับข้อความ ควรบันทึกว่าใครเห็นข้อความ เมื่อใด และเห็นผ่านช่องทางใด

บุคคลเหล่านี้อาจเป็นพยานสำคัญในภายหลัง

5. หลักฐานความเสียหาย

เช่น

  • ลูกค้ายกเลิกงาน

  • บริษัทสอบสวน

  • ถูกเลิกสัญญา

  • เสียลูกค้า

  • เสียโอกาสทางธุรกิจ

  • มีบุคคลโทรมาสอบถามข้อกล่าวหา

  • รายได้ลดลงจากเหตุการณ์

หลักฐานเหล่านี้อาจมีความสำคัญต่อการเรียกร้องค่าเสียหายในทางแพ่ง


อย่ารีบลบหรือโต้ตอบก่อนเก็บหลักฐาน

เมื่อพบว่ามีคนโพสต์กล่าวหา หลายคนจะรีบ Comment ตอบกลับทันที

สิ่งที่ควรทำก่อนคือ เก็บหลักฐาน

เพราะคู่กรณีอาจลบโพสต์ ปิดบัญชี แก้ไขข้อความ หรือลบ Comment ได้

นอกจากนี้ การโต้ตอบด้วยข้อความรุนแรงอาจทำให้เกิดข้อพิพาทเพิ่มเติม หรือทำให้อีกฝ่ายนำข้อความของคุณไปดำเนินคดีกลับได้

จึงควรแยกเรื่อง การเก็บหลักฐาน ออกจาก การตอบโต้คู่กรณี


ฟ้องหมิ่นประมาทมีทางเลือกอะไรบ้าง

เมื่อรวบรวมหลักฐานแล้ว แนวทางดำเนินการอาจแตกต่างกันตามข้อเท็จจริง

1. ส่งหนังสือให้หยุดเผยแพร่และลบข้อความ

บางกรณีเป้าหมายของผู้เสียหายไม่ได้ต้องการดำเนินคดีทันที แต่ต้องการให้

  • ลบโพสต์

  • หยุดเผยแพร่

  • หยุดกล่าวหา

  • ชี้แจงข้อเท็จจริง

  • ขอโทษ

  • เจรจาค่าเสียหาย

การส่งหนังสือโดยทนายอาจเป็นทางเลือกหนึ่งก่อนดำเนินคดี

แต่ต้องพิจารณาว่าเหมาะกับสถานการณ์หรือไม่ เพราะบางกรณีการแจ้งคู่กรณีก่อนอาจทำให้หลักฐานบางอย่างถูกลบ


2. แจ้งความดำเนินคดี

ผู้เสียหายสามารถพิจารณาใช้กระบวนการทางอาญาผ่านพนักงานสอบสวนได้

ควรเตรียมหลักฐานและลำดับเหตุการณ์ให้ชัดเจน เช่น

ใครเป็นผู้โพสต์
โพสต์เมื่อใด
โพสต์ที่ไหน
ข้อความว่าอย่างไร
ใครเป็นผู้เห็นข้อความ
เหตุใดข้อความจึงทำให้เสียชื่อเสียง

การเตรียมข้อมูลอย่างเป็นระบบช่วยให้ข้อเท็จจริงของคดีชัดเจนขึ้น


3. ฟ้องคดีต่อศาล

อีกแนวทางหนึ่งคือการให้ทนายตรวจสอบหลักฐานและพิจารณาดำเนินคดีต่อศาล

ก่อนเลือกแนวทางนี้ควรประเมินอย่างน้อยว่า

  • ข้อความเข้าองค์ประกอบความผิดหรือไม่

  • ระบุตัวผู้กระทำได้หรือไม่

  • มีบุคคลที่สามรับรู้หรือไม่

  • มีหลักฐานต้นฉบับเพียงพอหรือไม่

  • มีข้อต่อสู้เรื่องความจริงหรือไม่

  • มีข้อยกเว้นตามกฎหมายหรือไม่

  • คดีอยู่ภายในกำหนดเวลาตามกฎหมายหรือไม่

การประเมินก่อนฟ้องช่วยลดความเสี่ยงจากการดำเนินคดีโดยมีหลักฐานไม่เพียงพอ


หมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้

ความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้

จึงมีเรื่อง กำหนดเวลาในการร้องทุกข์ เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเมื่อผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว

หากพบว่าถูกใส่ความหรือโพสต์ประจาน ไม่ควรปล่อยเรื่องไว้นานโดยคิดว่าสามารถดำเนินการเมื่อใดก็ได้

ควรนำ

วันที่พบโพสต์ + วันที่ทราบว่าใครโพสต์ + หลักฐานทั้งหมด

มาประเมินโดยเร็ว

ต้องการให้ทนายตรวจสอบว่าคดียังดำเนินการได้หรือไม่
โทร 083-884-3287


เรื่องจริงก็ถูกฟ้องหมิ่นประมาทได้หรือไม่

คำถามนี้ต้องระมัดระวัง

หลายคนเข้าใจว่า

“ถ้าเรื่องที่พูดเป็นเรื่องจริง จะพูดอย่างไรก็ได้”

แต่กฎหมายหมิ่นประมาทมีรายละเอียดเกี่ยวกับ การพิสูจน์ความจริงและข้อจำกัดในการพิสูจน์ รวมถึงข้อยกเว้นอื่นตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาลักษณะการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและบริบทของการเผยแพร่ด้วย

ดังนั้น การพิจารณาว่า “เรื่องจริงหรือไม่” เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ ไม่ควรใช้เป็นข้อสรุปเพียงอย่างเดียวว่าผู้โพสต์ไม่มีความผิด


วิจารณ์โดยสุจริตเป็นหมิ่นประมาทหรือไม่

ประมวลกฎหมายอาญามีบทบัญญัติเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตในบางกรณี

ตัวอย่างเช่น การแสดงความคิดเห็นเพื่อป้องกันส่วนได้เสียโดยชอบ หรือการติชมด้วยความเป็นธรรมในเรื่องที่ประชาชนกระทำ

แต่คำว่า “วิจารณ์” ไม่ได้ทำให้ข้อความได้รับความคุ้มครองโดยอัตโนมัติ

ต้องพิจารณา

  • เนื้อหาที่กล่าว

  • ข้อเท็จจริงที่มีอยู่

  • จุดประสงค์

  • ความสุจริต

  • วิธีการนำเสนอ

  • บุคคลที่เผยแพร่ให้ทราบ

  • บริบททั้งหมด

จึงควรตรวจข้อความจริงก่อนประเมินโอกาสดำเนินคดี


ฟ้องหมิ่นประมาทเรียกค่าเสียหายได้หรือไม่

นอกจากประเด็นความรับผิดทางอาญาแล้ว การทำให้บุคคลอื่นเสียชื่อเสียงอาจมีประเด็น ความรับผิดทางแพ่ง ด้วย

ผู้เสียหายอาจพิจารณาเรียกร้องค่าเสียหายตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เช่น ความเสียหายต่อชื่อเสียง การประกอบอาชีพ หรือธุรกิจ

แต่จำนวนเงินที่จะเรียกร้องและจำนวนที่ศาลจะกำหนดไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ศาลจะพิจารณาจากพฤติการณ์และหลักฐานของแต่ละคดี

ดังนั้น หากต้องการเรียกค่าเสียหาย ควรเก็บหลักฐานที่แสดง ผลกระทบจริง ไว้ด้วย


ถูกรีวิวร้านหรือบริษัทเสียหาย ฟ้องได้ไหม

ต้องแยกระหว่าง รีวิวตามประสบการณ์จริงโดยสุจริต กับ การกล่าวหาหรือใส่ความ

ตัวอย่างเช่น ลูกค้าเขียนรีวิวเกี่ยวกับบริการที่ได้รับจริง กับการโพสต์กล่าวหาว่าเจ้าของกิจการ “โกง” “เป็นมิจฉาชีพ” หรือกระทำความผิด อาจมีประเด็นทางกฎหมายแตกต่างกัน

เจ้าของธุรกิจไม่ควรตัดสินจากคะแนนรีวิวหรือคำวิจารณ์เพียงอย่างเดียว

ควรตรวจสอบว่า

  1. ข้อความส่วนใดเป็นข้อเท็จจริง

  2. ส่วนใดเป็นความคิดเห็น

  3. ผู้โพสต์มีประสบการณ์เกี่ยวข้องจริงหรือไม่

  4. มีหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาหรือไม่

  5. ข้อความทำให้บุคคลอื่นเข้าใจผู้เสียหายอย่างไร


ขั้นตอนก่อนฟ้องหมิ่นประมาท

หากกำลังจะดำเนินคดี แนะนำให้เตรียมข้อมูลดังนี้

ขั้นที่ 1 เก็บหลักฐานทันที

Screenshot, URL, Video, Chat และข้อมูลบัญชีผู้โพสต์

ขั้นที่ 2 จัดลำดับเหตุการณ์

เขียนสั้น ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันที่พบข้อความ

ขั้นที่ 3 ระบุบุคคลที่สาม

ใครเห็นหรือได้รับข้อความดังกล่าวบ้าง

ขั้นที่ 4 รวบรวมความเสียหาย

หากมีผลกระทบต่อการทำงาน ธุรกิจ หรือลูกค้า ให้เก็บหลักฐานไว้

ขั้นที่ 5 ให้ทนายตรวจข้อความ

ควรตรวจว่าข้อความใดเป็นประเด็นสำคัญและมีองค์ประกอบความผิดหรือไม่

ขั้นที่ 6 เลือกแนวทางดำเนินการ

อาจเป็นหนังสือทวงถาม/ให้ยุติการเผยแพร่ การร้องทุกข์ การเจรจา หรือการดำเนินคดีต่อศาล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี


ปรึกษาทนายก่อนฟ้องหมิ่นประมาท

คดีหมิ่นประมาทเป็นคดีที่ ข้อความเพียงไม่กี่ประโยคอาจเปลี่ยนผลการวิเคราะห์คดีได้

โดยเฉพาะกรณีออนไลน์ ควรส่งให้ทนายตรวจ

  • Screenshot

  • URL

  • ข้อความทั้งหมด

  • วันเวลาที่โพสต์

  • ชื่อผู้โพสต์

  • หลักฐานว่าใครเห็นโพสต์

  • ประวัติข้อพิพาทโดยย่อ

เพื่อประเมินเบื้องต้นว่า

เข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ / ควรดำเนินการแบบใด / ต้องเก็บหลักฐานเพิ่มเติมอะไร

ต้องการฟ้องคดีหมิ่นประมาท?

ถูกโพสต์ประจาน ถูกใส่ความ หรือมีบุคคลกล่าวหาจนเสียชื่อเสียง สามารถรวบรวมหลักฐานเพื่อปรึกษาแนวทางดำเนินคดีได้

โทรปรึกษาทนาย 083-884-3287


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟ้องหมิ่นประมาท

โพสต์ด่าใน Facebook ฟ้องได้ไหม?

ต้องดูข้อความจริง หากเป็นการใส่ความต่อบุคคลอื่นและมีลักษณะที่น่าจะทำให้เสียชื่อเสียง อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาได้

โพสต์ไม่เอ่ยชื่อ ฟ้องได้ไหม?

อาจได้ หากจากข้อความ รูปภาพ หรือบริบท บุคคลที่อ่านข้อความสามารถเข้าใจได้ว่าหมายถึงผู้เสียหาย

ด่ากันในแชตส่วนตัวเป็นหมิ่นประมาทไหม?

ต้องพิจารณาเรื่องบุคคลที่สามด้วย หากข้อความส่งถึงผู้เสียหายเพียงคนเดียว ประเด็นทางกฎหมายอาจแตกต่างจากการส่งข้อความเข้ากลุ่มหรือส่งให้บุคคลอื่น

LINE Group เป็นหมิ่นประมาทได้ไหม?

อาจเป็นได้ หากเป็นการใส่ความบุคคลหนึ่งและมีสมาชิกอื่นในกลุ่มได้รับรู้ข้อความ

เรื่องจริงเป็นหมิ่นประมาทหรือไม่?

ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมด รวมถึงบทบัญญัติเรื่องการพิสูจน์ความจริงและข้อยกเว้นตามกฎหมาย ไม่ควรสรุปเพียงว่าเรื่องจริงแล้วสามารถเผยแพร่ได้ทุกกรณี

ฟ้องหมิ่นประมาทเรียกค่าเสียหายได้ไหม?

อาจมีสิทธิเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ หากข้อเท็จจริงเข้าองค์ประกอบและสามารถพิสูจน์ความเสียหายได้

โพสต์ถูกลบแล้วฟ้องได้ไหม?

การลบโพสต์ภายหลังไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงที่เคยเกิดขึ้นหายไปโดยอัตโนมัติ แต่ประเด็นสำคัญคือผู้เสียหายมีหลักฐานเพียงพอพิสูจน์ข้อความและการเผยแพร่หรือไม่

ควรทำอะไรเป็นอันดับแรกเมื่อถูกโพสต์ประจาน?

เก็บหลักฐานก่อน โดยเฉพาะ Screenshot, URL, วันเวลา ชื่อบัญชี และหลักฐานว่ามีบุคคลอื่นเห็นข้อความ จากนั้นจึงพิจารณาว่าจะติดต่อคู่กรณีหรือดำเนินคดีอย่างไร


ทนายคดีหมิ่นประมาท

หากคุณถูกใส่ความ โพสต์ประจาน กล่าวหาว่าโกง หลอกลวง ทุจริต หรือเผยแพร่ข้อความจนทำให้เสียชื่อเสียง การดำเนินคดีควรเริ่มจากการตรวจสอบข้อความและพยานหลักฐานอย่างละเอียด

อย่าเพิ่งลบหลักฐาน และควรหลีกเลี่ยงการโพสต์ตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรง

ปรึกษาทนายคดีหมิ่นประมาท
โทร 083-884-3287

ส่ง Screenshot หรือรายละเอียดเหตุการณ์เพื่อใช้ประกอบการประเมินแนวทางดำเนินคดี

Visitors: 257,167