คดียักยอก
คดียักยอกทรัพย์ คืออะไร? โทษ องค์ประกอบความผิด อายุความ และแนวทางต่อสู้คดี
การถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน ยักยอกทรัพย์ เป็นคดีอาญาที่พบได้บ่อย ไม่ว่าจะเป็นกรณีลูกจ้างยักยอกเงินบริษัท หุ้นส่วนธุรกิจถือเงินแล้วไม่นำมาแบ่ง ผู้รับฝากทรัพย์ไม่นำทรัพย์คืน หรือผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นนำทรัพย์ไปเป็นของตนเอง
หลายคนเข้าใจผิดว่าคดียักยอกเป็นเพียงข้อพิพาททางแพ่ง แต่ในหลายกรณี การกระทำดังกล่าวอาจเป็นความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา และมีโทษทั้งจำคุกและปรับ
ถูกแจ้งข้อหายักยอก หรือได้รับหมายเรียกจากตำรวจ?
ควรปรึกษาทนายความก่อนเข้าให้ปากคำ เพื่อประเมินข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และแนวทางต่อสู้คดี
โทร 083-884-3287
ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามกฎหมาย
ความผิดฐานยักยอกอยู่ในหมวดความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา โดยมีบทบัญญัติสำคัญ ได้แก่ มาตรา 352 ถึงมาตรา 356
มาตรา 352
ผู้ที่ ครอบครองทรัพย์ของผู้อื่นอยู่ก่อนแล้ว และต่อมานำทรัพย์นั้นไปเป็นของตนเองหรือของบุคคลอื่นโดยทุจริต ถือเป็นความผิดฐานยักยอก
โทษคือ
-
จำคุกไม่เกิน 3 ปี
-
หรือปรับ
-
หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากทรัพย์ตกมาอยู่ในความครอบครองเพราะผู้อื่นส่งมอบให้โดยสำคัญผิด หรือเป็นทรัพย์สินหายที่เก็บได้ โทษจะลดลงกึ่งหนึ่งตามกฎหมาย
มาตรา 353
กรณีผู้ที่ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น แล้วใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริตจนเจ้าของทรัพย์ได้รับความเสียหาย เช่น
-
ผู้จัดการบริษัท
-
หุ้นส่วน
-
ผู้ดูแลทรัพย์
-
ผู้รับมอบอำนาจ
อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 353
มาตรา 354
หากผู้กระทำเป็นบุคคลที่ประชาชนไว้วางใจ เช่น
-
ผู้จัดการทรัพย์สิน
-
ผู้จัดการมรดก
-
ผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับความไว้วางใจ
โทษจะสูงขึ้น โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี
องค์ประกอบความผิดฐานยักยอก
การจะเป็นความผิดฐานยักยอก ต้องมีองค์ประกอบสำคัญดังต่อไปนี้
1. ผู้กระทำต้องครอบครองทรัพย์อยู่ก่อน
นี่คือจุดที่ทำให้ยักยอกแตกต่างจากลักทรัพย์
ตัวอย่างเช่น
-
เช่ารถแล้วไม่นำมาคืน
-
รับฝากเครื่องประดับแล้วขายต่อ
-
ลูกจ้างได้รับเงินจากลูกค้าแทนบริษัท แล้วนำไปใช้เอง
ผู้กระทำได้รับการครอบครองทรัพย์โดยชอบในตอนแรก แต่ภายหลังเปลี่ยนเจตนาและเบียดบังทรัพย์
ในทางกลับกัน หากเจ้าของยังคงครอบครองทรัพย์อยู่ เช่น วางกระเป๋าไว้ชั่วคราว แล้วมีผู้อื่นหยิบไป กรณีเช่นนี้มักเข้าลักษณะความผิดฐานลักทรัพย์ ไม่ใช่ยักยอก
2. ทรัพย์ต้องเป็นของผู้อื่น
ทรัพย์ต้องเป็นทรัพย์ที่ผู้อื่นมีกรรมสิทธิ์ หรือเป็นทรัพย์ที่มีเจ้าของร่วม
ตัวอย่าง
-
เงินบริษัท
-
รถยนต์
-
โฉนดที่ดิน
-
เครื่องจักร
-
สินค้าในร้าน
3. มีการเบียดบังทรัพย์
คำว่า "เบียดบัง" หมายถึงการแสดงตนเป็นเจ้าของทรัพย์ ทั้งที่ไม่มีสิทธิ เช่น
-
ขายทรัพย์
-
โอนทรัพย์
-
นำไปใช้ส่วนตัว
-
ซ่อนทรัพย์
-
ปฏิเสธไม่คืนเจ้าของ
4. ต้องกระทำโดยทุจริต
การกระทำต้องมีเจตนาแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น
หากไม่มีเจตนาทุจริต เช่น เข้าใจโดยสุจริตว่าตนมีสิทธิในทรัพย์ หรือมีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ อาจเป็นประเด็นสำคัญในการต่อสู้คดี
หากถูกกล่าวหาว่ายักยอก อย่าเพิ่งรับสารภาพหรือให้การโดยไม่ปรึกษาทนาย เพราะรายละเอียดของการครอบครองทรัพย์และเจตนาเป็นประเด็นสำคัญที่อาจเปลี่ยนผลของคดีได้
โทร 083-884-3287
ยักยอกกับลักทรัพย์ต่างกันอย่างไร
ยักยอก
-
ได้ครอบครองทรัพย์โดยชอบก่อน
-
ต่อมาจึงเบียดบังเป็นของตน
ตัวอย่าง
ลูกค้านำรถมาซ่อม แล้วอู่ขายรถต่อ
ลักทรัพย์
-
ไม่เคยมีสิทธิครอบครอง
-
เข้าไปเอาทรัพย์ของผู้อื่นทันที
ตัวอย่าง
แอบขโมยรถจากลานจอดรถ
ตัวอย่างคดียักยอกที่พบได้บ่อย
-
ลูกจ้างเก็บเงินลูกค้าแล้วไม่นำส่งบริษัท
-
นายหน้าขายรถแล้วไม่นำเงินให้เจ้าของ
-
หุ้นส่วนถือเงินบริษัทแล้วถอนใช้ส่วนตัว
-
ผู้รับฝากทองคำขายทองของลูกค้า
-
ผู้เช่านำทรัพย์ที่เช่าไปขาย
-
ผู้รับมอบอำนาจถอนเงินแล้วไม่นำส่งเจ้าของ
คดียักยอกยอมความได้หรือไม่
ได้
ตามมาตรา 356 ความผิดฐานยักยอกเป็น ความผิดอันยอมความได้
หากผู้เสียหายและผู้ต้องหาตกลงกันได้ ผู้เสียหายสามารถถอนคำร้องทุกข์ได้ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย
อายุความคดียักยอก
หลายคนสับสนระหว่าง "อายุความร้องทุกข์" และ "อายุความฟ้องคดี" ซึ่งเป็นคนละเรื่อง
1. อายุความร้องทุกข์ 3 เดือน
เนื่องจากคดียักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำ มิฉะนั้นสิทธิร้องทุกข์จะขาดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96
2. อายุความฟ้องคดี 10 ปี
ความผิดฐานยักยอกมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี จึงมีอายุความฟ้องคดี 10 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95
กล่าวคือ แม้อายุความฟ้องคดีจะยังไม่หมด แต่หากเป็นคดีที่ต้องอาศัยคำร้องทุกข์ และผู้เสียหายไม่ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน ก็อาจหมดสิทธิที่จะดำเนินคดีได้
แนวทางต่อสู้คดียักยอก
การต่อสู้คดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละคดี เช่น
-
ไม่ได้ครอบครองทรัพย์
-
ไม่มีเจตนาทุจริต
-
เป็นข้อพิพาททางแพ่ง
-
เป็นทรัพย์ของตนเองหรือเป็นทรัพย์สินร่วม
-
มีการคืนทรัพย์แล้ว
-
พยานหลักฐานของผู้กล่าวหาไม่เพียงพอ
การวางแนวทางต่อสู้ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนมักมีผลต่อรูปคดีในชั้นศาล
หากได้รับหมายเรียกคดียักยอก ควรทำอย่างไร
-
อย่าเพิกเฉยต่อหมายเรียก
-
เตรียมเอกสารและหลักฐานทั้งหมด
-
ไม่ควรให้การโดยไม่มีการเตรียมตัว
-
ปรึกษาทนายความก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน
-
ประเมินแนวทางการเจรจาหรือการต่อสู้คดีตามข้อเท็จจริง
สรุป
คดียักยอกเป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกับการเบียดบังทรัพย์ที่ตนครอบครองอยู่แล้ว โดยองค์ประกอบสำคัญคือการครอบครองทรัพย์ของผู้อื่น การเบียดบัง และการกระทำโดยทุจริต นอกจากนี้ยังเป็นความผิดอันยอมความได้ จึงมีข้อกำหนดเรื่องอายุความร้องทุกข์ที่แตกต่างจากอายุความฟ้องคดี ผู้ที่ถูกกล่าวหาหรือผู้เสียหายควรศึกษาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงของคดีอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการ
ต้องการปรึกษาทนายคดียักยอกทรัพย์
ให้คำปรึกษา วางแนวทางต่อสู้คดี เข้าพบพนักงานสอบสวน และดำเนินคดีในชั้นศาล
โทร 083-884-3287
คดียักยอกทรัพย์
ข้อกฎหมายคดียักยอก
มาตรา 352 ผู้ใดครอบครองทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่น หรือซึ่งผู้อื่น เป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคล ที่สามโดยทุจริต ผู้นั้นกระทำความผิดฐานยักยอก ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าทรัพย์นั้นได้ตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำความผิด เพราะผู้อื่นส่งมอบให้โดยสำคัญผิดไปด้วยประการใด หรือเป็นทรัพย์ สินหายซึ่งผู้กระทำความผิดเก็บได้ ผู้กระทำต้องระวางโทษแต่เพียง กึ่งหนึ่ง
มาตรา 353 ผู้ใดได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นหรือ ทรัพย์สินซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย กระทำผิดหน้าที่ของตนด้วย ประการใด ๆ โดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 354 ถ้าการกระทำความผิดตาม มาตรา 352 หรือ มาตรา 353 ได้กระทำในฐานที่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของ ผู้อื่น ตามคำสั่งของศาล หรือตามพินัยกรรม หรือในฐานเป็นผู้มีอาชีพ หรือธุรกิจ อันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ผู้กระทำต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 355 ผู้ใดเก็บได้ซึ่งสังหาริมทรัพย์อันมีค่า อันซ่อนหรือฝัง ไว้โดยพฤติการณ์ซึ่งไม่มีผู้ใดอ้างว่าเป็นเจ้าของได้ แล้วเบียดบังเอา ทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 356 ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้
(1) ยี่สิบปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุก ตลอดชีวิต หรือจำคุกยี่สิบปี
(2) สิบห้าปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าเจ็ดปีแต่ ยังไม่ถึงยี่สิบปี
(3) สิบปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งปีถึงเจ็ดปี
(4) ห้าปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งเดือนถึง หนึ่งปี
(5) หนึ่งปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งเดือน ลงมาหรือต้องระวางโทษอย่างอื่น







