ได้รับหมายเรียก ถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาท | ต้องทำอย่างไร? ขั้นตอน แนวทางต่อสู้คดี และคำแนะนำจากทนาย

ได้รับหมายเรียก ถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาท ต้องทำอย่างไร? ขั้นตอน แนวทางต่อสู้คดี และสิ่งที่ไม่ควรทำ

ได้รับหมายเรียกคดีหมิ่นประมาท อย่าเพิ่งตกใจ

การได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนหรือหมายเรียกจากศาลในคดีหมิ่นประมาท เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้หลายคนรู้สึกกังวล เพราะไม่ทราบว่าต้องดำเนินการอย่างไร จะถูกจับหรือไม่ จะต้องติดคุกหรือเปล่า หรือควรติดต่อทนายเมื่อใด

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ การได้รับหมายเรียกไม่ได้หมายความว่าคุณมีความผิดแล้ว แต่เป็นการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งทุกฝ่ายยังมีสิทธิแสดงพยานหลักฐานและต่อสู้คดีตามกฎหมาย

หากคุณได้รับหมายเรียก ไม่ว่าจะเกิดจากการโพสต์ข้อความบน Facebook, แสดงความคิดเห็นใน TikTok, รีวิวธุรกิจ, แสดงความคิดเห็นในกลุ่ม LINE หรือกล่าวข้อความต่อบุคคลอื่น สิ่งที่ควรทำคือศึกษาสิทธิของตนเองและเตรียมการอย่างเหมาะสม


ปรึกษาทนายก่อนให้การ

ได้รับหมายเรียกคดีหมิ่นประมาท?

อย่ารีบให้การโดยไม่ได้รับคำแนะนำทางกฎหมาย เพราะคำให้การครั้งแรกอาจมีผลต่อแนวทางการดำเนินคดีในอนาคต

โทร 083-884-3287

ให้คำปรึกษาคดีหมิ่นประมาท คดีอาญา และคดีเกี่ยวกับการโพสต์ข้อความบนสื่อออนไลน์


ความผิดฐานหมิ่นประมาทคืออะไร

ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยหลักคือการใส่ความบุคคลอื่นต่อบุคคลที่สาม ด้วยประการที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

การใส่ความอาจเกิดขึ้นได้หลายลักษณะ เช่น

  • โพสต์ข้อความบน Facebook

  • แชร์โพสต์พร้อมแสดงความคิดเห็น

  • รีวิวร้านค้า

  • กล่าวหาผู้อื่นว่าทุจริต

  • กล่าวหาว่าฉ้อโกง

  • กล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม

  • ส่งข้อความในกลุ่ม LINE

  • แสดงความคิดเห็นใน TikTok หรือแพลตฟอร์มอื่น

ไม่ใช่ทุกข้อความที่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริง ถ้อยคำ บริบท และพยานหลักฐานในแต่ละคดี


หมายเรียกจากตำรวจ กับหมายเรียกจากศาล แตกต่างกันอย่างไร

หลายคนเข้าใจผิดว่าหมายเรียกทุกฉบับมีผลเหมือนกัน แต่ในทางปฏิบัติมีความแตกต่างกันอย่างมาก

1. หมายเรียกจากพนักงานสอบสวน

เป็นการเรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและให้การ

ในขั้นตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งของผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา ก่อนมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้อง

ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิ เช่น

  • รับทราบข้อกล่าวหา

  • มีทนายเข้าร่วม

  • ให้การหรือขอให้การภายหลังตามสิทธิที่กฎหมายกำหนด

  • เสนอพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์

2. หมายเรียกจากศาล

หากได้รับหมายเรียกจากศาล แสดงว่าคดีได้เข้าสู่ชั้นศาลแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ หรือคดีที่ผู้เสียหายยื่นฟ้องเองในฐานะโจทก์

เมื่อได้รับหมายเรียกจากศาล ควรตรวจสอบรายละเอียด เช่น

  • วันนัด

  • เวลา

  • ศาลที่พิจารณา

  • หมายเลขคดี

  • คำฟ้อง

หากไม่ไปศาลโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจมีผลตามกฎหมาย เช่น ศาลอาจดำเนินกระบวนการตามที่กฎหมายกำหนด


เมื่อได้รับหมายเรียก ต้องทำอย่างไร

1. อ่านหมายเรียกให้ละเอียด

ตรวจสอบว่าเป็นหมายเรียกจากหน่วยงานใด มีข้อหาอะไร และกำหนดวันนัดเมื่อใด

อย่าปล่อยให้เลยกำหนด เพราะอาจส่งผลต่อสิทธิของตนเอง


2. เก็บรักษาพยานหลักฐาน

หลายคนตกใจจนรีบลบโพสต์ ลบข้อความ หรือปิดบัญชีโซเชียลมีเดีย

แม้การลบข้อมูลอาจมีเหตุผลในบางกรณี แต่ก่อนดำเนินการควรปรึกษาทนาย เพราะข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นทั้งพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์และหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายจำเลย

สิ่งที่ควรเก็บไว้ เช่น

  • URL ของโพสต์

  • ภาพหน้าจอ

  • ข้อความแชท

  • อีเมล

  • คลิปเสียง

  • คลิปวิดีโอ

  • รายชื่อพยานบุคคล


3. อย่าโพสต์โต้ตอบ

หลังได้รับหมายเรียก หลายคนเลือกโพสต์ตอบโต้หรือกล่าวหาคู่กรณีเพิ่มเติม

การกระทำดังกล่าวอาจทำให้เกิดข้อพิพาทใหม่ หรือถูกนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานเพิ่มเติมในคดีเดิม


4. ปรึกษาทนายก่อนให้การ

การให้การครั้งแรกมีความสำคัญ เพราะคำให้การที่บันทึกไว้สามารถถูกนำไปใช้ในชั้นศาลได้

ทนายสามารถช่วย

  • วิเคราะห์องค์ประกอบความผิด

  • ตรวจสอบพยานหลักฐาน

  • เตรียมแนวทางการให้การ

  • ประเมินโอกาสต่อสู้คดี

  • ประเมินความเป็นไปได้ในการเจรจายุติข้อพิพาท


ปรึกษาทนายคดีหมิ่นประมาท

หากคุณได้รับหมายเรียก ถูกแจ้งข้อกล่าวหา หรือถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาท ควรปรึกษาทนายโดยเร็ว เพื่อประเมินรูปคดีและวางแนวทางที่เหมาะสมก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนหรือศาล

โทร 083-884-3287

ให้คำปรึกษาคดีหมิ่นประมาท คดีอาญา และคดีเกี่ยวกับการโพสต์ข้อความหรือแสดงความคิดเห็นบนสื่อออนไลน์ทั่วประเทศไทย


โทษของความผิดฐานหมิ่นประมาท

ความผิดฐานหมิ่นประมาทมีหลายลักษณะ และอัตราโทษอาจแตกต่างกันไปตามข้อหาที่ถูกกล่าวหา เช่น ความผิดฐานหมิ่นประมาททั่วไป หรือหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา รวมถึงอาจมีประเด็นเกี่ยวกับกฎหมายอื่นในกรณีการเผยแพร่ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ตาม การถูกกล่าวหาหรือถูกฟ้องไม่ได้หมายความว่าจะต้องถูกลงโทษเสมอไป ศาลจะพิจารณาจากพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายของแต่ละคดีเป็นสำคัญ

ในตอนที่ 2 จะอธิบายเรื่องแนวทางต่อสู้คดีหมิ่นประมาท ข้อยกเว้นความรับผิด การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต และกรณีหมิ่นประมาทบน Facebook, LINE, TikTok และแพลตฟอร์มออนไลน์อื่น ๆ อย่างละเอียด

 แนวทางต่อสู้คดีหมิ่นประมาท ข้อยกเว้นความผิด และคดีหมิ่นประมาทบน Facebook, LINE, TikTok

การถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาท ไม่ได้หมายความว่าจะต้องแพ้คดี

หลายคนเข้าใจว่าเมื่อได้รับหมายเรียกหรือถูกฟ้องแล้ว ย่อมต้องถูกลงโทษ แต่ในความเป็นจริง คดีหมิ่นประมาทเป็นคดีที่ศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และข้อกฎหมายอย่างละเอียด

แม้โจทก์จะเป็นผู้ฟ้อง แต่ยังมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าจำเลยได้กระทำความผิดครบองค์ประกอบตามกฎหมาย หากพิสูจน์ไม่ได้ ศาลอาจพิพากษายกฟ้องได้

ดังนั้น การวางแนวทางต่อสู้ตั้งแต่ได้รับหมายเรียกจึงเป็นเรื่องสำคัญ


ปรึกษาทนายก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนหรือศาล

หากคุณถูกกล่าวหาหรือถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาท ควรปรึกษาทนายก่อนให้การ เพื่อประเมินข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และวางแนวทางต่อสู้คดี

โทร 083-884-3287


แนวทางต่อสู้คดีหมิ่นประมาท

ไม่มีรูปแบบการต่อสู้ที่ใช้ได้กับทุกคดี แต่โดยทั่วไปมักพิจารณาประเด็นต่อไปนี้

1. ข้อความเป็นการ "ใส่ความ" หรือไม่

ความผิดฐานหมิ่นประมาทต้องมีการใส่ความต่อบุคคลที่สาม โดยข้อความนั้นต้องมีลักษณะที่น่าจะทำให้ผู้ถูกกล่าวถึงเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง หากข้อความเป็นเพียงความคิดเห็นทั่วไปหรือไม่ทำให้เกิดผลดังกล่าว อาจไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย


2. ข้อความหมายถึงใคร

โจทก์ต้องแสดงให้เห็นว่าบุคคลทั่วไปสามารถเข้าใจได้ว่าข้อความดังกล่าวหมายถึงโจทก์

หากข้อความไม่ได้ระบุตัวบุคคล หรือไม่สามารถเชื่อมโยงถึงผู้เสียหายได้ ก็อาจเป็นประเด็นต่อสู้ในคดี


3. มีการเผยแพร่ต่อบุคคลที่สามหรือไม่

หากข้อความไม่เคยถูกเปิดเผยต่อบุคคลอื่นเลย อาจไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ต้องมีการใส่ความ "ต่อบุคคลที่สาม"


4. พยานหลักฐานน่าเชื่อถือหรือไม่

ในคดีออนไลน์ มักใช้หลักฐาน เช่น

  • ภาพหน้าจอ

  • URL

  • ข้อมูลบัญชีผู้ใช้

  • Log file

  • ข้อมูลจากผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม

  • พยานบุคคล

ศาลจะพิจารณาความน่าเชื่อถือและความเชื่อมโยงของหลักฐานทั้งหมด ไม่ใช่เพียงภาพหน้าจอเพียงอย่างเดียว


ข้อยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาท

กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นไว้บางกรณี เช่น การแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตเพื่อป้องกันสิทธิของตน การปฏิบัติหน้าที่ การติชมด้วยความเป็นธรรมในเรื่องที่ประชาชนมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ หรือการรายงานการดำเนินคดีในศาลโดยสุจริต หากเข้าเงื่อนไขดังกล่าว ผู้กระทำอาจไม่ต้องรับผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 329

อย่างไรก็ตาม การอ้างข้อยกเว้นจะสำเร็จหรือไม่ ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงของแต่ละคดี


การพิสูจน์ความจริง

ในบางกรณี กฎหมายเปิดโอกาสให้จำเลยยก "ความจริง" ขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้ แต่มีข้อจำกัดตามกฎหมาย และไม่ใช่ทุกกรณีที่จะพิสูจน์ความจริงได้ โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน

ดังนั้น แม้ผู้โพสต์จะเชื่อว่าข้อความของตนเป็นความจริง ก็ไม่ควรสรุปว่าจะไม่ต้องรับผิดเสมอไป


คดีหมิ่นประมาทบน Facebook

ปัจจุบัน Facebook เป็นช่องทางที่พบคดีหมิ่นประมาทมากที่สุด

ตัวอย่างที่พบ เช่น

  • กล่าวหาว่าผู้อื่นโกง

  • กล่าวหาว่าเป็นมิจฉาชีพ

  • รีวิวโดยใช้ถ้อยคำรุนแรง

  • โพสต์กล่าวหาบุคคลหรือบริษัท

  • แชร์ข้อความพร้อมข้อความเพิ่มเติมของตนเอง

ศาลจะพิจารณาจากเนื้อหาทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะบางประโยคที่ถูกตัดออกมา


คดีหมิ่นประมาทบน LINE

แม้จะเป็นกลุ่มปิด ก็อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทได้ หากมีบุคคลที่สามอ่านข้อความนั้น

การส่งข้อความในกลุ่มบริษัท กลุ่มลูกค้า หรือกลุ่มครอบครัว จึงควรใช้ความระมัดระวังเช่นเดียวกับการโพสต์สาธารณะ


คดีหมิ่นประมาทบน TikTok และแพลตฟอร์มอื่น

วิดีโอ ไลฟ์สด คลิปสั้น หรือเสียงบรรยาย หากมีการกล่าวหาผู้อื่นจนทำให้เสียชื่อเสียง ก็อาจนำไปสู่การดำเนินคดีได้เช่นเดียวกับข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์


หลังได้รับหมายเรียก ไม่ควรทำอะไร

เพื่อไม่ให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการกระทำต่อไปนี้

  • โพสต์ตอบโต้ด้วยอารมณ์

  • ด่ากลับหรือกล่าวหาเพิ่มเติม

  • ข่มขู่คู่กรณี

  • ติดต่อพยานของอีกฝ่ายเพื่อกดดัน

  • แก้ไขข้อเท็จจริงหรือสร้างหลักฐานเท็จ

  • ให้สัมภาษณ์สื่อโดยไม่ปรึกษาทนาย

การกระทำเหล่านี้อาจส่งผลเสียต่อรูปคดี และอาจก่อให้เกิดข้อพิพาทเพิ่มเติม


เอกสารที่ควรเตรียมก่อนพบทนาย

  • หมายเรียก

  • คำฟ้อง (ถ้ามี)

  • ภาพหน้าจอของโพสต์

  • ลิงก์ URL

  • ข้อความแชท

  • อีเมล

  • คลิปเสียงหรือวิดีโอ

  • รายชื่อพยาน

  • เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง

การเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วนจะช่วยให้ทนายประเมินรูปคดีได้แม่นยำขึ้น


ปรึกษาทนายคดีหมิ่นประมาท

หากคุณได้รับหมายเรียก ถูกแจ้งข้อกล่าวหา หรือถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาท อย่ารอจนถึงวันนัดจึงค่อยหาทนาย เพราะการวางแผนตั้งแต่ระยะแรกมักช่วยรักษาสิทธิและเตรียมการต่อสู้คดีได้ดีกว่า

โทร 083-884-3287

ให้คำปรึกษา วิเคราะห์ข้อกฎหมาย เตรียมคำให้การ และวางแนวทางต่อสู้คดีหมิ่นประมาททั่วประเทศไทย


คำถามที่พบบ่อย  สรุป และปรึกษาทนายคดีหมิ่นประมาท

คำถามที่พบบ่อย 

1. ได้รับหมายเรียกคดีหมิ่นประมาท ต้องไปหรือไม่?

ควรไปตามวัน เวลา และสถานที่ที่ระบุในหมายเรียก หากมีเหตุจำเป็นไม่สามารถไปได้ ควรรีบติดต่อหน่วยงานที่ออกหมายหรือปรึกษาทนายเพื่อดำเนินการอย่างเหมาะสม


2. ไม่ไปรับทราบข้อกล่าวหาจะเกิดอะไรขึ้น?

การเพิกเฉยต่อหมายเรียกอาจส่งผลเสียต่อสิทธิของตนเอง และในบางกรณีอาจมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป จึงไม่ควรละเลยหมายเรียก


3. ถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาท ต้องติดคุกหรือไม่?

ไม่เสมอไป ผลของคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และดุลพินิจของศาล บางคดีศาลอาจยกฟ้อง บางคดีอาจมีโทษปรับ หรือโทษอื่นตามกฎหมาย


4. คดีหมิ่นประมาทยอมความได้หรือไม่?

คดีหมิ่นประมาทหลายกรณีเป็นความผิดอันยอมความได้ แต่รายละเอียดขึ้นอยู่กับฐานความผิดและข้อเท็จจริงของแต่ละคดี


5. ลบโพสต์แล้วคดีจะจบหรือไม่?

ไม่จำเป็น เพราะผู้เสียหายอาจบันทึกภาพหน้าจอ หรือมีพยานหลักฐานอื่นไว้แล้ว


6. แชร์โพสต์ของคนอื่น มีความผิดหรือไม่?

อาจมีความรับผิดได้ หากการแชร์หรือการใส่ข้อความประกอบเข้าข่ายองค์ประกอบความผิด ต้องพิจารณารายละเอียดเป็นรายกรณี


7. รีวิวร้านค้า มีสิทธิถูกฟ้องหรือไม่?

มีโอกาสถูกฟ้องได้ หากข้อความที่เผยแพร่เข้าข่ายหมิ่นประมาท อย่างไรก็ตาม การวิจารณ์โดยสุจริตบนพื้นฐานข้อเท็จจริงอาจเป็นประเด็นในการต่อสู้คดี


8. โพสต์ในกลุ่ม LINE ปิด ถือว่าเป็นหมิ่นประมาทหรือไม่?

หากมีบุคคลที่สามรับรู้ข้อความ ก็อาจเข้าองค์ประกอบความผิดได้ แม้จะเป็นกลุ่มปิด


9. ต้องมีทนายตั้งแต่ชั้นตำรวจหรือไม่?

กฎหมายไม่ได้บังคับ แต่การมีทนายตั้งแต่เริ่มต้นช่วยวางแนวทางการให้การและรักษาสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาได้ดียิ่งขึ้น


10. ควรเตรียมเอกสารอะไรเมื่อพบทนาย?

  • หมายเรียก

  • คำฟ้อง (ถ้ามี)

  • ภาพหน้าจอ

  • ข้อความแชท

  • ลิงก์ URL

  • คลิปเสียงหรือวิดีโอ

  • รายชื่อพยาน

  • เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง


11. ถูกฟ้องเพราะโพสต์ Facebook ต้องลบโพสต์หรือไม่?

ไม่ควรรีบดำเนินการโดยไม่ปรึกษาทนาย เพราะอาจกระทบต่อการรวบรวมและประเมินพยานหลักฐาน


12. หากข้อความเป็นความจริง ยังถูกฟ้องได้หรือไม่?

ผู้เสียหายยังสามารถฟ้องได้ แต่การพิสูจน์ความจริงและข้อยกเว้นตามกฎหมายจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด


13. คดีหมิ่นประมาทใช้เวลานานเท่าใด?

ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขั้นตอนของคดี จำนวนพยาน และความซับซ้อนของข้อพิพาท จึงไม่สามารถกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนได้


14. หากถูกฟ้องหลายข้อความ จะเป็นหลายกรรมหรือไม่?

ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี เช่น เวลา เนื้อหา และพฤติการณ์การกระทำ


15. ควรปรึกษาทนายเมื่อใด?

ควรปรึกษาทันทีที่ได้รับหมายเรียกหรือทราบว่ามีการแจ้งความหรือฟ้องร้อง เพื่อให้มีเวลาเตรียมพยานหลักฐานและวางแนวทางต่อสู้คดี


ตารางสรุป

สถานการณ์สิ่งที่ควรทำ
ได้รับหมายเรียกตำรวจ ไปตามหมายและปรึกษาทนาย
ได้รับหมายเรียกศาล ตรวจคำฟ้องและเตรียมคำให้การ
ถูกกล่าวหาจากโพสต์ Facebook เก็บหลักฐานทั้งหมด
ถูกกล่าวหาจาก LINE เก็บข้อความและรายชื่อพยาน
ไม่แน่ใจว่ามีความผิดหรือไม่ ปรึกษาทนายก่อนให้การ
คู่กรณีติดต่อขอเจรจา ปรึกษาทนายก่อนตกลง

สรุป

การได้รับหมายเรียกหรือถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาท ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นฝ่ายแพ้คดีหรือมีความผิดโดยอัตโนมัติ สิ่งสำคัญคือการเข้าใจกระบวนการทางกฎหมาย รวบรวมพยานหลักฐาน และเตรียมการต่อสู้คดีอย่างเหมาะสม

การให้การโดยไม่เตรียมตัว หรือการโพสต์ตอบโต้ด้วยอารมณ์ อาจทำให้รูปคดีซับซ้อนขึ้น ในทางกลับกัน หากได้รับคำแนะนำจากทนายตั้งแต่ระยะแรก ก็จะช่วยให้สามารถวางกลยุทธ์ในการดำเนินคดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ปรึกษาทนายคดีหมิ่นประมาท

หากคุณได้รับหมายเรียก ถูกแจ้งข้อกล่าวหา หรือถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาท สำนักงานของเราพร้อมให้คำปรึกษา วิเคราะห์ข้อกฎหมาย และวางแนวทางต่อสู้คดีเป็นรายกรณี

บริการของเรา

  • ให้คำปรึกษาก่อนเข้าพบตำรวจ

  • วางแนวทางต่อสู้คดี

  • จัดทำคำให้การ

  • เป็นทนายความในชั้นสอบสวนและชั้นศาล

  • ให้คำปรึกษาคดีหมิ่นประมาทจาก Facebook, LINE, TikTok, YouTube และสื่อออนไลน์

โทร 083-884-3287

ให้บริการทั่วประเทศไทย


บทความที่เกี่ยวข้อง

Visitors: 256,675