หมายเรียกคดียักยอก | ได้รับหมายเรียกตำรวจต้องทำอย่างไร
หมายเรียกคดียักยอก | ได้รับหมายเรียกตำรวจต้องทำอย่างไร? สิทธิของผู้ต้องหา แนวทางต่อสู้คดี และข้อควรรู้ก่อนให้ปากคำ
ได้รับหมายเรียกคดียักยอก? อย่าเพิ่งตกใจ และอย่ารีบให้การโดยไม่เตรียมตัว
หากคุณได้รับหมายเรียกจากตำรวจในข้อหา "ยักยอกทรัพย์" การให้ปากคำครั้งแรกอาจส่งผลต่อแนวทางของคดีในอนาคต การปรึกษาทนายความก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนสามารถช่วยประเมินข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐาน และวางแนวทางการต่อสู้คดีได้อย่างเหมาะสมปรึกษาทนายคดียักยอก โทร 083-884-3287
ได้รับหมายเรียกคดียักยอก หมายความว่าอะไร
เมื่อได้รับ หมายเรียกคดียักยอก หลายคนมักเข้าใจว่าตนเองถูกตัดสินว่ากระทำความผิดแล้ว แต่ในความเป็นจริง หมายเรียกไม่ได้หมายความว่าคุณมีความผิด หมายเรียกเป็นเพียงหนังสือที่พนักงานสอบสวนออกเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องหาเข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ให้ถ้อยคำ หรือดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
คดียักยอกเป็นคดีอาญาที่พบได้บ่อย เช่น
- ยักยอกเงินบริษัท
- ยักยอกทรัพย์ของนายจ้าง
- ยักยอกเงินหุ้นส่วน
- ยักยอกทรัพย์มรดก
- ยักยอกเงินลูกค้า
- ยักยอกทรัพย์ที่ได้รับฝากไว้
- ยักยอกรถยนต์
- ยักยอกสินค้า
เมื่อผู้เสียหายแจ้งความ พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น หากเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัย ก็อาจออกหมายเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าพบ
ดังนั้น การได้รับหมายเรียก ไม่ได้แปลว่าศาลพิพากษาว่ามีความผิด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการสอบสวน ซึ่งผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิตามกฎหมายหลายประการ
หมายเรียกผู้ต้องหา กับ หมายจับ ต่างกันอย่างไร
หลายคนตกใจเมื่อได้รับหมายเรียก เพราะเข้าใจว่าเป็นหมายจับ
ความจริงแล้วแตกต่างกันอย่างชัดเจน
หมายเรียก
- ให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าพบพนักงานสอบสวน
- ยังไม่มีการจับกุม
- ผู้ถูกกล่าวหาสามารถเดินทางไปเอง
- มีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง
หมายจับ
- ศาลออกหมายจับ
- เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้
- อาจมีการควบคุมตัว
- อาจต้องยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว
ดังนั้น หากได้รับหมายเรียก ไม่ควรหลบหนี เพราะอาจทำให้พนักงานสอบสวนพิจารณาดำเนินการขอหมายจับได้ หากมีเหตุและเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
คดียักยอกคืออะไร
คดียักยอกเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา โดยทั่วไปเกิดจากการที่บุคคลซึ่งมีสิทธิครอบครองทรัพย์ของผู้อื่นอยู่ก่อน แล้วเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของบุคคลอื่นโดยทุจริต
ตัวอย่างที่พบได้ เช่น
- พนักงานเก็บเงินของบริษัทแล้วไม่นำส่งบริษัท
- ตัวแทนรับเงินลูกค้าแล้วไม่นำส่งเจ้าของ
- หุ้นส่วนเบิกเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัว
- ผู้รับฝากรถนำรถไปขาย
- ผู้รับฝากทรัพย์ไม่นำทรัพย์คืน
หลายคดีมีข้อโต้แย้งว่าเป็น คดีแพ่ง หรือ คดีอาญา ซึ่งต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ไม่ใช่ทุกกรณีที่มีข้อพิพาทเรื่องเงินหรือทรัพย์สินจะเป็นคดียักยอกเสมอไป
เมื่อได้รับหมายเรียก ต้องทำอย่างไร
สิ่งแรกที่ควรทำคือ อ่านหมายเรียกอย่างละเอียด
ตรวจสอบว่า
- สถานีตำรวจใดเป็นผู้ออกหมาย
- วัน เวลา ที่ให้นัดพบ
- ข้อกล่าวหาคืออะไร
- พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคือใคร
หากไม่เข้าใจรายละเอียด ควรติดต่อสอบถามพนักงานสอบสวนหรือปรึกษาทนายความก่อนเข้าพบ
อย่าเพิ่งให้การ หากยังไม่เข้าใจข้อกล่าวหา
ความผิดพลาดที่พบมากที่สุด คือ
หลายคนคิดว่า
"เราไม่ได้ทำผิด เดี๋ยวอธิบายก็คงจบ"
แต่ในทางปฏิบัติ คำให้การครั้งแรกอาจถูกนำไปใช้ประกอบสำนวนคดี และหากให้การโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบคอบ อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือขัดแย้งกับพยานหลักฐานอื่นได้
จึงควร
- อ่านเอกสารให้ครบ
- ตรวจสอบบัญชีหรือเอกสารการเงิน
- รวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
- ปรึกษาทนายความก่อนให้ปากคำ
ได้รับหมายเรียกคดียักยอก?
การให้ปากคำครั้งแรกมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะอาจส่งผลต่อแนวทางการดำเนินคดีในภายหลัง หากคุณต้องการประเมินข้อกล่าวหา ตรวจสอบพยานหลักฐาน หรือวางแผนการต่อสู้คดี สามารถปรึกษาทนายความก่อนได้
โทร 083-884-3287
หากไม่ไปตามหมายเรียก จะเกิดอะไรขึ้น
หลายคนเลือกไม่ไป เพราะคิดว่า
- ยังไม่ว่าง
- ไม่อยากเจอตำรวจ
- เดี๋ยวคดีคงเงียบ
แต่การไม่ไปพบพนักงานสอบสวนโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อาจทำให้การดำเนินคดีซับซ้อนขึ้น และในบางกรณี พนักงานสอบสวนอาจดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากมีเหตุและเงื่อนไขครบถ้วน
หากมีเหตุจำเป็นจริง เช่น
- ป่วย
- อยู่ต่างประเทศ
- มีเหตุสุดวิสัย
ควรรีบแจ้งพนักงานสอบสวนและขอเลื่อนวันนัด พร้อมหลักฐานประกอบ
สิทธิของผู้ถูกกล่าวหา
แม้จะได้รับหมายเรียก คุณยังมีสิทธิตามกฎหมาย เช่น
- สิทธิได้รับแจ้งข้อกล่าวหา
- สิทธิที่จะมีทนายความเข้าร่วม
- สิทธิให้การหรือไม่ให้การในส่วนที่กฎหมายรับรอง
- สิทธิยื่นพยานหลักฐาน
- สิทธิขอสำเนาเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด
- สิทธิได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม
การรู้สิทธิของตนเองจะช่วยลดความเสี่ยงจากการดำเนินคดี และทำให้สามารถเตรียมการได้อย่างเหมาะสม
เอกสารที่ควรเตรียมก่อนพบพนักงานสอบสวน
เอกสารที่ควรเตรียม เช่น
- บัตรประชาชน
- หนังสือเดินทาง (ถ้ามี)
- หมายเรียก
- สัญญาที่เกี่ยวข้อง
- หลักฐานการโอนเงิน
- ใบเสร็จรับเงิน
- หนังสือมอบอำนาจ
- เอกสารบริษัท
- หนังสือรับรองบริษัท
- รายการเดินบัญชี
- ข้อความสนทนา (Line, Email, SMS)
- รูปภาพ
- พยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง
การจัดเรียงเอกสารตามลำดับเวลา จะช่วยให้การชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นระบบมากขึ้น
ทำไมควรปรึกษาทนายก่อนเข้าพบตำรวจ
ในหลายคดี ความผิดไม่ได้เกิดจากการกระทำผิดโดยตรง แต่เกิดจากความเข้าใจข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงกัน หรือเอกสารที่ยังไม่ครบถ้วน
การปรึกษาทนายก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวนจะช่วยให้
- วิเคราะห์ว่าข้อเท็จจริงเข้าข่ายความผิดหรือไม่
- แยกประเด็นว่าเป็นข้อพิพาททางแพ่งหรืออาญา
- เตรียมเอกสารและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
- วางแนวทางการให้ถ้อยคำอย่างรอบคอบ
- ลดความเสี่ยงจากการให้ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
ถูกแจ้งข้อหายักยอก หรือได้รับหมายเรียกจากตำรวจ?
ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน ควรประเมินข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานให้รอบด้าน การได้รับคำปรึกษาจากทนายความตั้งแต่ต้นอาจช่วยให้คุณเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสมและเข้าใจกระบวนการทางกฎหมายมากขึ้น
โทร 083-884-3287
ขั้นตอนคดียักยอกหลังได้รับหมายเรียก | การสอบสวน การประกันตัว และสิ่งที่ควรรู้ก่อนให้ปากคำ (ตอนที่ 2)
หลังจากได้รับหมายเรียก หลายคนมักมีคำถามว่า
- ต้องไปพบตำรวจเมื่อไร
- จะถูกจับหรือไม่
- ต้องรับสารภาพหรือเปล่า
- ต้องมีทนายไปด้วยไหม
- สามารถขอเลื่อนนัดได้หรือไม่
การเข้าใจกระบวนการสอบสวนจะช่วยให้คุณเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงจากการให้ข้อมูลที่อาจกระทบต่อรูปคดี
เมื่อไปถึงสถานีตำรวจ จะเกิดอะไรขึ้น
เมื่อเดินทางไปตามวันและเวลาที่ระบุในหมายเรียก โดยทั่วไปพนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามลำดับ ดังนี้
- ตรวจสอบตัวตนของผู้มาพบ
- แจ้งข้อกล่าวหา
- อธิบายสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา
- สอบถามว่าจะมีทนายความเข้าร่วมหรือไม่
- เริ่มการสอบสวนและบันทึกคำให้การ
- พิจารณาการดำเนินการในขั้นตอนถัดไปตามข้อเท็จจริงของคดี
ทั้งนี้ ขั้นตอนอาจแตกต่างกันไปตามรายละเอียดของแต่ละคดี
พนักงานสอบสวนจะถามอะไรบ้าง
คำถามที่พบบ่อย เช่น
- รู้จักผู้กล่าวหาหรือไม่
- มีความสัมพันธ์กันอย่างไร
- เคยรับเงินหรือทรัพย์สินจริงหรือไม่
- มีสัญญาหรือข้อตกลงหรือไม่
- เงินดังกล่าวถูกนำไปใช้เพื่ออะไร
- มีการคืนทรัพย์หรือคืนเงินหรือยัง
- มีหลักฐานการโอนเงินหรือไม่
- มีพยานที่ยืนยันข้อเท็จจริงหรือไม่
หลายคำถามอาจดูเหมือนไม่มีผล แต่คำตอบที่ให้สามารถถูกบันทึกไว้ในสำนวน จึงควรตอบตามข้อเท็จจริง และหลีกเลี่ยงการคาดเดาหรือให้ข้อมูลที่ไม่แน่ใจ
ต้องรับสารภาพหรือไม่
ไม่จำเป็น
หากคุณเห็นว่าตนไม่ได้กระทำความผิด หรือยังมีข้อเท็จจริงที่ต้องชี้แจงเพิ่มเติม สามารถให้การตามข้อเท็จจริงและนำพยานหลักฐานมาสนับสนุนได้
ในทางกลับกัน หากรับสารภาพทั้งที่ยังไม่ได้ตรวจสอบเอกสารหรือข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ อาจส่งผลต่อแนวทางการต่อสู้คดีในภายหลัง
ควรมีทนายความไปด้วยหรือไม่
ควรอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในคดีที่มีมูลค่าความเสียหายสูง หรือมีเอกสารทางบัญชีและธุรกรรมจำนวนมาก
ทนายความสามารถช่วยในเรื่องต่าง ๆ เช่น
- อธิบายข้อกล่าวหาให้เข้าใจ
- ตรวจสอบความถูกต้องของบันทึกคำให้การ
- แนะนำการใช้สิทธิตามกฎหมาย
- ช่วยจัดเตรียมพยานหลักฐาน
- วางแนวทางการต่อสู้คดี
การมีทนายไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิด แต่เป็นการใช้สิทธิของตนเองเพื่อให้กระบวนการเป็นธรรม
ก่อนให้ปากคำ ปรึกษาทนายได้
การให้ถ้อยคำครั้งแรกอาจมีผลต่อทิศทางของคดี หากคุณยังไม่แน่ใจว่าควรชี้แจงอย่างไร หรือต้องการให้ทนายเข้าร่วมในการสอบสวน
โทร 083-884-3287
การให้ปากคำควรระวังอะไร
ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย ได้แก่
1. พูดจากความจำโดยไม่ตรวจเอกสาร
คดียักยอกมักเกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงิน หากตอบจากความจำเพียงอย่างเดียว อาจคลาดเคลื่อนจากหลักฐาน
2. ตอบคำถามเกินกว่าที่ถูกถาม
ควรตอบตามข้อเท็จจริงและประเด็นที่เกี่ยวข้อง ไม่จำเป็นต้องคาดเดาหรือให้ข้อมูลที่ไม่มีความมั่นใจ
3. ลงลายมือชื่อโดยไม่อ่านบันทึกคำให้การ
ก่อนลงนาม ควรอ่านบันทึกคำให้การทุกหน้า หากพบข้อความที่ไม่ตรงกับสิ่งที่ให้การ ควรแจ้งให้แก้ไขก่อนลงลายมือชื่อ
4. นำเอกสารไปไม่ครบ
เอกสาร เช่น สัญญา ใบเสร็จ หลักฐานการโอนเงิน หรือข้อความสนทนา อาจมีความสำคัญต่อการอธิบายข้อเท็จจริง
หากข้อพิพาทเป็นเรื่องสัญญา จะเป็นคดียักยอกเสมอหรือไม่
ไม่เสมอไป
ข้อพิพาทบางกรณีเป็นเรื่องการผิดสัญญา การชำระหนี้ หรือการตีความข้อตกลง ซึ่งอาจเป็นประเด็นทางแพ่งมากกว่าทางอาญา
อย่างไรก็ตาม หากมีการกล่าวหาว่ามีการเบียดบังทรัพย์โดยทุจริต พนักงานสอบสวนจะพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานประกอบการสอบสวนต่อไป
การวิเคราะห์ว่ากรณีใดเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา จำเป็นต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงของแต่ละเรื่อง ไม่สามารถสรุปได้จากชื่อคดีเพียงอย่างเดียว
หลังสอบสวนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
เมื่อสอบสวนเสร็จ พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ทั้งของผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา แล้วพิจารณาความเห็นในสำนวนก่อนส่งให้อัยการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ในระหว่างนี้ ผู้ถูกกล่าวหายังอาจนำส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติม หรือยื่นคำชี้แจงเพิ่มเติมได้ หากเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี
ต้องประกันตัวหรือไม่
หากเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก โดยทั่วไปอาจไม่มีความจำเป็นต้องถูกควบคุมตัวเสมอไป
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในแต่ละคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ลักษณะของข้อกล่าวหา และดุลพินิจตามกฎหมาย หากมีประเด็นเกี่ยวกับการควบคุมตัวหรือการขอปล่อยชั่วคราว ควรปรึกษาทนายความเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับคดีนั้น
เอกสารที่ควรนำไปในวันสอบสวน
นอกจากหมายเรียกและบัตรประชาชนแล้ว ควรเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น
- สัญญาหรือข้อตกลง
- หลักฐานการโอนเงิน
- รายการเดินบัญชี
- ใบเสร็จรับเงิน
- หนังสือรับรองบริษัท (กรณีนิติบุคคล)
- หนังสือมอบอำนาจ (หากเกี่ยวข้อง)
- ข้อความสนทนา (LINE, Email, SMS)
- เอกสารทางบัญชี
- รายชื่อพยานบุคคล
การจัดเตรียมเอกสารอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้สามารถอธิบายข้อเท็จจริงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ได้รับหมายเรียกคดียักยอก อย่ารอจนถึงวันสอบสวน
การเตรียมคดีล่วงหน้า การตรวจสอบเอกสาร และการวางแนวทางการให้ปากคำ อาจช่วยให้คุณเข้าใจกระบวนการและใช้สิทธิตามกฎหมายได้อย่างเหมาะสม
หากต้องการปรึกษาทนายคดียักยอกเกี่ยวกับข้อกล่าวหา พยานหลักฐาน หรือการเข้าพบพนักงานสอบสวน
โทร 083-884-3287
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหมายเรียกคดียักยอก
1. ได้รับหมายเรียกคดียักยอก ต้องไปหรือไม่?
ควรไปพบพนักงานสอบสวนตามวันและเวลาที่ระบุในหมายเรียก หรือหากมีเหตุจำเป็นไม่สามารถไปได้ ควรรีบติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งเหตุและขอเลื่อนนัด การเพิกเฉยต่อหมายเรียกอาจทำให้กระบวนการดำเนินคดีซับซ้อนขึ้น
2. หมายเรียกหมายความว่าผมมีความผิดแล้วหรือไม่?
ไม่ใช่ การได้รับหมายเรียกเป็นเพียงการเรียกให้เข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและให้ถ้อยคำ ยังไม่ใช่คำพิพากษาว่ากระทำความผิด
3. ต้องมีทนายความไปด้วยหรือไม่?
กฎหมายเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหามีทนายความเข้าร่วมในชั้นสอบสวน การมีทนายช่วยอธิบายสิทธิ ตรวจสอบบันทึกคำให้การ และให้คำแนะนำตามข้อเท็จจริงของคดี
4. หากไม่ได้กระทำผิด จำเป็นต้องกังวลหรือไม่?
แม้จะเชื่อว่าตนเองไม่ได้กระทำผิด ก็ควรเตรียมเอกสารและพยานหลักฐานให้พร้อม เพราะข้อเท็จจริงและหลักฐานเป็นสิ่งสำคัญในการพิจารณาคดี
5. คดียักยอกยอมความได้หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับฐานความผิดและข้อเท็จจริงของแต่ละคดี บางกรณีเป็นความผิดอันยอมความได้ แต่บางกรณีอาจมีข้อหาอื่นร่วมด้วย จึงควรให้ทนายตรวจสอบก่อน
6. หากคืนเงินแล้ว คดีจะยุติหรือไม่?
การคืนเงินอาจเป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดี แต่ไม่ได้หมายความว่าคดีจะยุติลงโดยอัตโนมัติ ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับรายละเอียดของคดีและบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
7. ควรเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
เช่น
- หมายเรียก
- บัตรประชาชน
- สัญญา
- หลักฐานการโอนเงิน
- ใบเสร็จ
- เอกสารบัญชี
- หนังสือรับรองบริษัท
- ข้อความสนทนา
- รายชื่อพยาน
8. ให้ปากคำแล้วสามารถส่งหลักฐานเพิ่มเติมได้หรือไม่?
โดยทั่วไป หากมีหลักฐานใหม่ที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงของคดี สามารถปรึกษาทนายและดำเนินการยื่นเพิ่มเติมตามขั้นตอนของกฎหมายได้
9. ผู้เสียหายถอนแจ้งความแล้ว คดีจบหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับประเภทของความผิดและขั้นตอนของคดี ไม่สามารถสรุปได้เหมือนกันทุกกรณี
10. คดียักยอกมีโทษอย่างไร?
อัตราโทษขึ้นอยู่กับบทบัญญัติของกฎหมายและข้อเท็จจริงในแต่ละคดี ศาลจะพิจารณาจากองค์ประกอบความผิดและพยานหลักฐานทั้งหมด
Checklist ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน
ตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้ก่อนเดินทางไปสถานีตำรวจ
✅ อ่านหมายเรียกให้ครบทุกหน้า
✅ จดวัน เวลา และสถานที่นัด
✅ เตรียมบัตรประชาชน
✅ เตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง
✅ จัดเรียงเอกสารตามลำดับเวลา
✅ เตรียมรายชื่อพยาน
✅ ตรวจสอบข้อความ LINE / Email ที่เกี่ยวข้อง
✅ ปรึกษาทนายก่อนให้การ หากคดีมีประเด็นซับซ้อน
ตารางสรุปขั้นตอนคดียักยอก
| ขั้นตอน | รายละเอียด |
|---|---|
| แจ้งความ | ผู้เสียหายแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน |
| สอบสวน | รวบรวมพยานหลักฐาน |
| ออกหมายเรียก | เรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้าพบ |
| แจ้งข้อกล่าวหา | ผู้ถูกกล่าวหารับทราบข้อกล่าวหา |
| ให้ปากคำ | ชี้แจงข้อเท็จจริงและนำส่งหลักฐาน |
| ส่งสำนวน | พนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้อัยการ |
| ฟ้องศาล (หากมี) | ศาลพิจารณาคดีตามกระบวนการ |
ข้อแนะนำจากทนายความ
ผู้ที่ได้รับหมายเรียกจำนวนไม่น้อยมักติดต่อทนายหลังจากให้การไปแล้ว ซึ่งในบางกรณีอาจทำให้ต้องใช้เวลาแก้ไขประเด็นที่เกิดขึ้นจากคำให้การเดิม
การปรึกษาทนายตั้งแต่ช่วงแรกไม่ได้หมายความว่าจะต้องต่อสู้คดีเสมอไป แต่ช่วยให้เข้าใจกระบวนการ สิทธิของตนเอง และสามารถเตรียมเอกสารหรือพยานหลักฐานได้อย่างเหมาะสม
หากข้อพิพาทสามารถเจรจาหรือยุติได้ตามกฎหมาย การดำเนินการตั้งแต่ระยะสอบสวนอาจช่วยลดความขัดแย้งและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีได้
ได้รับหมายเรียกคดียักยอก? ปรึกษาทนายก่อนเข้าพบตำรวจ
การให้ปากคำครั้งแรกอาจมีผลต่อแนวทางการดำเนินคดีในอนาคต ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงาน บริษัท หุ้นส่วน ผู้รับมอบทรัพย์ หรือบุคคลที่ถูกกล่าวหา การประเมินข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตั้งแต่ต้นเป็นสิ่งสำคัญ
สำนักงานของเราให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ
- คดียักยอกทรัพย์
- ได้รับหมายเรียกจากตำรวจ
- การเข้าพบพนักงานสอบสวน
- การเตรียมเอกสารและพยานหลักฐาน
- การเจรจาและการดำเนินคดี
- การต่อสู้คดีในชั้นศาล
โทร 083-884-3287
ปรึกษาเบื้องต้นก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินคดี








